LATEST ARTICLES

ผู้ซื้อ ทำสัญญาซื้อขายอาคารพาณิชย์ ชำระเงินมัดจำในวันจองทำสัญญา ต่อมาผู้ขายยังไม่ก่อสร้าง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนหรือไม่

คำถาม ผู้ซื้อ ทำสัญญาซื้อขายอาคารพาณิชย์ ชำระเงินมัดจำในวันจองทำสัญญา ต่อมาผู้ขายยังไม่ก่อสร้าง ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกเงินคืนหรือไม่ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิาพากษาฎีกา 797/2556       แม้สัญญาจะซื้อจะขายมิได้กำหนดเวลาการเริ่มลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาก่อสร้างอาคารพาณิชย์ให้แล้วเสร็จไว้ แต่เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องรีบลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาก่อสร้างที่แล้วเสร็จไว้ เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชนในฐานะผู้บริโภค เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดเวลาไว้แต่เป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยก็มีหน้าที่ต้องรีบลงมือก่อสร้าง และก่อสร้างให้แล้วเสร็จในเวลาอันสมควรอันเป็นไปตามหลักความสุจริตตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 หาใช่การจะเริ่มลงมือก็สร้างและกำหนดเวลาแล้วเสร็จนั้นขึ้นอยู่กับความพอใจของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว เพราะจำเลยเป็นผู้รับประโยชน์จากเงินที่โจทก์ชำระไปแล้ว จึงมีหน้าที่ต้องรีบก่อสร้างโดยพลันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเป็นสัญญาต่างตอบแทน คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้หรือขอปฏิบัติชำระหนี้ตาม...

ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่

คำถาม ผู้เสียหายเข้าเป็นโจทก์ร่วม มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องของพนักงานอัยการหรือไม่ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3833/2525 โจทก์ร่วมเข้ามาดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอาศัยสิทธิตามฟ้องของพนักงานอัยการ จึงไม่มีอำนาจขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องให้นอกเหนือไปจากฟ้องของพนักงานอัยการ หากศาลชั้นต้นสั่งนัดไต่สวนมูลฟ้องส่วนที่โจทก์ร่วมขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องไว้ก็มีอำนาจสั่งงดเสียได้    เมื่อศาลมิได้อนุญาตให้แก้และเพิ่มเติมฟ้องตามคำร้องของโจทก์ร่วม จึงลงโทษจำเลยตามบทมาตราที่ขอแก้และเพิ่มเติมฟ้องนั้นไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 1 เดือนปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา218

บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้ไปจดทะเบียนที่ที่ดิน

  คำถาม บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้ไปจดทะเบียนที่ที่ดิน คำตอบเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉับไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15123/2555 ย่อสั้น บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า มีข้อความระบุว่า ล. และ ก. ตกลงยกบ้านเลขที่ 2/12 ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว 2 ห้องนอน ให้แก่บุตรทั้งสองคนคือ โจทก์และ ก. ซึ่งขณะนั้นยังเป็นผู้เยาว์ บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่าดังกล่าว นอกจากมี ล. และ ก. เป็นคู่สัญญาซึ่งกันและกันแล้ว ยังมีบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นผู้รับประโยชน์แห่งสัญญาระหว่าง...

ทายาทต้องรู้ เงินประกันชีวิตของผู้ตายเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกหรือไม่

คำถาม เงินประกันชีวิตของผู้ตายเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งแห่งกองมรดกของผู้ตายหรือไม่ คำตอบเคยมีคำพิพากษาฎีหาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาฎีกาที่ ๔๒๓๙/๒๕๕๘ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๗๐ ที่กำหนดให้ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาประกอบด้วยสินส่วนตัวและสินสมรสนั้น หมายถึงทรัพย์สินที่สามีภริยามีอยู่ในขณะที่เป็นสามีภริยากัน การที่ผู้ตายถึงแก่กรรมย่อมทำให้การสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ ๒ สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐๑ สิทธิที่จะได้รับเงินประกันชีวิตจำนวน ๑,๓๐๐,๗๕๘.๗๖ บาท นั้น เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากความมรณะของผู้ตายอันมีลักษณะเป็นการประกันชีวิต และเป็นเงินที่เกิดจากสัญญาระหว่างผู้ตายกับบุคคลภายนอกซึ่งได้รับมาหลังจากผู้ตายถึงแก่กรรมไปแล้ว จึงไม่เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ ๒ ประกอบกับตามตารางกรมธรรม์ ต่างมิได้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ให้ใช้เงินแก่ทายาททั้งหลายของตนหรือแก่ผู้ใด จึงไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้โดยตรงและต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์...

