Home กฎหมาย-ฎีกาน่ารู้ มัดจำซื้อรถมือสองแล้วจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน ขอคืนได้หรือไม่

มัดจำซื้อรถมือสองแล้วจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน ขอคืนได้หรือไม่

623
SHARE
ข้อเท็จจริงและประเด็นคำถาม: 

ข้อเท็จจริง  ผู้ร้องไปมัดจำซื้อรถมือสองกับเต็นท์รถในกรุงเทพ ตกลงว่าถ้าจัดไฟแนนซ์ไม่ผ่าน เต็นท์รถจะคืนเงินมัดจำให้ ซึ่งผู้ร้องไม่มีแบล็คลิสเพราะผู้ร้องเคยตรวจโดยให้ธนาคาร ก. เช็คเครดิตบูโรแล้ว ซึ่งกับเต็นท์รถนี้จัดไฟแนนซ์แรกที่ธนาคาร ข.

ไม่ผ่าน แล้วเต็นท์รถบอกผู้ร้องว่าจะหาให้ใหม่ เลยไปจัดธนาคาร ค. โดยธนาคาร ค. นี้เต็นท์รถบอกว่าผ่าน แต่ยอดจัดไฟแนนซ์ได้แค่ประมาณไม่เกิน 300,000 บาท แต่รถที่ผู้ร้องจองนั้นเป็นรถยี่ห้อหนึ่ง ราคา 389,000 บาท ทางเต็นท์จึงบอกให้ผู้ร้องเปลี่ยนคัน ซึ่งรถคันที่เต็นท์รถเสนอมา ผู้ร้องไม่ชอบ ผู้ร้องจึงขอมัดจำคืน แต่ทางเต็นท์รถบอกคืนไม่ได้เพราะเสียโอกาสในการขายรถคันนั้นไปแล้ว ซึ่งจริงๆแล้วผู้ร้องเห็นว่าหลังจากที่รับมัดจำไปแล้วเต็นท์ก็ยังประกาศในเวปไซต์ แต่ผู้ร้องไม่ได้พูดไป ซึ่งทางเต็นท์ก็เหมือนถามว่าผู้ร้องไปทำเรื่องกู้มาหรือไม่ ผู้ร้องบอกว่าไม่ ไม่มีบัตรเครดิตเพิ่ม มีแต่ก่อนหน้านี้ที่ไปเช็คเครดิตบูโร ดูไฟแนนซ์กับธนาคาร ก.มา ซึ่งทางเซลส์รีบตอบทันทีว่านั่นไงเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ได้ยอดจัดไฟแนนท์ตามราคารถยี่ห้อนั้น ผู้ร้องก็บอกไปว่าผู้ร้องไม่ได้เซ็นต์คำขอกู้หรืออะไร แค่เซ็นยินยอมให้เปิดเผยเครดิตเฉย ๆ เต็นท์ก็เลยบอกว่าไฟแนนซ์ไม่ผ่านเพราะแบบนั้นเต็นท์เลยคืนเงินมัดจำไม่ได้

ประเด็นคำถาม
ผู้ร้องควรทำอย่างไรดี จะมีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่

ความเห็นและข้อเสนอแนะ:

ข้อกฎหมาย
 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 337 และมาตรา 378 (3)

การดำเนินการให้คำปรึกษา
ตามที่ผู้ร้องได้ขอคำปรึกษา ขอเรียนให้คำปรึกษาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ กรณีที่ผู้ร้องได้ติดต่อกับเต็นท์รถเพื่อจะซื้อรถโดยที่ผู้ร้องได้ให้เงินไว้กับเต็นท์รถซึ่งมีการตกลงกันว่า เต็นท์รถจะดำเนินการจัดหาไฟแนนซ์ให้กับผู้ร้องในการที่จะซื้อรถกับเต็นท์รถนั้น เห็นว่า ในกรณีดังกล่าวการที่ผู้ร้องได้ให้เงินกับเต็นท์รถในวันที่ตกลงกันมีลักษณะเป็นการให้มัดจำแก่กันไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377 ซึ่งต่อมาการที่ทางเต็นท์รถไม่สามารถที่จะจัดหาการจัดไฟแนนซ์เพื่อซื้อรถตามที่ตกลงกันให้กับผู้ร้องได้ ถ้าผู้ร้องไม่ได้ตกลงไว้เป้นอย่างอื่นไว้นั้น เงินมัดจำที่ผู้ร้องได้ให้ไว้กับเต็นท์รถนั้น

ดังนั้น

ผู้ร้องก็ย่อมที่จะได้รับการส่งคืนจากเต็นท์รถ ถ้าฝ่ายเต็นท์รถที่รับมัดจำไว้ละเลยไม่จัดหาไฟแนนซ์เพื่อให้ผู้ร้องสามารถซื้อรถตามที่ตกลงกันไว้ได้ อันเป็นการที่ฝ่ายรับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (3)  ซึ่งผู้ร้องเพื่อจะให้ได้เงินมัดจำดังกล่าวคืน ผู้ร้องก็ควรที่จะติดต่อกับเต็นท์รถเพื่อขอรับเงินมัดจำคืนแก่ตนอีกครั้ง ถ้าหากฝ่ายผู้รับมัดจำไว้นั้นไม่คืนให้กับผู้ร้อง ผู้ร้องก็จำเป็นที่ต้องดำเนินคดีทางศาลต่อไป

เครดิต ศูนย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Facebook Comments