ข่าวสารทั้งหมด

อะไรคือ ความหมายของการฉ้อโกงประชาชน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา

หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า แท้ที่จริงแล้วความหมายความหมายของการฉ้อโกงประชาชน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา นั้นวางหลักไว้อย่างไร ในวันนี้ทีมงานทนายกฤษดา ขอนำท่านไปวิเคราะห์ในเรื่องดังกล่าวตามคำพิพากษาดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15505/2553 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายญา มาตรา 91, 341, 343 และให้จำเลยคืนเงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 3 คนละ 5,000 บาท ผู้เสียหายที่ 4 จำนวน 25,000 บาท ผู้เสียหายที่...

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี2562 ลดหย่อนอะไรได้บ้าง

ค่าลดหย่อนและยกเว้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบในการคำนวณภาษีที่กฎหมายกำหนดให้นำไปหักออกจากเงินได้ได้อีกหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว โดยมีการหักลดหย่อนกรณีต่าง ๆ แตกต่างกันออกไป ทีมงานทนายกฤษดา ขออนุญาตสรุปหลักเกณฑ์ต่างๆโดย เน้นส่วนสำคัญซึ่ง สรุปได้ดังนี้ (1) กรณีบุคคลธรรมดา หรือผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี 1. ผู้มีเงินได้ 60,000 บาท 2.คู่สมรส (ไม่มีเงินได้) 60,000 บาท 3. ผู้มีเงินได้หรือคู่สมรสต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักลดหย่อนรวมกันได้ ไม่เกิน 120,000 บาท 4. บุตรชอบด้วยกฎหมายและบุตรบุญธรรม หักค่าลดหย่อนได้คนละ 30,000...

คําถาม คนไร้ความสามารถทําหนังสือมอบอํานาจให้บุคคลอื่นฟ้องคดีอาญา ต่อศาลได้หรือไม่

คําถาม คนไร้ความสามารถทําหนังสือมอบอํานาจให้บุคคลอื่นฟ้องคดีอาญา ต่อศาล เป็นการกระทําโดยมีอํานาจหรือไม่ หรือเป็นเพียงข้อบกพร่องที่สามารถแก้ไขให้ บริบูรณ์ได้หรือไม่ คําตอบ มีคําพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คําพิพากษาฎีกที่ ๓๗๒๗/๒๕๖๐ โจทก์ซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถและอยู่ในความอนุบาลของ ช. ฟ้องคดีโดยทํา หนังสือมอบอํานาจให้ ม. ดําเนินคดีแทน เป็นการกระทําโดยโจทก์ไม่มีอํานาจที่จะ กระทําได้ ต้องให้ ช. ผู้อนุบาลเป็นผู้กระทําการแทน กรณีมิใช่เป็นเรื่องของการบกพร่องในเรื่องความสามารถของโจทก์และจําต้องแก้ไขข้อบกพร่องนั้นเสียให้บริบูรณ์ภายใน กําหนดเวลาอันสมควร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ ประกอบ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา...

คำขอท้ายฟ้องของพนักงานอัยการไม่ได้ระบุมาตรา ศาลมีอำนาจลงโทษตามที่นำสืบหรือไม่

คำถาม คำขอท้ายฟ้องของพนักงานอัยการไม่ได้ระบุมาตรา ศาลมีอำนาจลงโทษตามที่นำสืบหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 797/2561 มาตรา 192 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่งเกินคำขอหรือมิได้กล่าวในฟ้อง" แม้โจทก์จะนำสืบข้อเท็จจริงครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 336 ทวิ และจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพโดยรับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 กระทำความผิดตามบันทึกการจับ เอกสารหมาย จ.6 ก็ตาม แต่เมื่อคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ไม่ระบุมาตรา...

ค่าฤชาธรรมอื่นนอกจากที่ศาลสั่งให้คืนเป็นพับ มีความหมายว่าอย่างไรตามคำพิพากษาศาลฎีกา

ค่าฤชาธรรมอื่นนอกจากที่ศาลสั่งให้คืนเป็นพับ มีความหมายว่าอย่างไรตามคำพิพากษาศาลฎีกา ฎีกา 181/2559 ค่าฤชาธรรมอื่นนอกจากที่ศาลสั่งให้คืนเป็นพับ หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการดําเนิน คดีอื่นนอกจากค่าขึ้นศาลซึ่งหากจะมีขึ้นในชั้นฎีกา เช่น ค่าใช้จ่ายในการส่งคําคู่ความ เป็นต้น หาได้หมายความรวมถึงเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความ อีกฝ่ายหนึ่งตามพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่จําเลยนํามาวางศาลพร้อมฎีกาด้วยไม่ เพราะเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นเงินที่วางเพื่อเป็นประกันว่าหากในที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาให้ผู้ฎีกาต้องรับผิดชําระค่าธรรมเนียมที่ได้ออกใช้ก่อนจากเงิน ที่ผู้ฎีกาวางไว้ได้ โดยผู้ชนะคดีไม่จําต้องดําเนินการบังคับคดี เมื่อปรากฏว่าระหว่าง พิจารณาของศาลฎีกาโจทก์ถอนฎีกา เงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่าย ที่จําเลยนํามาวางศาลนั้น เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะบังคับคดีแก่จําเลย ต้องคืน แก่จําเลย มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา 089-142-7773 ไลน์ไอดี Lawyers.in.th

