ถ้าจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ จะหย่าในไทยได้ไหม?
โดย ทนายกฤษดา ดวงชอ่ม– ทนายความดีครอบครัวระหว่างประเทศ อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2026
คำถามนี้สร้างความสับสนให้ผู้หญิงไทยจำนวนมากที่จดทะเบียนสมรสกับสามีต่างชาติในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศบ้านเกิดของสามี หรือประเทศที่ทั้งคู่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน เมื่อความสัมพันธ์มีปัญหาและต้องการหย่า หลายคนไม่แน่ใจว่าตนสามารถดำเนินการหย่าในประเทศไทยได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องกลับไปหย่าในประเทศที่จดทะเบียนสมรส
ความไม่แน่ใจนี้ทำให้บางคนเลื่อนการดำเนินการออกไป หรือเข้าใจผิดว่าตนติดอยู่กับสถานะสมรสโดยไม่มีทางออก บทความนี้จะอธิบายหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เงื่อนไขที่ทำให้หย่าในไทยได้ ขั้นตอนที่จำเป็น และประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจ
คำตอบเบื้องต้นคือ การจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศไม่ได้ห้ามการหย่าในประเทศไทย โดยหลักการแล้ว หากศาลไทยมีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี ภริยาสามารถฟ้องหย่าในประเทศไทยได้ แม้จะจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขและขั้นตอนที่ต้องเข้าใจ โดยเฉพาะ
ประการแรก ศาลไทยต้องมีเขตอำนาจในการพิจารณาคดี
ประการที่สอง ในบางกรณี ต้องมีการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวของการสมรสในต่างประเทศก่อน
ประการที่สาม ต้องเข้าใจว่ากฎหมายใดจะใช้บังคับกับการหย่าและการแบ่งทรัพย์สิน
ประการที่สี่ ต้องพิจารณาว่าคำพิพากษาหย่าของศาลไทยจะมีผลในประเทศที่จดทะเบียนสมรสหรือไม่
แต่ละประเด็นมีรายละเอียดที่สำคัญ ซึ่งจะอธิบายต่อไป
2. หลักกฎหมายเรื่องเขตอำนาจศาล
ประเด็นแรกที่ต้องพิจารณาคือ ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาคดีหย่าที่จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศหรือไม่
โดยหลักการ ศาลไทยมีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีหย่าในกรณีที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับประเทศไทย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งกำหนดเรื่องเขตอำนาจศาล
กรณีที่ศาลไทยมีเขตอำนาจ โดยทั่วไปได้แก่
กรณีที่หนึ่ง จำเลย (สามีหรือภริยา) มีภูมิลำเนาในประเทศไทย
กรณีที่สอง ในกรณีที่จำเลยอยู่ต่างประเทศ โจทก์ (ผู้ฟ้อง) มีภูมิลำเนาในประเทศไทย ตามมาตรา 4 ตรี
กรณีที่สาม มูลคดี (เหตุหย่า) เกิดขึ้นในประเทศไทย
สำหรับภริยาไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และมีภูมิลำเนาในไทย โดยทั่วไปสามารถฟ้องหย่าในศาลไทยได้ แม้สามีจะอยู่ต่างประเทศและแม้จะจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
3. กฎหมายที่ใช้บังคับกับการหย่า
แม้ศาลไทยจะมีเขตอำนาจพิจารณาคดี คำถามต่อมาคือ จะใช้กฎหมายของประเทศใดในการพิจารณา
เรื่องนี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดว่าในคดีที่มีองค์ประกอบต่างประเทศ จะใช้กฎหมายของประเทศใด
มาตรา 27 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว วางหลักเกี่ยวกับการหย่า โดยสรุปคือ การหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ศาลจะพิจารณาตามกฎหมายสัญชาติของคู่สมรส ในกรณีที่คู่สมรสมีสัญชาติแตกต่างกัน ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่คู่สมรสมีภูมิลำเนาร่วมกัน หรือในทางปฏิบัติ เมื่อฟ้องในศาลไทยและคู่สมรสต่างสัญชาติ ศาลไทยมักใช้กฎหมายไทยในการพิจารณาเหตุหย่า
หลักการสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เหตุหย่าจะพิจารณาตามที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 ดังนั้น แม้จะจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ การฟ้องหย่าในไทยต้องมีเหตุหย่าตามกฎหมายไทย
