ข่าวสารทั้งหมด

อ.บ.ต.ก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินเอกชน ต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลใด ข้อหาใด

อ.บ.ต.ก่อสร้างถนนรุกล้ำที่ดินเอกชน ต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลใด ข้อหาใด คำวินิจฉัยที่ 47/2563 คดีที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเอกชนยื่นฟ้ององค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ ที่ ๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี โดยอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำละเมิดกรณีก่อสร้างถนนสาธารณประโยชน์รุกล้ำที่ดินของผู้ฟ้องคดี ขอให้พิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองรื้อถอนถนนพิพาทออกไปจากที่ดินของผู้ฟ้องคดีโดยเร็วและปรับที่ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิม หากไม่ดำเนินการให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนกับให้ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองให้การโต้แย้งว่า ที่ดินบริเวณพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน การที่จะวินิจฉัยว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ จึงเป็นเพียงผลของการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับสถานะของที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ฟ้องคดี การที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองกระทำการตามฟ้องก็เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี แต่หากที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะเป็นผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีอำนาจก่อสร้างถนนสาธารณะได้โดยไม่เป็นละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าการที่ผู้ฟ้องคดีใช้สิทธิฟ้องคดีนี้ ก็เพื่อขอให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของตนเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม สรุปศาลพิจารณาว่า ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา โทร...

นำเอกสารปลอมที่ผู้อื่นทำขึ้นไปใช้ มีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่

นำเอกสารปลอมที่ผู้อื่นทำขึ้นไปใช้ มีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2563 จำเลยซึ่งเป็นมารดา พ. อายุ 74 ปี อ่านหนังสือไม่ออก แต่เขียนชื่อของตนเองได้ นำสำเนามรณบัตร สำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพซึ่งเป็นเอกสารราชการปลอมที่ พ. ปลอมขึ้นทั้งฉบับและรับรองสำเนาไว้ก่อนแล้ว นำไปยื่นต่อ ค. พนักงานของโจทก์ร่วม และ น. พนักงานของธนาคาร ท. โดยจำเลยไม่ทราบว่าเป็นเอกสารราชการปลอม เพื่อขอรับสินไหมทดแทนมรณกรรมของกรมธรรม์ประกันชีวิตของ พ....

ขอแก้ไขทุนทรัพย์ในศาลอุทธรณ์ให้ลดลงจากเดิม สามารถทำได้หรือไม่

ขอแก้ไขทุนทรัพย์ในศาลอุทธรณ์ให้ลดลงจากเดิม สามารถทำได้หรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563 คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น และยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในอุทธรณ์ของโจทก์ว่า รอไว้สั่งเมื่อไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์เสร็จแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์แล้วมีคำสั่งลงวันที่ 15 มีนาคม 2561 ว่า คดีไม่มีเหตุยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง...

ฎีกาใหม่กลับหลัก เงินใต้โต๊ะฝากเข้ารับราชการ ถือเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ (ฎีกา63)

ฎีกาใหม่กลับหลัก เงินใต้โต๊ะฝากเข้ารับราชการ ถือเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือไม่ (ฎีกา63) หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา ม. 83, 341 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม. 2 (4) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563 พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้ว่า จำเลยกับพวกกล่าวอ้างว่า สามารถช่วยเหลือฝากโจทก์ร่วมเข้าทำงานรับราชการในองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ได้ อันเป็นความเท็จ ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่สามารถช่วยเหลือฝากโจทก์ร่วมเข้าทำงานรับราชการในองค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาลในเขตจังหวัดบุรีรัมย์ตามที่กล่าวอ้างได้ โดยการหลอกลวงของจำเลยกับพวกเป็นเหตุให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเป็นความจริงและมอบเงิน 550,000 บาท ให้จำเลยไปดำเนินการตามที่จำเลยกับพวกกล่าวอ้าง ถือว่าโจทก์ร่วมได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีในข้อหานี้ได้ ส่วนที่โจทก์ร่วมมอบเงิน 550,000 บาท ให้จำเลยไปนั้นล้วนเกิดขึ้นเพราะถูกจำเลยหลอกลวง ถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมเป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำความผิด โจทก์ร่วมจึงเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยมีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานฉ้อโกงได้ สรุป...

ผู้เสียหายแถลงลดยอดความเสียหายในคดีอาญา มีผลถือเป็นการสละจำนวนสิทธิเรียกร้องหรือไม่

ผู้เสียหายแถลงลดยอดความเสียหายในคดีอาญา มีผลถือเป็นการสละจำนวนสิทธิเรียกร้องหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2563 ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมแถลงว่าหากจำเลยชดใช้เงินคืนให้ 3,000,000 บาท โจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยอีก จึงถือว่าโจทก์ร่วมแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนเงิน 9,000,000 บาท แล้ว โดยยังติดใจให้คืนเงินเพียง 3,000,000 บาท เท่านั้น ซึ่งโจทก์ร่วมชอบที่จะกระทำได้ และย่อมมีผลผูกพันโจทก์ร่วม ต่อมาจำเลยชำระเงินคืนให้โจทก์ร่วม 1,040,000 บาท และคงเหลือเงินต้องชำระคืนอีก 1,960,000 บาท โจทก์ร่วมแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่...

