Home ทริบเทคนิค/บทความ หลักการอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบ

หลักการอ่านหนังสือช่วงใกล้สอบ

381
SHARE

 

 

[poll id=”3″]

ถาม รบกวนสอบถามหน่อยครับว่า “อาการอ่านหนังสือได้หน้าแล้วลืมหลัง” เป็นเพราะสาเหตุใด ตอนอ่านนี่ก็เข้าใจดีมีประเด็นให้คิดตามเยอะแยะไปหมด แต่พอผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ดันลืมเรื่องเก่ามาจำเรื่องใหม่แทน ยิ่งอ่านเตรียมสอบอัยการผู้พิพากษาด้วยแล้ว(เตรียมตัวหกเดือน)กลับจำอะไรไม่ได้เลย ต้องคอยเปิดตำราตลอด มันเป็นเพราะเหตุใดหรือเราเครียดไป

ตอบ น่าจะเป็นเพราะตอนที่อ่านหนังสือบังคับตัวเองมากเกินไปคิดว่าเวลามีน้อยต้องรีบอ่านรีบจำรีบเข้าใจให้ได้ จะได้รีบไปอ่านเล่มอื่นต่อ อ่านหนังสือเล่มไหนก็พยายามเข้าใจ พยายามคิด ศึกษารายละเอียดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คิดแต่ว่า อ่านเข้าใจจำได้หมดแล้วจะได้อ่านเล่มอื่นต่อ ความจริงแล้วความคิดแบบนี้ก็ดีนะ สะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นคนมีความตั้งใจ แต่ถ้ามีมากเกินไป จะทำให้ใจเราไม่อยู่ตรงกลาง เอียงไปทางบังคับตัวเองเกินไปจนเครียดทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออก จำอะไรไม่ได้ เพราะจิตไม่มีความสมดุล ลองทำใจสบายๆ สูดหายใจเข้าลึกๆจากนั้นเร่ิมสังเกตลมหายใจออก ลมหายใจเข้าไปสักพัก พอใจเราน่ิง พอก็กลับไปอ่านหนังสือใหม่ จะพบว่าที่อ่านมาแล้วก็อยู่ในหัวแหละไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ตะกอนที่มันลอยขึ้นมาทำให้ใจเราขุ่นมัวมองไม่เห็นความรู้ที่มี มีความรู้มากมายแค่ไหนถ้าเราไม่สามารถถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์ เวลาเตรียมตัวสอบอย่าอ่านหนังสืออย่างเดียว ให้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าเลยว่าถ้าเค้าถามประเด็นนี้เราจะตอบยังไง ถ้าถามประเด็นที่เราเตรียมมาก็ลงมือเขียนได้เลยไม่ต้องเสียเวลาเรียบเรียงถ้อยคำ ถ้าถามประเด็นอื่นก็เอาโครงสร้างที่เราเตรียมมา มาปรับใช้เท่าที่ใช้ได้

 

ช่วงนี้ใกล้สอบเข้ามาทุกที ลองวิธีนี้มั้ย เลือกฝึกเขียนข้อสอบเฉพาะเร่ืองที่เห็นว่ายาก ส่วนเร่ืองอื่นใช้วิธีอ่านคำถามปิดคำตอบไว้ก่อน เขียนตอบสั้นๆ ว่าได้หรือไม่ได้ เพราะอะไร ตามมาตราไหน จากนั้นก็ดูธงคำตอบ เลือกจำเฉพาะท่อนวินิจฉัย เพราะสำคัญที่สุด ถ้าวินิจฉัยถูก คะแนนก็ดี และเราก็สามารถนำท่อนวินิจฉัย ไปเขียนหลักตอนต้น และสรุปตอนท้ายเพื่อเพ่ิมคะแนนได้ ให้เวลาในการอ่านและทำข้อสอบแบบที่ว่าสักวันละชั่วโมง จากนั้นก็เลือกข้อที่คิดว่าเขียนยากมาหัดเขียนดู ทำแบบนี้จะเร็วกว่า จะฝึกทีละวิชาก็ได้ แต่ หนังสือที่อ่าน กับข้อสอบที่ฝึก ต้องเป็นวิชาเดียวกันนะ เช่นฝึกทำข้อสอบอาญาช่วงนั้นก็ต้องอ่านอาญาอยู่ จะทำให้เราทำความเข้าใจได้เร็วขึ้น พอทำครบทุกวิชา มาทบทวนแบบนี้รอบสอง มันเร็วขึ้นกว่าเดิม ช่วงแรกจะยาก พอทำได้แล้วจะเร็วขึ้นมากเลย เหมือนที่เราเคยหัดเดินสมัยเด็ก ตอนแรกก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะยืนได้ กว่าจะก้าวแรกได้ พยายามอยู่นาน แต่ตอนนี้ว่ิงได้เลย

