ยอมความกัน ที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ มีความหมายอย่างไรตามคำพิพากษาศาลฎีกา

ยอมความกัน ที่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ มีความหมายอย่างไรตามคำพิพากษาศาลฎีกา คําพิพากษาฎีกาที่ ๒๗๑๑/๒๕๔๓ คําว่า “ยอมความกัน” ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๒) หมายถึงการยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทําให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อยังไม่มีข้อตกลงให้ชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมไม่ติดใจดําเนินคดีแก่จําเลยในทางอาญา สิทธินําคดีอาญามาฟ้องจึงยังไม่ระงับไป มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา โทร 089-142-7773 ไลน์ไอดี Lawyers.in.th ผู้เขียน นายเกรียงศักดิ์   นวลศรี น.บ   น.บ.ท   วิชาชีพว่าความ...

สัญญาเงินกู้หาย ฟ้องร้องดำเนินคดีกันได้หรือไม่

คำถาม สัญญาเงินกู้หาย ฟ้องร้องดำเนินคดีกันได้หรือไม่ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1604/2536 วินิจฉัยไว้ดังนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินแล้วนำสืบว่าการยืมเงินมีมูลหนี้เดิมมาจากการซื้อขายรถยนต์ เป็นการสืบถึงที่มาแห่งหนี้โดยละเอียดว่าหนี้นั้นมีมูลมาอย่างไร ไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น เมื่อการยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีอยู่จริงและสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว เพียงแต่ขาดหลักฐานแห่งการกู้ยืม ตามกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องร้องบังคับคดีเอากับจำเลยที่ 1 เท่านั้น หนี้ดังกล่าวมีการจำนองเป็นประกัน เมื่อโจทก์ยังไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญายืมจึงย่อมบังคับเอากับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้จำนองได้ เมื่อจำเลยที่ 2...

คําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ต้องยื่นมาพร้อมกับอุทธรณ์หรือไม่

คําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลมิได้ยื่นมาพร้อมกับคําฟ้องอุทธรณ์แต่ยื่น ภายหลังเมื่อใกล้จะครบกําหนดขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์โดย ไม่ปรากฏว่าตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ในภายหลัง ศาลสั่งยกคําร้องขอบด้วย กฎหมายหรือไม่ คําตอบ มีคําพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คําพิพากษาฎีกาที่ ๔๖๑/๒๕๖๑ จําเลยมิได้ยื่นคําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ในชั้นอุทธรณ์มาพร้อมกับคําฟ้องอุทธรณ์ แต่ยื่นภายหลังเมื่อใกล้จะครบกําหนดขยาย ระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ครั้งสุดท้ายตามคําสั่งของศาลทรัพย์สิน ทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง โดยไม่ปรากฏว่าจําเลยตกเป็นผู้ไม่สามารถเสีย ค่าธรรมเนียมศาลได้ในภายหลัง จึงเป็นการยื่นคําร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ โดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๑๒...

การอุทิศที่ดินเป็น ทางสาธารณะ มีสิทธิขอคืนได้หรือไม่

คำถาม  การอุทิศที่ดินให้ใช้เป็นถนนสาธารณะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการให้ต่อพนักงานงานเจ้าหน้าที่หรือไม่  และหากผู้อุทิศกลับเข้าครอบครองที่ดินจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองกลับมาหรือไม่ คำตอบ   มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้  ดังนี้ คำพิพากษาฎีกาที่  264/2555  จำเลยอุทิศที่ดินของตนให้สร้างทางพิพาทเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะเป็นการอุทิศด้วยวาจา มิได้ทำเป็นหนังสือและมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา  1299 ก็ตาม แต่การอุทิศที่ดินให้ใช้เป็นถนนสาธารณะ เช่นนี้ เป็นการสละที่ดินให้เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (2) หาจำต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนการให้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 525 ไม่...

ข้อสันนิษฐานภาษีเงินได้ส่วนบุคคลระหว่างสามีภรรยา ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีว่าอย่างไร

ข้อสันนิษฐานภาษีเงินได้ส่วนบุคคลระหว่างสามีภรรยา ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีว่าอย่างไร คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561 ป.รัษฎากร มาตรา 57 ฉ วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่เงินได้พึงประเมินไม่อาจแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นของสามีหรือภริยาแต่ละฝ่ายจำนวนเท่าใด ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง เว้นแต่เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) สามีและภริยาจะแบ่งเงินได้พึงประเมินเป็นของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกันก็ได้ แต่รวมกันต้องไม่น้อยกว่าเงินได้พึงประเมินที่ได้รับ ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของสามีและภริยาฝ่ายละกึ่งหนึ่ง" โจทก์กับ จ. ขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นสินสมรส มีราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินเป็นเงิน 546,000 บาท อันเป็นเงินได้จากการขายสินสมรสนั้น ตาม...

