Home ทริบเทคนิค/บทความ ผู้ช่วยผู้พิพากษา ไม่ได้ได้มาด้วยการจับสลาก

ผู้ช่วยผู้พิพากษา ไม่ได้ได้มาด้วยการจับสลาก

2013
SHARE

ผู้ช่วย

 

คำถาม
เหนื่อยมากครับท่านกับความล้มเหลวซ้ำซาก ผลสอบผู้ช่วยฯ ครั้งที่แล้ว ผมเอาจริงสุดๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่ผ่าน หยุดอ่านหนังสือมาเป็นเดือนแล้วครับ ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ อยากจะหยุดสอบแล้วไปทำงานอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องกดดันแบบนี้ ผมวางแผนผิดนิดนึง เหมือนที่ท่านเคยบอกไว้ว่า หลังจากจบปริญญาตรีหรือเนติบัณฑิต เราจะต้องมีตำแหน่งอะไรติดมือไว้ก่อนเผื่อเหนียว ตอนนั้นผมชะล่าใจ คิดว่าจะสอบครั้งเดียวติด แต่ปรากฏว่าจนถึงวันนี้จำไม่ได้แล้วว่ากี่ครั้ง ขอบคุณที่ท่านเขียนให้กำลังใจผม จะไม่ลืมท่านครับ

คำแนะนำ
ถ้าคุณถอยตอนนี้ สิ่งที่คุณทำมาทั้งหมดจะมีค่าเท่าศูนย์ แอดมินมีลูกน้องคนหนึ่ง ปัจจุบันเป็นนิติกรระดับ ๗ ผ่านสนามสอบมาแล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขาด ๒ คะแนน เกือบได้เป็น “ท่าน” แต่โยนผ้าขาวยอมแพ้แบบเดียวกับคุณ เหตุผลคือ ท้อ เบื่อ เลิกสอบ แค่นี้จริงๆ

แล้วอีก ๘ เดือนต่อมา เกิดอะไรขึ้นรู้ไหมครับ?

สำนักงานศาลฯ เปิดสอบสนามใหญ่ ลูกน้องคนนี้ไม่ลงสนาม ปรากฏว่ามีผู้สอบผ่านประมาณ ๔๐๐ คน ศาลต้องอบรมกันถึง ๓ รุ่น เขารับสารภาพว่าเป็นการตัดสินใจครั้งที่ผิดพลาดมากที่สุด

สำหรับคุณแล้ว แอดมินไม่ได้หมายความว่า จะต้องอ่านหนังสือรอสอบผู้ช่วยฯ หรืออัยการเพียงอย่างเดียว คุณลองลดระดับเก็บความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ไปก่อนดีไหม ลองหาสอบตำแหน่งงานราชการดู เป็นพนักงานสอบสวน เป็นนิติกร เป็นเจ้าพนักงานคดี อะไรก็ได้ ความรู้ระดับเนติบัณฑิตอย่างคุณ ผ่านสนามมาโชกโชน ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก

บางครั้งความสำเร็จเล็กๆ แบบนี้มันเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจอย่างดี เทียบได้น้ำใบบัวบกทีเดียว มันจะทำให้คุณมีกำลังใจที่จะสู้ต่อ เป้าหมายคุณยังเหมือนเดิม แต่ขอตั้งต้นใหม่ ฟื้นฟูสภาพจิตใจตัวเองดู แต่ต้องอยู่ในลู่วิ่ง อย่าทิ้งความรู้ไป เมื่อถึงเวลาที่คุณพร้อม ขอให้คุณกลับมา ทีนี้ “เอาจริง” ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้น เพราะคุณมีตำแหน่งงานเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้แล้ว คุณต้องลงสนามสอบทุกครั้ง อย่าได้ขาด เพราะโอกาสบางครั้งมาโดยไม่บอกกล่าว

ไม่ว่า “ตอนนั้น” คุณจะอายุเท่าไหร่ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่อง “สายเกินไป” รุ่นเดียวกับแอดมิน สอบได้ตอนอายุ ๔๕ ขึ้นไปตั้งหลายคน ไม่มีใครแก่ เว้นแต่คุณจะทำตัวเองให้แก่ไปเอง อย่าลืมว่า ผู้พิพากษาหรืออัยการเกษียณที่อายุ ๗๐ ปี คุณสอบได้ตอน ๔๐ ปี คุณยังมีอายุราชการถึง ๓๐ ปี คุณทำงานไม่ถึง ๗ ปี คุณจะมีค่าตอบแทนสำหรับความพยายามนั้นประมาณหนึ่งแสนต้นๆ

หรือถึงที่สุดแล้ว คุณรับราชการเป็นถึง ซี ๗ ซี ๘ สอบได้เป็นผู้พิพากษาตอนอายุ ๕๐ คุณก็ยังมีอีก ๒๐ ปีถึงจะเกษียณ และเชื่อว่าถ้าคุณจะเกษียณในตำแหน่งผู้พิพากษา คุณจะเกษียณอย่างมีความสุข เพราะคุณได้ทำตามที่คุณฝันสำเร็จลงแล้ว จริงอยู่ การเป็นผู้พิพากษา อาจไม่ใช่เป้าหมายสำคัญของชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่การที่เราตามหาความฝันของเรา มันก็เป็นความภูมิใจ สามารถตอบคำถามคนข้างหลังได้อย่างภาคภูมิ

แอดมินเชื่อว่า การที่คุณทุ่มเททุกอย่างมานานหลายปีเพื่ออ่านหนังสือสอบผู้พิพากษา มันเป็นความใฝ่ฝันของคุณแน่นอน มิฉะนั้น คุณจะไม่มีแรงฮึดมาถึงวันนี้ได้ และทำไม? คุณถึงยอมทิ้งมันไปง่ายๆ !!!!!

แน่นอนว่า การที่จะทำตามความฝันตัวเองได้ มันต้องผ่านอุปสรรคปัญหาทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะคุณ ทุกคนเจอมาเหมือนกัน แต่เมื่อเจอมัน คนที่ประสบความสำเร็จเขาจะแก้ไข เรียกว่า แก้ปัญหาไปทีละเปลาะๆ ตรงไหนคือจุดบกพร่อง ตรงไหนคือจุดอ่อนหาให้เจอ หากผู้รู้ หาคนแนะนำ

นักสู้เมื่อเจอวิกฤติ เราต้อง “เผชิญหน้า” กับมัน และเงยหน้าแก้ไขปัญหา ถึงจะได้ชื่อว่า “นักสู้”

หากเดินหนี ก้มหน้าต่อไปไม่สู้ เขาจะเรียกว่า “ไอ้ขี้แพ้”

ขนาดคนกระจอกอย่างแอดมินยังไม่ยอมแพ้ และทำไมคุณถึงจะเดินหนีจากไปโดยไม่คิดต่อสู้…..

เครดิต หลักและคำพิพากษา/กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

Facebook Comments