เมืีอก่อนแอดมินเข้าใจว่าตัวเองไม่เคยท่องจำตัวบท เพ่ิงรู้ตัวว่าตัวเองอ่านท่อนวินิจฉัยหลายรอบจนจำได้เลยเอาไปเขียนถูกไง เลยไม่ต้องท่อง การท่องข้อสอบเก่าท่อนวินิจฉัยกฎหมาย (ต้องผ่านการอ่านคำถามปิดคำตอบไว้ก่อนและตอบสั้นตอบความเข้าใจว่าคำตอบคืออะไรเพราะอะไรก่อนนะ) ก็เหมือนท่องตัวบทที่ปรับเข้ากับเท็จจริงแล้ว นั่นแหละ เข้าห้องสอบถ้าเจอข้อเท็จจริงคล้ายกันก็ลงมือเขียนเลย

 

ถาม ขอบคุณมากครับ จะลองพยายามทำใจให้สบาย ไม่ตั้งความหวังไว้สูงมากเกินไปว่าต้องสอบให้ได้ในครั้งนี้

 

ตอบ ขยันสร้างเหตุปัจจัยให้พร้อม ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้ว แม้ไม่มีความคาดหวังเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเราทำเหตุมาเพียงพอแล้ว ผลจะทนไม่ได้มันจะเกิดขึ้นเอง แต่ถ้าทำไปด้วยความคิดว่าเราทำทุกอย่างมาเยอะแล้วต้องได้สอบเท่านั้นถ้าไม่ได้จะมีคนผิดหวังในตัวเรา มันเหมือนเราอยู่ในความคิดฟุ้งซ่าน ทำให้ใจไม่น่ิง และไม่สามารถมองเห็นความจริงตามความจริงได้ เวลาทำข้อสอบก็กลัวผิดสุดท้ายก็ผิดจริงๆตามที่คิด แต่ถ้าทำใจสบายๆ ค่อยๆอ่านคำถาม และตอบไปตามความรู้ที่มี จะตอบได้ดี ลองสังเกตตัวเองดูเวลาเราคุยกับเพื่อนแบบสบายๆจะอธิบายกฎหมายได้ดี เพื่อนเข้าใจ แต่เวลาอยู่ในห้องสอบเราจะคิดแต่ว่าเขียนยังไงให้คะแนนมัวแต่นึกถึงถ้อยคำสวยๆย่ิงคิดย่ิงปวดหัวเขียนไม่ออก ลองใช้เทคนิคนี้ดูนะเวลาอ่านคำถามในห้องสอบให้นึกว่ามีคนมาปรึกษาปัญหากฎหมายเราอยู่และเราจะเขียนอธิบายให้เค้าเข้าใจง่ายๆได้ยังไงด้วยถ้อยคำที่สั้นกระชับได้ใจความ อันนี้แอดมินพูดจากประสบการณ์ตรงนะ ไม่นานมานี้แอดมินไปสอบกฎหมายหลักสูตรที่ศาลจัดนี่แหละ มีข้อสอบข้อหนึ่งแอดมิน รู้ว่าต้องตอบยังไง แต่ไม่รู้จะเขียนยังไง คิดอยู่นาน ลงมือเขียนไปก็รู้ว่าเขียนถูกแต่ถ้อยคำอ่านแล้วก็รู้สึกว่ายังไม่ดีแต่ไม่รู้จะแก้ยังไง เลยตัดสินใจ ส่งไปแบบนั้น หลังสอบเสร็จ มีเพื่อนถามว่ารู้มั้ยข้อนี้ตอบอะไร แอดมินก็อธิบายให้เพื่อนฟัง เพื่อนบอกว่าอ้าวเหรอเค้าไม่ได้เขียนแบบนี้ แอดมินก็นึกขึ้นได้ แอดมินก็ไม่ได้เขียนตอบแบบที่คุยให้เพื่อนฟังเหมือนกัน เพราะตอนอยู่ในห้องสอบคิดไม่ออก แล้วตอนนี้ความรู้มาจากไหนละ หนังสือก็ยังไม่ได้อ่านเพ่ิม ความรู้ก็อยู่ในหัวแอดมินนั่นแหละแค่ดึงออกมาใช้ในยามจำเป็นไม่ได้ ถ้าเร่ิมเครียดวิธีทำใจให้สงบคือ มีสติอยู่กับลมหายใจ หรือสวดมนต์ เป็นกำลังใจให้นะ

 

เครดิต https://www.facebook.com/notes/ธรรมมะกับกฎหมาย/

Facebook Comments