Home กฎหมาย-ฎีกาน่ารู้ ผู้ซื้อ ทำสัญญาซื้อขายอาคารพาณิชย์ ชำระเงินมัดจำในวันจองทำสัญญา ต่อมาผู้ขายยังไม่ก่อสร้าง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนหรือไม่

ผู้ซื้อ ทำสัญญาซื้อขายอาคารพาณิชย์ ชำระเงินมัดจำในวันจองทำสัญญา ต่อมาผู้ขายยังไม่ก่อสร้าง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนหรือไม่

6146
SHARE

คำถาม

ผู้ซื้อ ทำสัญญาซื้อขายอาคารพาณิชย์ ชำระเงินมัดจำในวันจองทำสัญญา ต่อมาผู้ขายยังไม่ก่อสร้าง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนหรือไม่

คำตอบ

เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้

คำพิาพากษาฎีกา 797/2556       แม้สัญญาจะซื้อจะขายมิได้กำหนดเวลาการเริ่มลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ให้แล้วเสร็จไว้ แต่เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องรีบลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาก่อสร้างที่แล้วเสร็จไว้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภค

เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดเวลาไว้แต่เป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยก็มีหน้าที่ต้องรีบลงมือก่อสร้าง และก่อสร้างให้แล้วเสร็จในเวลาอันสมควรอันเป็นไปตามหลักความสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 หาใช่การจะเริ่มลงมือก็สร้างและกำหนดเวลาแล้วเสร็จนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว เพราะจำเลยเป็นผู้รับประโยชน์จากเงินที่โจทก์ชำระไปแล้ว จึงมีหน้าที่ต้องรีบก่อสร้างโดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203
เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้หรือขอปฏิบัติชำระหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 ดังนั้น การที่โจทก์ชำระเงิน 800,000 บาท แก่จำเลยในการทำสัญญาจะซื้อจะขายแล้วย่อมมีความคาดหวังจะได้เห็นจำเลยปฏิบัติชำระหนี้ตอบแทน คือ การเริ่มลงมือก่อสร้าง แต่เมื่อจะครบกำหนดเวลาชำระเงินดาวน์งวดแรกได้ความว่า

จำเลยยังไม่ได้เริ่มลงมือก่อสร้างอาคารพาณิชย์ทำให้โจทก์เกิดความไม่มั่นใจในโครงการของจำเลย เพราะเงินค่างวดที่จะจ่ายแต่ละงวดเป็นจำนวนมากถึงงวดละ 334,000 บาท โจทก์จึงไม่ยอมจ่ายเงินค่างวดและไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค จำเลยเองก็ไม่ได้แสดงความสุจริตโดยการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับโครงการให้โจทก์ทราบเป็นหนังสือหรือทวงถามให้โจทก์ชำระเงินค่างวดอีก

จึงถือได้ว่าการชำระหนี้ของโจทก์มิได้กระทำลงเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 205 ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ได้ชำระเงินค่างวดแก่จำเลยจะถือว่าโจทก์ผิดสัญญาและก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในการริบมัดจำไม่ได้ เมื่อจำเลยไม่ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ และโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาจึงมีผลให้สัญญาจะซื้อจะขายเลิกกัน คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม

จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องคืนเงินที่โจทก์ชำระแก่จำเลยไปแล้วพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่เวลาที่ได้รับเงินไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391

สรุป ผู้ขายต้องคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ย

หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ป.พ.พ. มาตรา 203 การชำระหนี้
มาตรา 205 ลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด
มาตรา 368 ตีความสัญญา
มาตรา 369 สัญญาต่างตอบแทน
มาตรา 391ผลของการเลิกสัญญา

มีปัญหาเกี่ยวกับคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา

Facebook Comments