การพรากผู้เยาว์ตามความหมายของศาลฎีกาคืออะไร

หลายท่านอาจไม่ทราบว่า บทบัญญัติที่กฎหมายใช้คุ้มครองดูแลเด็กผู้เยาว์ที่อายุยังไม่เกิน 15 ปี นั้น ความหมายของการพรากผู้เยาว์ที่แท้จริงแล้วตามบทบัญญัติในมาตรา 317 นั้น มีความหมายเช่นไร จำเป็นต้องบังคับขู่เข็ญหรือไม่ มีเหตุผลอันสมควรได้หรือไม่ ทีมงานทนายกฤษดา ขออนุญาตไปวิเคราะห์ฎีกาเพื่อค้นหาความหมายในเรื่องดังกล่าวไว้ดังนี้ หลักกฎหมาย มาตรา 317  ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสามแสนบาท ว.2 ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวเด็กซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก...

วิเคราะห์ หลักการที่ศาลใช้วินิจฉัยเรื่องการมีชู้ และการเรียกค่าทดแทนจากชู้ ศาลพิจารณาจากหลักใดบ้าง

คำถาม วิเคราะห์ หลักการที่ศาลใช้วินิจฉัยเรื่องการมีชู้ และการเรียกค่าทดแทนจากชู้ ศาลพิจารณาจากหลักใดบ้าง คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักเกณฑ์การวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าวไว้ดังนี้ คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๕๙๐/๒๕๖๑ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคําฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์กับจําเลยที่ ๑ หย่าขาว จากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อํานาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสาม และให้จําเลยที่ ๑ แบ่งสินสมรส คือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโฉนดเลขที่ ๔๑๓๖๑ กับ ๔๑๓๖๒ และ ห้องชุดเลขที่ ๗๘๐/๘๕ ชั้นที่ ๑๙ อาคารเลขที่ซี ชื่ออาคารชุดศุภาลัย...

ทำสัญญาซื้อขายที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดินกัน ผู้ซื้อมีสิทธิจะได้คืนราคาที่ดินที่ชำระแก่ผู้ขายไปหรือไม่

คำถาม ทำสัญญาซื้อขายที่ดินสาธารณะสมบัติของแผ่นดินกัน ผู้ซื้อมีสิทธิจะได้คืนราคาที่ดินที่ชำระแก่ผู้ขายไปหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7464/2555 ที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์จึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305 บัญญัติว่า ทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกา การที่โจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทแก่กัน จึงเป็นการทำนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150 และมีผลเป็นการเสียเปล่าเท่ากับโจทก์จำเลยมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันและต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรมแก่กันโดยให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้มาใช้บังคับตามมาตรา 172 แต่การที่โจทก์ชำระราคาที่ดินพิพาทแก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายโดยรู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ ถือว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตามมาตรา 407 และมาตรา 411 โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับคืนราคาที่ดินที่ชำระแก่จำเลยดังกล่าว สรุป จำเลยอยู่แล้วแต่แรกว่าเป็นที่ดินสาธารณะไม่มีสิทธิได้เงินคืนจากโจทก์ เพราะศาลมองว่า ถือว่าเป็นการกระทำตามอำเภอใจเหมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตามมาตรา 407...

ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของผู้อื่น โดยเจ้าของที่ดินอนุญาตด้วยวาจา บ้านที่ปลูกจะจะตกเป็นส่วนควบของที่ดินหรือไม่

  คำถาม ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของผู้อื่น โดยเจ้าของที่ดินอนุญาตด้วยวาจา บ้านที่ปลูกจะจะตกเป็นส่วนควบของที่ดินหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2551 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับนายสมคิดในที่ดินโฉนดเลขที่ 11967 ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 51 โดยโจทก์และนายสมคิดได้มาจากการรับมรดก โจทก์และนายสมคิดยังมิได้จดทะเบียนแบ่งแยกกัน แต่มีบันทึกข้อตกลงแบ่งแยกที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไว้ โดยให้ที่ดินซึ่งเป็นส่วนที่ปลูกสร้างบ้านเลขที่ 51 เป็นของโจทก์จำเลยขออนุญาตโจทก์ก่อสร้างบ้านลงในที่ดินของโจทก์ โจทก์อนุญาตโดยจำเลยไม่ได้ขอบ้านเลยที่ใหม่ คงใช้บ้านเลขที่ 51 ของโจทก์ เป็นเลขที่บ้านของจำเลย ต่อมาโจทก์ป่วยเป็นอัมพาตไม่สามารถเดินขึ้นบันไดได้ จึงมีความประสงค์ที่จะรื้อถอนบ้านดังกล่าวเพื่อปลูกสร้างบ้านหลังใหม่ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากบ้านดังกล่าวของจำเลยเลย จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากบ้านเลขที่...

การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ รวมถึงที่งอกริมตลิ่งด้วยหรือไม่

การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ รวมถึงที่งอกริมตลิ่งด้วยหรือไม่ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4386/2551 โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นภริยานายหล่อ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นบุตรของโจทก์ที่ 1 ที่เกิดกับนายหล่อ ส่วนจำเลยและนายวงษ์เป็นบุตรนายหล่อที่เกิดกับนางต๋อย เดิมนายฮ้อและนางฮวยบิดานายหล่อซึ่งเป็นปู่และย่าของโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 กับจำเลยเป็นเจ้าของถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 8662 เนื้อที่ 1 ไร่...