คนไทยสามารถฟ้องหย่าคู่สมรสชาวต่างชาติต่อศาลไทยได้ หากศาลไทยมีเขตอำนาจและเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มาตรา 27 ซึ่งกำหนดว่าศาลไทยจะพิพากษาให้หย่าได้ต่อเมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ ส่วนเหตุหย่าให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้อง ในทางปฏิบัติจึงต้องพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศของฝ่ายคู่สมรสด้วย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ไม่มีในคดีหย่าระหว่างคนไทยด้วยกัน
เส้นทางการหย่ามีสองทาง
ทางแรกคือการหย่าโดยความยินยอม ซึ่งหากจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยและทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ สามารถจดทะเบียนหย่าที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้ โดยไม่ต้องขึ้นศาล วิธีนี้เร็วกว่าและมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่ามาก
ทางที่สองคือการฟ้องหย่าต่อศาล ซึ่งใช้เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอม ติดต่อไม่ได้ หรือเมื่อการจดทะเบียนสมรสเกิดขึ้นในต่างประเทศและมีประเด็นที่ต้องให้ศาลวินิจฉัย
ประเด็นที่ต่างจากคดีหย่าระหว่างคนไทย
- เขตอำนาจศาล ต้องพิจารณาว่าควรดำเนินการในประเทศใด เพราะคำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่อาจนำมาบังคับในไทยได้โดยตรง
- กฎหมายสัญชาติของคู่สมรส ต้องพิสูจน์ว่ากฎหมายของประเทศนั้นยอมให้หย่าได้ ซึ่งโดยทั่วไปต้องอาศัยคำรับรองจากสถานทูตหรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกฎหมายต่างประเทศ
- การส่งหมายไปยังคู่สมรสที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งใช้เวลานานกว่าและมีขั้นตอนเฉพาะ
- เอกสารที่ต้องแปลและรับรอง ทั้งการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และการรับรองจากสถานทูต
- ทรัพย์สินที่มีข้อจำกัดเรื่องสัญชาติ โดยเฉพาะที่ดินซึ่งคนต่างด้าวมีข้อจำกัดในการถือครอง
- ประเด็นเรื่องบุตร โดยเฉพาะความเสี่ยงที่บุตรจะถูกพาออกนอกประเทศ
เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายไทย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 กำหนดเหตุฟ้องหย่าไว้สิบประการ เช่น การอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส การประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ การจงใจละทิ้งร้างเกินหนึ่งปี การสมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปี และการไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูตามสมควร
สำหรับคู่สมรสที่แยกกันอยู่คนละประเทศมาเป็นเวลานาน เหตุเรื่องการสมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปีเป็นเหตุที่ใช้ได้บ่อยที่สุด โดยต้องพิสูจน์ระยะเวลาด้วยหลักฐาน เช่น เอกสารที่อยู่อาศัย บันทึกการเข้าออกราชอาณาจักร หรือหลักฐานการติดต่อ
ข้อควรทราบเรื่องกฎหมายสมรสเท่าเทียม
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พุทธศักราช 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2568 ทำให้บทบัญญัติเรื่องการสมรส การหย่า และการเรียกค่าทดแทน ใช้กับคู่สมรสทุกคู่โดยไม่จำกัดเพศ
สำหรับคู่สมรสไทยกับชาวต่างชาติเพศเดียวกัน ยังมีประเด็นเพิ่มเติมเรื่องการรับรองสถานะในประเทศของคู่สมรสอีกฝ่าย ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณี
ภาพรวมของขั้นตอน
- หนึ่ง ตรวจสถานะการจดทะเบียนสมรสและสถานที่จดทะเบียน
- สอง ประเมินเขตอำนาจศาลและเงื่อนไขตามมาตรา 27
- สาม รวบรวมเอกสารและดำเนินการแปลและรับรอง
- สี่ เลือกเส้นทาง ระหว่างการหย่าโดยความยินยอมกับการฟ้องหย่า
- ห้า จัดทำข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินและบุตร หรือยื่นฟ้องพร้อมคำขอให้ครบ
- หก ดำเนินการในชั้นศาล รวมถึงการส่งหมายไปต่างประเทศหากจำเป็น
- เจ็ด ดำเนินการหลังมีคำพิพากษา เช่น การบันทึกการหย่าในทะเบียน และการดำเนินการเรื่องทรัพย์สิน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม ฟ้องหย่าชาวต่างชาติที่ศาลไทยได้หรือไม่ ตอบ ได้ หากศาลไทยมีเขตอำนาจและเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย มาตรา 27 ซึ่งกำหนดว่ากฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายต้องยอมให้หย่าได้
ถาม คู่สมรสต่างชาติไม่ยอมเซ็นใบหย่า ทำอย่างไร ตอบ ฟ้องหย่าต่อศาลได้หากมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 โดยเหตุที่ใช้ได้บ่อยในกรณีที่แยกกันอยู่คนละประเทศคือการสมัครใจแยกกันอยู่เกินสามปี
ถาม จดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ หย่าที่ไทยได้หรือไม่ ตอบ ได้ในหลายกรณี แต่มีขั้นตอนเพิ่มเติมเรื่องการรับรองเอกสารและการพิสูจน์สถานะการสมรส รายละเอียดอยู่ในบทความเรื่องการจดทะเบียนสมรสที่ต่างประเทศ
ถาม ใช้เวลานานเท่าใด ตอบ การหย่าโดยความยินยอมใช้เวลาสั้นมาก ส่วนการฟ้องหย่าต่อศาลขึ้นอยู่กับความซับซ้อนและการส่งหมายไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ใช้เวลานานกว่าคดีหย่าระหว่างคนไทย



