Home บทความคดีแพ่ง ด่าว่าไอ้เสี่ยบ้ากาม ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่

ด่าว่าไอ้เสี่ยบ้ากาม ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่

71

ด่าว่าไอ้เสี่ยบ้ากาม ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2524

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจำเลยที่ ๒ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์และโฆษณาหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิไทม์รายวันของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๓ เป็นผู้จัดการจำหน่ายหนังสือพิมพ์ดังกล่าวทั่วประเทศ เมื่อประมาณวันที่ ๒๔ – ๒๕ กันยายน๒๕๒๑ เวลากลางวันและกลางคืนเกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำผิดกล่าวคือ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ได้พิมพ์ข้อความโฆษณาในหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิไทม์รายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๑(ฉบับแรก) ในคอลัมน์ดาวกระพริบมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จต่อบุคคลอื่นและประชาชนทั่วไปในหน้า ๑๓ ว่า “เช็คเอย – เช็คเด้ง แม้แต่เช็คเงิน ๓ พันบาทของ “อ้ายเสี่ยบ้ากาม” ก็ยังเด้งมาแล้ว ดี.วัน.จันทร์ สะอื้นไห้ไม่ลืม อุ๊ – เฉียบ ชัยณรงค์ไม่อยากเชื่อ เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง” ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค ๓ พันก็เด้งเหมือนกันตำรวจไปตามจับ พี่แกโกยแนบไปกอดเมีย (เก่า) ร่ำไห้ด้วยความกลัว – ทุดส์”รายละเอียดปรากฏตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓ และได้ลงรูปภาพโจทก์ในหน้า ๑ และได้ลงข่าวเกี่ยวกับตัวโจทก์ในหน้า ๑ และหน้า ๑๖ คำว่า”ได้เสี่ยบ้ากาม” “ไอ้เสี่ย” ดังกล่าวข้างต้นโดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีเจตนาจะให้ผู้อ่านที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวประกอบกับข้อความอื่นในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน และหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิไทม์ฉบับอื่น ๆซึ่งลงข่าวเกี่ยวกับตัวโจทก์เรื่อยมาเข้าใจว่าหมายถึงตัวโจทก์ จำเลยที่ ๓ได้ทราบหรือควรทราบถึงข้อความดังกล่าวอันมีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาทตัวโจทก์เป็นอย่างดีแต่ก็ยังคงจำหน่ายหนังสือพิมพ์ดังกล่าวต่อไปอีกโดยมีเจตนาจะให้โจทก์ต้องได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่แขวงพระโขนง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ที่อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคายและทุกตำบลอำเภอ จังหวัดทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๓๓๒, ๘๓, ๘๖, ๕๐ พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๘๔มาตรา ๘๔ ให้ยึดและทำลายหนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกเดลิไทม์ปีที่ ๕ ฉบับประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๑ ทั้งหมด ให้จำเลยทั้งสามโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์รายวันของจำเลย ไทยรัฐ เดลินิวส์บ้านเมือง ดาวสยาม และเสียงปวงชน ฉบับละ ๑๕ วันติดต่อกัน กับห้ามนำหรือจำหน่ายหนังสือพิมพ์มีกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันพ้นโทษ