ในส่วนของการแบ่งทรัพย์สิน ประเด็นซับซ้อนขึ้น เพราะทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศต่างๆ อาจอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์
4. ขั้นตอนสำคัญ: การบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
ประเด็นทางปฏิบัติที่สำคัญสำหรับการหย่าในไทยเมื่อจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ คือเรื่องการบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
การสมรสที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามกฎหมายของประเทศนั้น มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไทยหากทำถูกต้องตามแบบของประเทศที่จดทะเบียน ตามหลักที่ว่าแบบของการสมรสเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ทำการสมรส
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การสมรสนั้นปรากฏในระบบทะเบียนของไทย และเพื่อให้สามารถดำเนินการเรื่องการหย่าในไทยได้อย่างราบรื่น โดยทั่วไปต้องมีการบันทึกฐานะแห่งครอบครัว
ในทางปฏิบัติ ขั้นตอนนี้ดำเนินการโดยนำทะเบียนสมรสจากต่างประเทศ ผ่านการรับรองเอกสาร (legalization) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถานทูตของประเทศที่ออกเอกสาร และกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย จากนั้นนำไปบันทึกที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
การบันทึกฐานะแห่งครอบครัวมีความสำคัญ เพราะ
ประการแรก ทำให้การสมรสปรากฏในระบบทะเบียนไทย
ประการที่สอง เป็นพื้นฐานสำหรับการดำเนินการหย่า ไม่ว่าจะเป็นการหย่าโดยความยินยอมที่อำเภอ หรือการนำคำพิพากษาหย่าไปจดทะเบียน
ในกรณีการหย่าโดยคำพิพากษา การบันทึกฐานะแห่งครอบครัวอาจดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการฟ้องร้อง โดยควรปรึกษาทนายเพื่อจัดการขั้นตอนเอกสารให้ถูกต้อง
5. ทางเลือกในการหย่า: อำเภอหรือศาล
เมื่อจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ การหย่าในไทยทำได้สองวิธีเช่นเดียวกับการสมรสในไทย
การหย่าโดยความยินยอม (ที่อำเภอ)
หากทั้งสองฝ่ายยินยอมหย่า และได้บันทึกฐานะแห่งครอบครัวของการสมรสในไทยแล้ว สามารถจดทะเบียนหย่าที่อำเภอได้
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องพิจารณา ในบางกรณีที่การสมรสจดทะเบียนในต่างประเทศและยังไม่ได้บันทึกในไทย การหย่าที่อำเภออาจต้องดำเนินการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวก่อน
อีกทางเลือกหนึ่งคือ หากทั้งคู่อยู่ในต่างประเทศ สามารถจดทะเบียนหย่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นได้
การหย่าโดยคำพิพากษา (ที่ศาล)
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม หรือมีข้อพิพาทเรื่องทรัพย์สินหรือบุตร ต้องฟ้องหย่าที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
ในกรณีนี้ ต้องพิสูจน์เหตุหย่าตามมาตรา 1516 ของกฎหมายไทย และดำเนินกระบวนการตามที่กฎหมายกำหนด
สำหรับภริยาที่สามีอยู่ต่างประเทศและไม่ยินยอมหย่า การฟ้องที่ศาลไทยเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยศาลไทยมีเขตอำนาจหากภริยามีภูมิลำเนาในไทย
6. ประเด็นสำคัญ: คำพิพากษาหย่าของไทยมีผลในต่างประเทศหรือไม่
นี่คือประเด็นที่ภริยาจำนวนมากมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง
เมื่อหย่าในไทยสำเร็จ คำถามคือ การหย่านั้นจะได้รับการยอมรับในประเทศที่จดทะเบียนสมรสหรือในประเทศของสามีหรือไม่
คำตอบขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศนั้นๆ ในการรับรองคำพิพากษาต่างประเทศ (recognition of foreign divorce)
ในหลายประเทศ คำพิพากษาหย่าจากต่างประเทศจะได้รับการยอมรับ หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายของประเทศนั้นกำหนด เช่น ศาลที่พิพากษามีเขตอำนาจที่เหมาะสม กระบวนการพิจารณาเป็นธรรม และมีการแจ้งให้คู่ความทราบอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม บางประเทศมีเงื่อนไขที่เข้มงวด หรือต้องมีกระบวนการเพิ่มเติมเพื่อให้คำพิพากษาต่างประเทศมีผลในประเทศนั้น