หลักเกณฑ์และพฤติการณ์ที่ศาลฎีกา ใช้พิจารณาในคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่

หลักเกณฑ์และพฤติการณ์ที่ศาลฎีกา ใช้พิจารณาในคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ คําถาม จําเลยยื่นคําขอให้พิจารณาใหม่อ้างว่า มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามคําฟ้อง แต่ มิใช่ที่อยู่ที่แท้จริงเพราะจําเลยอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศตลอดมาไม่เคยเดินทางกลับประเทศไทยเป็น เวลา ๕ ปีแล้ว หรือไม่ได้อาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าวเป็นเวลานาน ถือเป็นพฤติการณ์นอกเหนือ ไม่อาจบังคับได้ ในอันที่จําเลยจะยื่นคําขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงหรือไม่ หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คําตอบ มีคําพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คําขอให้พิจารณาคดีใหม่ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๙๙ เบญจ คําสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ พิจารณาคดีใหม่และคําพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔...

ข้อยกเว้นความผิดในคดีหมิ่นประมาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีว่าอย่างไร ใครมีหน้าที่นำสืบ

ข้อยกเว้นความผิดในคดีหมิ่นประมาท ตามคำพิพากษาศาลฎีกามีว่าอย่างไร ใครมีหน้าที่นำสืบ คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๖๗๔๗/๒๕๖๐ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจําเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๔๔, ๘๖, ๔๑, ๓๒๖, ๓๒๘ และให้บังคับจําเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกัน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐บาท พร้อม ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชําระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองสําหรับจําเลยที่ ๑ และที่ ๒ และ ไต่สวนมูลฟ้องแล้ว...

รถหลุดจำนำหรือรับของโจร

เป็นที่สับสนและมึนงง มากมายในสังคมว่าการซื้อรถหลุดจำนำ ซื้อได้หรือไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ มีสิทธิตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งต้องดูตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่ชัดเจนตามพฤติการณ์ของแต่ละคดีไปในที่นี้บทความนี้จะไม่ขอเอ่ยลงลึกกันในข้อโต้เถียงทางกฎหมาย ส่วนว่าคุณจะผิดหรือไม่สมควรซื้อหรือไม่ทาง Lawyers.in.th ขอให้ท่านพิจารณาจากหลักการตามกฎหมายและเทียบเคียงจากการวินิจฉัยของศาลดังนี้ หลักกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระ ทำความผิดถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีด เอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง...

ขณะทำสัญญาเงินกู้ไม่ได้เซ็นต์พยาน ต่อมาให้ผู้อื่นเซ็นต์พยาน เป็นความผิดปลอมเอกสาร

  คำถาม สัญญากู้ยืมไม่ได้ลงนามพยานในสัญญา ต่อมา ผู้ให้กู้จึงให้ผู้อื่นลงนามเป็นพยานในสัญญาโดยพลการ แล้วนำมาฟ้องต่อศาลเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารหรือไม่ คำตอบ คำพิพากษาฎีกาที่ 1126/2505 ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 จะต้องเป็นการกระทำที่น่าจะเกิดหรืออาจเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน คดีนี้ โจทก์รับอยู่ว่า โจทก์ได้ลงชื่อในหนังสือสัญญากู้เงินจำเลยที่ 1 ไป 80,000 บาทจริง สัญญาดังกล่าวจึงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 2...

เงินประกันชีวิต เงินบำนาญ-บำเหน็จตกทอด เป็นทรัพย์มรดกหรือไม่

คำถาม เงินประกันชีวิต เงินบำนาญ-บำเหน็จตกทอด เป็นทรัพย์มรดกหรือไม่ ? คำตอบ เคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่821/2554 ผู้ตายทำสัญญาประกันชีวิตไว้กับบริษัทประกันชีวิต โดยระบุภริยาเป็นผู้รับประโยชน์ ปรากฎว่าภริยาผู้ตายถึงแก่ความตายก่อนผู้ตาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตาย บริษัทประกันชีวิตสั่งจ่ายตั๋วแลกเงินระบุชื่อภริยาผู้ตายเป็นผู้รับเงิน ดังนี้ เงินตามสัญญาประกันชีวิตมิใช่ทรัพย์สินที่ผู้ตายมีอยู่ในขณะถึงแก่ความตายจึงไม่ใช่มรดกของผู้ตาย ส่วนภริยาผู้ตายซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยก็ถึงแก่ความตายไปก่อนผู้ตาย ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้รับประโยชน์ที่จะได้รับเงินตามสัญญาประกันชีวิต สิทธิของภริยาผู้ตายที่จะได้รับเงินตามกรมธรรม์ประกันภัยยังไม่เกิดขึ้น เงินตามตั๋วแลกเงินจึงไม่เป็นมรดกตกทอดแก่ทายาทของภริยาผู้ตาย แม้เงินตามตั๋วแลกเงินจะมิใช่ทรัพย์มรดกของผู้ตายแต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ลักษณะมรดกเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งในอันที่จะใช้บังคับแก่เงินตามสัญญาประกันชีวิต เงินตามตั๋วแลกเงินจึงควรตกแก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายเสมือนหนึ่งเป็นทรัพย์มรดก สรุป หลักพิจารณาคือ เงินหรือทรัพย์สินที่ทายาทมีสิทธิได้รับเนื่องจากความตายของผู้ตาย ไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย (ทรัพย์มรดก) มีปัญหาเกี่ยวกับคดีความปรึกษาทนายกฤษดา 089-142-7773 LINE ID...