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๘ปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓ เดือนและปรับ ๓,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปีไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยประกาศผลคำพิพากษานี้ในหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิไทม์ของจำเลยมีกำหนด ๗ วัน ภายใน ๑๐ วันนับแต่วันพิพากษาคดีนี้ ส่วนจำเลยที่ ๓และคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ฎีกาได้แต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้ฟังมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า จำเลยที่ ๒ ได้ลงพิมพ์ข้อความในหนังสือพิมพ์บางกอกเดลิไทม์รายวันฉบับประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ กันยายน๒๕๒๑ ฉบับแรก ในคอลัมน์ดาวกระพริบในนามปากกาที่ใช้ชื่อ เฉียบ ชัยณรงค์เป็นเจ้าของคอลัมน์ อันมีข้อความเกี่ยวพันและมุ่งหมายถึงตัวโจทก์ซึ่งคนในวงการทั่วไปเรียกว่า เจียงหรือเสี่ยเจียง มีข้อความว่า “เช็คเอย เช็คเด้ง -แม้แต่เงิน ๓ พันบาทของอ้ายเสี่ยบ้ากามก็ยังเด้งมาแล้ว ดี.วัน.จันทร์สะอื้นไห้ เฉียบ ชัยณรงค์ ไม่อยากจะเชื่อเมื่อก่อนยังเป็นจับกังไอ้เสี่ยจ่ายเช็คก็เด้งเหมือนกัน ตำรวจตามไปจับ พี่แกโกยแนบไปกอดเมีย (เก่า)ร่ำไห้ด้วยความกลัว ทุดส์ เรื่องของอ้ายเสี่ยบรรลัย มีมากมายเป็นพะเรอคนรักใคร่ชอบพอมันทั้งน๊าน คอยส่งข่าวความสกปรกให้ฟัง ไม่ว่างเว้นซักที เฮ้อ กูละเบื่อ” ปัญหามีว่าข้อความดังกล่าวจะเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์หรือไม่ เห็นว่าข้อความที่ว่า “ไอ้เสี่ยบ้ากาม” ก็ดี และที่ว่า “เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค ๓ พันก็ยังเด้งเหมือนกัน” ก็ดี มีความหมายทำให้ผู้อื่นที่ได้ยินได้ฟังเกิดความรู้สึกนึกคิดและเข้าใจต่อตัวโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนมักมากในกามคุณผิดวิสัยปุถุชนทั่วไป เช็คที่ออกจำนวนเพียง๓,๐๐๐ บาทก็ไม่มีเงิน ไม่ผิดอะไรกับเมื่อครั้งยังเป็นกุลีหาเช้ากินค่ำ แสดงให้เห็นและเข้าใจไปได้ว่า โจทก์เป็นผู้มีความประพฤติไม่ดี ไม่ควรแก่การยกย่องสมาคม อันเป็นการใส่ความโจทก์ โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง โดยการโฆษณาด้วยเอกสารในเรื่องส่วนตัวไม่มีลักษณะไปในทำนองของการติชมอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมตามวิสัย เพื่อยังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน การกระทำของจำเลยที่ ๒ จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์

พิพากษายืน

สรุป

ข้อความที่จำเลยเขียนลงในหนังสือพิมพ์รายวันมีความหมายถึงโจทก์มีความว่า “เช็คเอย เช็คเด้ง แม้แต่เช็คเงิน3 พันบาทของอ้ายเสี่ยบ้ากามก็ยังเด้งมาแล้วดี.วัน.จันทร์. สะอื้นไห้ เฉียบ ชัยณรงค์ ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค 3 พัน ก็เด้งเหมือนกันตำรวจไปตามจับ พี่แกโกยแนบไปกอดเมีย (เก่า) ร่ำไห้ด้วยความกลัวทุดส์ เรื่องของอ้ายเสี่ยบรรลัยมีมากมายเป็นพะเรอ คนรักใคร่ชอบพอมันทั้งน๊าน คอยส่งข่าวความสกปรกให้ฟังไม่ว่างเว้นซักที เฮ้อกูละเบื่อ” ข้อความที่ว่า “ไอ้เสี่ยบ้ากาม” ก็ดีและที่ว่า “เมื่อก่อนยังเป็นจับกังไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค 3 พันก็เด้งเหมือนกัน” ก็ดี. มีความหมายทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังเกิดความรู้สึกนึกคิดและเข้าใจตัวโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนมักมากในกามคุณผิดวิสัยปุถุชนทั่วไป เช็คที่ออกจำนวนเงินเพียง3,000 บาท ก็ไม่มีเงิน ไม่ผิดอะไรกับครั้งยังเป็นกุลีหาเช้ากินค่ำแสดงให้เห็นและเข้าใจไปได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีความประพฤติไม่ดีไม่ควรแก่การยกย่องสมาคม อันเป็นการใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยการโฆษณาด้วยเอกสารในเรื่องส่วนตัว ไม่มีลักษณะไปในทำนองของการติชมอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมตามวิสัย เพื่อยังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์

Facebook Comments