ความสำคัญของประเด็นนี้คือ หากภริยาหย่าในไทยแล้ว แต่การหย่านั้นไม่ได้รับการยอมรับในประเทศของสามี ในทางเทคนิคทั้งคู่อาจยังถือว่าสมรสกันอยู่ในประเทศนั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อเรื่องทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศนั้น สิทธิ์ในมรดก หรือการสมรสใหม่
ดังนั้น ในการวางแผนหย่า ควรพิจารณาตั้งแต่ต้นว่า
การหย่าในไทยจะได้รับการยอมรับในประเทศของสามีหรือไม่
มีทรัพย์สินในประเทศของสามีที่ต้องจัดการหรือไม่
จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมในประเทศของสามีเพื่อให้การหย่ามีผลสมบูรณ์หรือไม่
การปรึกษาทั้งทนายไทยและทนายในประเทศของสามีพร้อมกัน ช่วยให้วางแผนได้ครบถ้วน
7. เปรียบเทียบ: หย่าในไทย vs หย่าในประเทศที่จดทะเบียนสมรส
ในการตัดสินใจว่าจะหย่าที่ไหน ควรพิจารณาข้อดีข้อเสียของแต่ละทางเลือก
ข้อดีของการหย่าในไทย
ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปต่ำกว่าการดำเนินคดีในต่างประเทศมาก
ภริยาคุ้นเคยกับระบบและภาษา ไม่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ
พยานหลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในไทย ทำให้การพิสูจน์เหตุหย่าง่ายกว่า
ทรัพย์สินในไทยสามารถบังคับคดีได้โดยตรง
กระบวนการอาจรวดเร็วกว่าในบางประเทศ
ข้อจำกัดของการหย่าในไทย
คำพิพากษาของศาลไทยอาจไม่ได้รับการยอมรับโดยอัตโนมัติในประเทศของสามี โดยเฉพาะเรื่องการแบ่งทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ
การบังคับให้สามีปฏิบัติตามคำพิพากษาเมื่อเขาอยู่ต่างประเทศ มีความยุ่งยาก
ข้อดีของการหย่าในประเทศของสามี
หากทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในประเทศนั้น คำพิพากษาบังคับได้โดยตรง
ระบบกฎหมายของบางประเทศคุ้มครองภริยาในเรื่องการแบ่งทรัพย์สินมากกว่ากฎหมายไทย
ข้อจำกัดของการหย่าในประเทศของสามี
ค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งค่าทนาย ค่าเดินทาง ค่าที่พัก
ภริยาอาจไม่คุ้นเคยกับระบบและภาษา
อาจต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายครั้ง
การตัดสินใจในประเด็นนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ โดยเฉพาะที่ตั้งของทรัพย์สิน ความซับซ้อนของคดี และความสามารถของภริยาในการดำเนินคดีในต่างประเทศ ควรปรึกษาทนายเพื่อประเมินก่อนตัดสินใจ
8. กรณีศึกษา (ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อความเป็นส่วนตัว)
กรณีที่หนึ่ง: หย่าในไทยอย่างราบรื่น
คุณ A จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวอังกฤษที่สหราชอาณาจักร ปี 2557 ต่อมาทั้งคู่ย้ายมาอยู่ไทย เมื่อความสัมพันธ์มีปัญหาในปี 2566 คุณ A ต้องการหย่าและสามีก็ยินยอม
ทีมทนายดำเนินการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวของการสมรสที่จดทะเบียนในอังกฤษเข้าระบบทะเบียนไทยก่อน โดยนำทะเบียนสมรสผ่านการรับรองเอกสาร จากนั้นทั้งคู่จดทะเบียนหย่าที่อำเภอ ทีมทนายยังประสานกับทนายในอังกฤษเพื่อให้การหย่าได้รับการยอมรับในอังกฤษด้วย เนื่องจากคุณ A มีบัญชีเงินฝากในอังกฤษที่ต้องจัดการ
กรณีที่สอง: หย่าในไทยโดยคำพิพากษา สามีไม่ยินยอม
คุณ B จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวเยอรมันที่เยอรมนี ปี 2555 ทั้งคู่ย้ายมาอยู่ไทย ต่อมาสามีกลับเยอรมนีและไม่ยอมหย่า
คุณ B มีภูมิลำเนาในไทย จึงฟ้องหย่าที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในไทย โดยอ้างเหตุละทิ้งร้างเกิน 1 ปี ทีมทนายดำเนินการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวควบคู่กับการฟ้อง และส่งหมายเรียกไปยังสามีในเยอรมนีผ่านอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการส่งคำคู่ความ ศาลไทยพิพากษาให้หย่า คุณ B จึงต้องดำเนินการเพิ่มเติมในเยอรมนีเพื่อให้การหย่ามีผลในระบบทะเบียนเยอรมัน
กรณีที่สาม: เลือกหย่าในประเทศของสามีเพราะทรัพย์สิน
คุณ C จดทะเบียนสมรสกับสามีชาวออสเตรเลียที่ออสเตรเลีย ปี 2553 ทรัพย์สินส่วนใหญ่ของทั้งคู่อยู่ในออสเตรเลีย ทั้งบ้าน เงินบำนาญ (superannuation) และการลงทุน มีทรัพย์สินในไทยเพียงเล็กน้อย