ให้ข้อมูลในระหร่างที่ถูกคุมขัง สามารถขอลดโทษตามมาตรา 100/2ได้หรือไม่

ให้ข้อมูลในระหร่างที่ถูกคุมขัง สามารถขอลดโทษตามมาตรา 100/2ได้หรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2560 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนและกระเป๋าสะพายสีเทาของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2),...

ไม่หย่า ฟ้องค่าเลี้ยงดูระหว่างสามีและภริยาได้หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4959/2552 โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2515 จำเลยและโจทก์ได้จดทะเบียนสมรสกันและต่อมามีบุตรด้วยกัน 2 คน ปัจจุบันบรรลุนิติภาวะแล้ว ก่อนโจทก์จะสมรสกับจำเลย โจทก์ไม่มีอาชีพและไม่มีรายได้ หลังจากสมรสแล้วจำเลยให้โจทก์เป็นแม่บ้านดูแลความเรียบร้อยภายในบ้านและเลี้ยงดูบุตรตลอดมา ส่วนจำเลยมีอาชีพรับราชการเป็นทหารเรือได้ไปปฏิบัติราชการอยู่ตามหน่วยราชการของกองทัพเรือตามต่างจังหวัด รายได้ที่อุปการะเลี้ยงดูครอบครัวมาจากรายได้ของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เดิมรายได้ที่จำเลยหามาได้ทั้งหมดจะส่งให้โจทก์เป็นผู้เก็บไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัว จำเลยจะใช้เงินเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวและจะกลับมาดูแลครอบครัวเป็นประจำทุกสัปดาห์ ต่อมาเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา จำเลยเป็นผู้เก็บเงินไว้เองทั้งหมดคงส่งเงินเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูให้โจทก์เดือนละ 10,000 บาทตลอดมาจนถึงเดือนตุลาคม 2547...

ศาลยกฟ้องในคดีอาญาชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือไม่

คําถาม เอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่าการกระทําความผิดอาญา ศาลยกฟ้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จะเป็นความผิดฐานฟ้องเท็จหรือไม่ คําตอบ มีคําพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คําพิพากษาฎีกาที่ ๖๔๓๐/๒๕๖๐ พฤติการณ์ของจําเลยกับพวกทําให้โจทก์เข้าใจว่าจําเลยกับพวกร่วมกันเบียดบัง เอาเงินผลผลิตปาล์มน้ํามันไปเป็นของตนโดยทุจริต การที่โจทก์ฟ้องว่าจําเลยกับพวกร่วมกัน ยักยอกเงินผลผลิตปาล์มน้ํามันจึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลกล่าวหาจําเลยไปตามข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นจริง หาใช่โจทก์เอาความอันเป็นเท็จแล้วมาแกล้งกล่าวหาจําเลยไม่ การที่จําเลยมา ฟ้องโจทก์หาว่าโจทก์เอาความอันเป็นเท็จฟ้องจําเลยเป็นคดีอาญา ทั้งที่รู้แล้วว่าเรื่องที่จําเลย นํามาฟ้องโจทก์เป็นความเท็จ แม้ศาลจะยกฟ้องของจําเลยในชั้นไต่สวนมูลฟ้องก็ตาม การกระทําของจําเลยก็เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๕ มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา โทร 089-142-7773 ไลน์ไอดี @lawyers.in.th

โดนจำคุกทั้งหมด ๒๐ ปี แต่โทษแต่ละกระทงไม่ถึง ๕ ปี ต้องห้ามฎีกาหรือไม่

โดนจำคุกทั้งหมด ๒๐ ปี แต่โทษแต่ละกระทงไม่ถึง ๕ ปี ต้องห้ามฎีกาหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายอาญา ม. 91 (3) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม. 218 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี...

การแจ้งข้อกล่าวหา ของพนักงานสอบสวนต้องแจ้งทุกมาตราหรือไม่ หากไม่มีผลให้ยกฟ้องหรือไม่

การแจ้งข้อกล่าวหา ของพนักงานสอบสวนต้องแจ้งทุกมาตราหรือไม่ หากไม่มีผลให้ยกฟ้องหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277, 279, 283 ทวิ, 317 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา เด็กหญิง ธ. ผู้เสียหายที่ 3 (ผู้ร้องที่ 1) และเด็กหญิง ก. ผู้เสียหายที่ 4 (ผู้ร้องที่ 2) โดยนางสาว...