ข่าวสารทั้งหมด

ระยะร่นของบ้านหรืออาคารต่างๆ ตามกฎหมาย ต้องมีระยะเท่าใด

ระยะร่นของบ้านหรืออาคารต่างๆ ตามกฎหมาย ต้องมีระยะเท่าใด การสร้างบ้านหรืออาคารใดตามกฎหมายนั้น จำเป็นจะต้องเว้นระยะร่นไว้ตามกฎหมายและเพื่อความปลอดภัยของเจ้าของอาคารและผู้อาศัยในที่ค้างเคียงในกรณีที่เกิดภัยพิบัติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยทางด้านอัคคีภัย แผ่นดินไหว หรืออุบัติเหตุในท้องถนนที่อาจจะส่งผลต่ออาคารได้ ซึ่งได้มีกฎหมายกำหนดระยะดังกล่าวไว้ในกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 โดยได้กำหนดระยะร่นของอาคารต่างไว้ตามกฎหมายดังนี้ 1.พื้นที่ว่างภายนอกอาคาร ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ. 2543) ข้อ 33 - กรณีที่อยู่อาศัย ต้องมีที่ว่างภายนอกอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ชั้นที่กว้างที่สุด -...

เกิดอุบัติเหตุลงบันทึกประจำวันตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณีกันแล้ว บริษัทประกันสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีกหรือไม่

เกิดอุบัติเหตุลงบันทึกประจำวันตกลงค่าเสียหายกับคู่กรณีกันแล้ว บริษัทประกันสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้อีกหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2559 โจทก์ฟ้องให้จำเลยชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนได้พร้อมดอกเบี้ยจำนวน 463 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 15,293 บาท ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 15,293 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 14,830 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน...

ผู้รับเหมาฟ้องเรียกค่างวดงานที่ยังไม่ได้ลงมือทำได้หรือไม่ (มีฎีกา)

ผู้รับเหมาฟ้องเรียกค่างวดงานที่ยังไม่ได้ลงมือทำได้หรือไม่ (มีฎีกา) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7687/2561 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 650,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 230,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 สิงหาคม 2558)...

รถหายบริษัทประกันไม่ยอมรับผิด ฟ้องคดีได้หรือไม่

เมื่อรถหายผู้เอาประกันไม่แจ้งให้ผู้รับประกันทราบทันที (ผิดสัญญา) มีผลอย่างไร ประกันวินาศภัยนั้นมีวัตถุประสงค์ในการมุ่งคุ้มครองทรัพย์สิน โดยในส่วนของรถยนต์ที่ใช้ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ คือ ประกันภาคบังคับประเภทหนึ่งและประกันภาคสมัครใจอีกประเภทหนึ่ง การประกันภาคบังคับนั้นมีขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัย โดยรัฐเห็นว่าเนื่องจากมีการสูญเสียมากมายบนท้องถนน และบางเหตุการณ์คู่กรณีต่างก็แทบไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรเป็น ดังนั้น รัฐจึงออกกฎหมายมาบังคับให้ผู้ขับขี่หรือผู้ใช้ยานพาหนะบนท้องถนนจำเป็นต้องทำประกันชนิดนี้ไว้ เพื่อเป็นกองทุนในการช่วยเหลือเยียวยาหากเกิดภัยขึ้น ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจนั้น ก็คือ การทำประกันกับบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดมีขึ้นจากการใช้ยานพาหนะ ซึ่งนอกจากจะคุ้มครองตัวทรัพย์แล้วยังคุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัย ที่เสื่อมเสียไปจากความเสียหายที่อาจเกิดมีขึ้น โดยประกันภาคสมัครใจนี้เป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่งที่ระบุไว้ตามบรรพ 3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังคงมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน กล่าวคือ...