หลังปรึกษาทนายทั้งในไทยและออสเตรเลีย คุณ C ตัดสินใจฟ้องหย่าในออสเตรเลีย เพราะระบบกฎหมายครอบครัวของออสเตรเลียคุ้มครองการแบ่งทรัพย์สินและเงินบำนาญได้ดีกว่า และคำพิพากษาบังคับกับทรัพย์สินในออสเตรเลียได้โดยตรง แม้ค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่ผลลัพธ์ในเรื่องทรัพย์สินคุ้มค่ากว่ามาก
9. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดที่หนึ่ง คือคิดว่าจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศแล้วต้องกลับไปหย่าที่ประเทศนั้นเท่านั้น ในความเป็นจริง หากศาลไทยมีเขตอำนาจ สามารถหย่าในไทยได้
ความเข้าใจผิดที่สอง คือคิดว่าเมื่อหย่าในไทยแล้ว การหย่ามีผลทั่วโลกโดยอัตโนมัติ ในความเป็นจริง การยอมรับคำพิพากษาหย่าขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ บางครั้งต้องดำเนินการเพิ่มเติม
ความเข้าใจผิดที่สาม คือคิดว่าการสมรสในต่างประเทศไม่มีผลในไทย จึงไม่ต้องหย่า ในความเป็นจริง การสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่จดทะเบียน มีผลตามกฎหมายไทยเช่นกัน การไม่หย่าให้ถูกต้องอาจสร้างปัญหาในอนาคต เช่น การสมรสใหม่ การจัดการทรัพย์สิน มรดก
ความเข้าใจผิดที่สี่ คือคิดว่าไม่ต้องบันทึกฐานะแห่งครอบครัวก็หย่าได้ทันที ในความเป็นจริง ในหลายกรณีการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวเป็นขั้นตอนที่จำเป็น
10. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
หากท่านจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศและกำลังพิจารณาหย่า มีคำแนะนำดังนี้
ประการแรก รวบรวมเอกสารการสมรสจากต่างประเทศ และตรวจสอบว่าได้บันทึกฐานะแห่งครอบครัวในไทยแล้วหรือยัง หากยัง เตรียมดำเนินการ
ประการที่สอง ปรึกษาทนายที่เชี่ยวชาญคดีต่างชาติ เพื่อประเมินว่าศาลไทยมีเขตอำนาจในกรณีของท่านหรือไม่ และการหย่าในไทยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่
ประการที่สาม พิจารณาที่ตั้งของทรัพย์สิน หากทรัพย์สินส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ อาจต้องวางแผนเรื่องการบังคับคดีในประเทศนั้น
ประการที่สี่ พิจารณาเรื่องการยอมรับคำพิพากษา ปรึกษาทนายในประเทศของสามีหากจำเป็น เพื่อให้การหย่ามีผลสมบูรณ์ในทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง
ประการที่ห้า เตรียมเอกสารแปลและรับรอง เอกสารจากต่างประเทศต้องผ่านกระบวนการรับรองที่ถูกต้องจึงจะใช้ในไทยได้
บทสรุป
คำตอบของคำถามว่า หากจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศจะหย่าในไทยได้หรือไม่ คือ โดยหลักการสามารถหย่าในไทยได้ หากศาลไทยมีเขตอำนาจ ซึ่งโดยทั่วไปเกิดขึ้นเมื่อภริยามีภูมิลำเนาในไทย
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องเข้าใจ คือ ต้องมีการบันทึกฐานะแห่งครอบครัวของการสมรสในไทย เหตุหย่าพิจารณาตามกฎหมายไทย และต้องพิจารณาว่าคำพิพากษาหย่าของไทยจะได้รับการยอมรับในประเทศที่จดทะเบียนสมรสหรือในประเทศของสามีหรือไม่
การตัดสินใจว่าจะหย่าในไทยหรือในประเทศของสามี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะที่ตั้งของทรัพย์สิน ความซับซ้อนของคดี และระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การเลือกผิดอาจส่งผลต่อสิทธิ์ในทรัพย์สินและความสมบูรณ์ของการหย่า
ในประสบการณ์การให้คำปรึกษา ภริยาจำนวนมากเข้าใจผิดว่าตนติดอยู่กับสถานะสมรสเพราะจดทะเบียนในต่างประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงมีทางออกที่ชัดเจน การปรึกษาทนายที่เชี่ยวชาญคดีต่างชาติตั้งแต่ต้น ช่วยให้เข้าใจทางเลือกและวางแผนได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในการประสานงานระหว่างระบบกฎหมายของสองประเทศ
หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของท่าน การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถพิจารณารายละเอียดของการสมรส ที่ตั้งของทรัพย์สิน และระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นสิ่งจำเป็น