เจ้าหนี้ต้องรู้ สัญญาเงินกู้หายฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่

คำถาม เจ้าหนี้ต้องรู้ สัญญาเงินกู้หายฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่ คำตอบเคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2539 การนำสืบว่าหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือสูญหายไปนั้นโจทก์นำสืบด้วยพยานบุคคลได้เพราะเป็นกรณีที่ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงส่วนการนำสืบพยานบุคคลว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามหลักฐานแห่งการกู้ยืมที่สูญหายไปต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเมื่อศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำพยานบุคคลเข้าสืบได้ตลอดทั้งเรื่องถือได้อนุญาตโดยปริยายการสืบพยานของโจทก์จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา93(2) โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2532 จำเลยกู้เงินโจทก์จำนวน 40,000 บาท กำหนดชำระคืนภายใน 3 เดือนจำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมให้โจทก์ไว้เป็นหลักฐาน แต่หลักฐานแห่งการกู้ยืมได้สูญหายไปโจทก์ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอชุมแพไว้แล้ว จำเลยได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว ครั้นครบกำหนด 3 เดือนจำเลยไม่ยอมชำระเงินคืนโจทก์ โจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่...

เรื่องต้องรู้…เงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน ที่ฝ่ายแพ้คดีวางต่อศาล ฝ่ายชนะคดีมีสิทธิขอรับเมื่อใด

คำถาม เงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน ที่ฝ่ายแพ้คดีวางต่อศาล ฝ่ายชนะคดีมีสิทธิขอรับเมื่อใด คำตอบ เคยมีคำพิพากาษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6464/2550 เงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมิใช่เงินที่วางเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ แต่เป็นเงินที่วางเพื่อใช้สิทธิอุทธรณ์ ตราบใดที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์ชนะคดี เงินดังกล่าวก็ยังคงเป็นของจำเลย เมื่อจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จึงเป็นเงินที่จำเลยมีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจรวบรวมเข้ากองทรัพย์สินของจำเลยเพื่อแบ่งแก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายได้ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย...

ผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ศาลยังไม่ได้สั่ง กับเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้นำยึดที่ดินใครมีสิทธิ์ดีกว่า

คำถาม ผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์จะยกการได้มาซึ่งกรรสิทธิ์ขึ้นต่อสู้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาผู้ที่นำยึดที่ดินดังกล่าวได้หรือไม่่ หากขณะนำยึดศาลชั้นต้นยังไม่ได้มีคำสั่งให้ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18606/2556 แม้การได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 เป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม ซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 1299 จะห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วก็ตาม...

ข้อควรรู้เกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินแทน การวางมัดจำชำระค่าที่ดิน

คำถาม ข้อควรรู้เกี่ยวกับสัญญากู้ยืมเงินแทน การวางมัดจำชำระค่าที่ดิน คำตอบเคยมีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยไว้ดังนี้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4252/2528 จำเลยทำสัญญากู้ยืมไว้แก่โจทก์แทนการวางมัดจำเป็นเงินสดตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสัญญากู้ยืมดังกล่าวจึงมีมูลหนี้มาจากการที่จำเลยมีหนี้ที่จะต้องวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเมื่อจำเลยผิดสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิริบเงินมัดจำโจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้ยืมได้เพราะมีมูลหนี้ต่อกันและกรณีเช่นนี้ถือได้ว่าได้มีการส่งมอบเงินให้ผู้กู้แล้ว เมื่อสัญญากู้ยืมครบกำหนด จำเลยไม่ชำระหนี้โจทก์ผู้ให้กู้มีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยชำระเงินได้โดยถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญากู้ยืมเป็นต้นไปและเรียกค่าเสียหายร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีเท่ากับดอกเบี้ยโดยคิดตั้งแต่วันผิดนัดได้ด้วย สรุป คดีนี้เป็นเรื่องที่ผู้ซื้อผิดสัญญาจะซื้อจะขาย ผู้ขายจึงมีสทิธิฟ้องเรียกให้ชำระเงินตามสัญญาเงินกู้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นผู้ขายเป็นฝ่ายผิดสัญญา ผู็ขายกไม่มีสิทธิริบมัดจำ ผู้ขายจะฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้ไม่ได้เพราะไม่มีหนี้ตามสัญญากู้ ทางแก้ รับเงินสดครับ มีปัญหาเกี่ยวกับคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา 0999170039

แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้เมื่อมีการกู้เพิ่ม หากลูกหนี้ไม่ได้เซ็นต์กำกับฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่

คำถาม แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้เมื่อมีการกู้เพิ่ม หากลูกหนี้ไม่ได้เซ็นต์กำกับฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่ คำตอบ เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2507 วินิจฉัยไว้ดังนี้ เดิมจำเลยกู้เงินโจทก์ไป 3,100 บาท และได้ทำหนังสือกู้ให้โจทก์ไว้ ต่อมาจำเลยขอกู้เงินโจทก์อีก 1,400 บาท โจทก์จำเลยขอให้ผู้เขียนสัญญาแก้จำนวนเงินในหนังสือกู้การเขียนจำนวนเงินกู้เพิ่มลงไปในหนังสือกู้โดยจำเลยมิได้ลงลายมือชื่อในการแก้ไข ถือได้ว่าไม่มีหลักฐานลงลายมือชื่อจำเลย...