นายจ้างทำประกันชีวิตและเป็นผู้รับประโยชน์ในกรณีลูกจ้างเสียชีวิตได้หรือไม่

นายจ้างทำประกันชีวิตและเป็นผู้รับประโยชน์ในกรณีลูกจ้างเสียชีวิตได้หรือไม่ แนวคิดพื้นฐานของสัญญาประกันภัยนั้นคือ บุคคลผู้เอาประกันภัยนั้นจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกัน ดังนี้ การจะทำประกันชีวิตนั้นผู้เอาประกันจะต้องมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันนั้นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้การทำประกันชีวิตนั้นนอกจากจะประกันชีวิตตนเองแล้ว ผู้เอาประกันยังสามารถประกันชีวิตของผู้อื่นได้ด้วย หากตนมีส่วนได้เสีย และในประเทศไทยได้บัญญัติหลักนี้ไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863 ซึ่งบัญญัติว่า “อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด” การทำประกันชีวิตบุคคลอื่นนั้น มีด้วยกันอยู่ 2 กรณี คือ กรณีการทำประกันชีวิตของบุคคลที่เป็นญาติ เช่น พ่อแม่ทำประกันให้แก่บุตร เป็นต้น และอีกกรณีคือการทำประกันชีวิตบุคคลที่ไม่ใช่ญาติแต่มีความสัมพันธ์ถึงขนาดการตายของบุคคลผู้ประกันชีวิตไว้นั้นมีผลต่อผู้ทำประกัน เช่น...

เมื่อรถหายผู้เอาประกันไม่แจ้งให้ผู้รับประกันทราบทันที (ผิดสัญญา) มีผลอย่างไร

เมื่อรถหายผู้เอาประกันไม่แจ้งให้ผู้รับประกันทราบทันที (ผิดสัญญา) มีผลอย่างไร ประกันวินาศภัยนั้นมีวัตถุประสงค์ในการมุ่งคุ้มครองทรัพย์สิน โดยในส่วนของรถยนต์ที่ใช้ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ คือ ประกันภาคบังคับประเภทหนึ่งและประกันภาคสมัครใจอีกประเภทหนึ่ง การประกันภาคบังคับนั้นมีขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองผู้ประสบภัย โดยรัฐเห็นว่าเนื่องจากมีการสูญเสียมากมายบนท้องถนน และบางเหตุการณ์คู่กรณีต่างก็แทบไม่ได้รับการเยียวยาอย่างที่ควรเป็น ดังนั้น รัฐจึงออกกฎหมายมาบังคับให้ผู้ขับขี่หรือผู้ใช้ยานพาหนะบนท้องถนนจำเป็นต้องทำประกันชนิดนี้ไว้ เพื่อเป็นกองทุนในการช่วยเหลือเยียวยาหากเกิดภัยขึ้น ส่วนประกันภัยภาคสมัครใจนั้น ก็คือ การทำประกันกับบริษัทเอกชนที่ได้รับอนุญาตเพื่อรองรับความเสียหายที่อาจเกิดมีขึ้นจากการใช้ยานพาหนะ ซึ่งนอกจากจะคุ้มครองตัวทรัพย์แล้วยังคุ้มครองชีวิต ร่างกาย อนามัย ที่เสื่อมเสียไปจากความเสียหายที่อาจเกิดมีขึ้น โดยประกันภาคสมัครใจนี้เป็นเอกเทศสัญญาประเภทหนึ่งที่ระบุไว้ตามบรรพ 3 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และยังคงมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน กล่าวคือ...

บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าของรถสามารถทำประกันภัยรถคันดังกล่าวได้หรือไม่ และหากสามีของเจ้าของรถนำรถไปเฉี่ยวชนภริยาซึ่งเป็นเจ้าของรถจะสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่

บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าของรถสามารถทำประกันภัยรถคันดังกล่าวได้หรือไม่ และหากสามีของเจ้าของรถนำรถไปเฉี่ยวชนภริยาซึ่งเป็นเจ้าของรถจะสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่ สัญญาประกันภัยนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีเกิดวินาศภัยขึ้น หรือเกิดเหตุอย่างอื่นในอนาคตดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่าเบี้ยประกันภัย (ป.พ.พ. ม. 861) คู่สัญญาซึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหนทดแทนนั้นเรียกว่า “ผู้รับประกันภัย” คู่สัญญาซึ่งตกลงจะส่งเบี้ยประกันนันเรียกว่า “ผู้เอาประกัน” “ผู้รับผลประโยชน์” คือ บุคคลผู้ที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือรับจำนวนเงินใช้ให้ ทั้งนี้ “ผู้เอาประกัน” กับ “ผู้รับผลประโยชน์” จะเป็นคนเดียวกันก็ได้ (ป.พ.พ. ม. 862) แต่อย่างไรก็ดี ถ้าผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้สียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นไซร้ สัญญาประกันภัยนั้นย่อมไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาแต่อย่างหนึ่งอย่างใด...

ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม มีสิทธิตามกฎหมายอะไรบ้าง

ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม มีสิทธิตามกฎหมายอะไรบ้าง. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงงาน พ.ศ 2541 มาตรา 17 สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าว ล่วงหน้า ในกรณีที่สัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา นายจ้างหรือลูกจ้างอาจบอกเลิกสัญญาจ้าง โดยบอกกล่าว ล่วงหน้า เป็นหนังสือให้ อีกฝ่ายหนึ่งทราบ ในเมื่อถึง หรือก่อนจะ ถึงกำหนดจ่าย ค่าจ้างคราวหนึ่งคราวใด เพื่อให้เป็นผล เลิกสัญญากัน เมื่อถึงกำหนดจ่ายค่าจ้าง คราวถัดไปข้างหน้าก็ได้ แต่ไม่จำเป็นต้อง บอกกล่าวล่วงหน้า เกินสามเดือน ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายบอกเลิกสัญญาจ้าง ถ้านายจ้างไม่ได้ระบุเหตุผลไว้ในหนังสือบอกเลิก...

นำภาพไปตัดต่อว่าเป็นเกย์ในเว็บต่างประเทศ ฟ้องร้องดำเนินคดีที่ศาลไทยได้หรือไม่

นำภาพใบหน้าไปตัดต่อแสดงว่าเป็นเกย์ โพสลงเว็บไซต์ที่ต่างประเทศ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ และสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายไทยได้หรือไม่ ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาคดีหรือไม่? บทนำ ในโลกปัจจุบันมีการใช้อินเตอร์เน็ตเป็นชีวิตประจำวัน การรับข่าวสาร โฆษณา การติดต่อสื่อสารล้วนแต่มีอินเตอร์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ประกอบกับเสรีภาพในการสื่อสารเป็นสิทธิเสรีที่ทุกคนบนโลกเรามีและเป็นสิทธิพื้นฐานตามธรรมชาติอย่างหนึ่งซึ่งรัฐต้องให้ความคุ้มครอง แต่อย่างไรก็ดี การใช้เสรีภาพในการสื่อสารนั้นจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่น ซึ่งหากฝ่าฝืนแล้วรัฐย่อมต้องกำหนดโทษตามกฎกติกาของสังคมเพื่อความสงบสุขในการใช้ชีวิตร่วมกัน ดังนั้น ประมวลกฎหมายอาญาจึงต้องบัญญัติความผิดฐานหมิ่นประมาทขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการลงโทษบุคคลผู้ฝ่าฝืน บทวิเคราะห์ความผิดตามกฎหมาย การจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาได้นั้น ต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง (ป.อ. ม. 326) นอกจากนี้หากผู้กระทำได้หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี...

ครบสัญญาเช่าบ้านแล้วไม่ยอมออก ผุ้เช่ามีความผิดบุกรุกหรือไม่

กรณีสัญญาเช่าครบกำหนดเวลาแล้ว ผู้ให้เช่าไม่ต่อสัญญาเช่าและได้แจ้งให้ผู้เช่าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปแล้ว หากผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อไป เป็นความผิดอาญาข้อหาบุกรุกหรือไม่    กรณีนี้มีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ  ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 แนวคำพิพากษาศาลฎีกา ก.กรณีบุคคลเข้าไปครอบครองทรัพย์สินโดยมีสิทธิ แม้ต่อมาจะหมดสิทธิ การครอบครองต่อเนื่องไปนั้นย่อมไม่เป็นผิดความผิดฐานบุกรุก คำพิพากษาฎีกาศาลที่ 65/2478 เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าแล้ว ผู้เช่ายังคงอยู่ในที่เช่าต่อไป ผู้ให้เช่าไล่ก็ไม่ยอมออกดังนี้ ผู้เช่ายังไม่มีผิดกฎหมายฐานบุกรุก การบังคับขับไล่ผู้เช่าออกจากที่เช่านั้นอยู่ในอำนาจของศาล ผู้ให้เช่าไม่มีอำนาจบังคับตามลำพัง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2097/2537 ขณะที่จำเลยเข้าไปอยู่อาศัยในตึกแถวของผู้เสียหายนั้นจำเลยได้เข้าไปอยู่ก่อนที่สัญญาเช่าจะครบกำหนดโดยผู้เช่าเป็นผู้อนุญาต ซึ่งขณะนั้นผู้เช่ายังมีสิทธิครอบครองตึกแถวอยู่ จำเลยจึงเข้าไปอาศัยอยู่ในฐานบริวารของผู้เช่า การเข้าไปอาศัยอยู่ในตึกแถวดังกล่าวจึงเป็นการเข้าไปโดยมีเหตุอันสมควร ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา...