Home กฎหมาย-ฎีกาน่ารู้ กฎหมายอุ้มบุญ บังคับใช้ 30 ก.ค. นี้ เตือนทำเชิงพาณิชย์มีสิทธิ์จำคุก 10 ปี

กฎหมายอุ้มบุญ บังคับใช้ 30 ก.ค. นี้ เตือนทำเชิงพาณิชย์มีสิทธิ์จำคุก 10 ปี

178
SHARE

กฎหมายอุ้มบุญ    เริ่มบังคับใช้ 30 ก.ค. นี้ ระบุห้ามปฏิเสธรับเด็กเป็นบุตร ย้ำห้ามทำเชิงพาณิชย์ หากแพทย์-คู่สามีภรรยา-ผู้รับตั้งครรภ์ ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ปรับ 200,000 บาท

 

กฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ปี 2558 หรือการอุ้มบุญ โดยเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้  นั้นมีขึ้น   “  เพื่อช่วยคู่สามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายแต่มีบุตรยาก ให้สามารถมีบุตรได้ และยังควบคุมป้องกันไม่ให้นำวิธีอุ้มบุญไปใช้ประโยชน์ในทางที่ผิด ไม่ว่าจะเป็นการรับจ้างตั้งครรภ์ การค้ามนุษย์ รวมถึงการทอดทิ้งเด็ก   “

.”โดยที่ความก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยี ทางการแพทย์ในการบําบัดรักษาภาวะการมีบุตรยากสามารถช่วยให้ผู้ที่มีภาวะการมีบุตรยากมีบุตรได้โดยการใช้ เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์  อันมีผลทําให้บทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ในเรื่องความเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ไม่สอดคล้องกับความสัมพันธ์ในทางพันธุกรรม ดังนั้น เพื่อกําหนดสถานะความเป็นบิดามารดาที่ชอบด้วย กฎหมายของเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ให้เหมาะสม ตลอดจนควบคุม การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เกี่ยวกับตัวอ่อนและเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์มิให้มี การนําไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง   “
โดยกฎหมายฉบับดังกล่าวยังกำหนดข้อห้ามดังนี้

ห้ามสามีและภรรยาที่ทำอุ้มบุญปฏิเสธรับเด็กเป็นบุตร

ห้ามรับตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า

ห้ามเป็นนายหน้าจัดการหรือชี้ช่องให้มีการตั้งครรภ์แทน

ห้ามซื้อ เสนอซื้อหรือขาย นำเข้าหรือส่งออกอสุจิ ไข่ ตัวอ่อน

โดยสถานประกอบการ แพทย์ คู่สามีภรรยา และผู้รับตั้งครรภ์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

สำหรับบทลงโทษมีดังนี้

1. กรณีแพทย์ไม่ปฏฺิบัติตามมาตรฐานแพทยสภา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. หากกระทำเชิงการค้ารับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

3. กรณีเป็นนายหน้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

4. กรณีขายอสุจิ หรือไข่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ในส่วนกรณีที่มีการดำเนินการอุ้มบุญก่อนกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้นั้น สามารถยื่นรับรองบุตรได้ ซึ่งการปฏิบัติการตามกฎหมายจะดำเนินการภายใต้คณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญ โดยเป็นตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 15 คน

 

ข้อมูลจาก

http://baby.kapook.com/view125456.html

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/A/038/1.PDF

 

 

นายเกรียงศักดิ์    นวลศรี

น.บ   น.บ.ท   วิชาชีพว่าความ   ที่ปรึกษากฎหมาย   และผู้เขียนบทความในเว็บตั๋วทนาย.com

 

 

Facebook Comments