Home คดีอาญา วิเคราะห์7เหตุผล ที่ศาลฎีกายกฟ้องคดีล่อซื้อยาเสพติด

วิเคราะห์7เหตุผล ที่ศาลฎีกายกฟ้องคดีล่อซื้อยาเสพติด

1677

วิเคราะห์7เหตุผล ที่ศาลฎีกายกฟ้องคดีล่อซื้อยาเสพติด

มีเหตุใดบ้างซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้อย่างน่าสนใจ

คําพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๗๕๕๘/๒๕๒๒

พฤติการณ์ล่อซื้อจับกุมตามคําเบิกความของพยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุม เห็นได้ชัดว่า เจ้าพนักงานตํารวจไม่ประสงค์ให้นางสาวแนนเข้าทําการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจําเลย จนเป็น ความผิดสําเร็จเพื่อให้นางสาวแนนเป็นประจักษ์พยานยืนยันการกระทําความผิดของจ้าเลย ทั้งที่ นางสาวแนนร่วมรู้เห็นและอยู่ในรถของเจ้าพนักงานตํารวจด้วย ตลอดจนในชั้นพิจารณาโจทก์ก็มิได้ นํานางสาวแนนซึ่งเป็นพยานปากเดียวที่พูดคุยเจรจาตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกับจําเลยมาเบิก

ความเป็นพยานยืนยันพฤติการณ์ในการกระทําความผิดของจําเลยและทําให้จําเลยไม่มีโอกาสใช้สิทธิ ถามค้านให้เกิดการกระจายข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ส่วนข้ออ้างของพยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมว่าได้ยิน เสียงสนทนาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจากลําโพงโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนางสาวแนนที่เปิดไว้ ก็ไม่ได้ ดําเนินการบันทึกเสียงการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน ทําให้เป็นที่ระแวงสงสัยว่าข้อมูลการติดต่อทาง โทรศัพท์ระหว่างจําเลยกับนางสาวแนนที่ปรากฏอยู่นั้น เป็นการพูดคุยติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีน กันจริงหรือไม่

หรือเป็นเพียงการติดต่อทวงถามเรื่องเงินที่มีการกู้ยืมกันไปตั้งที่จําเลยฎีกาต่อสู้ อีกทั้ง ร้อยด้ารวจโท ครุงไกร พยานโจทก์ทําหนังสือขออนุญาตจากผู้บังคับบัญชาเพื่อปฏิบัติการอําพรางตาม เอกสารหมาย จ.๓ โดยระบุชัดเจนว่าจะดําเนินการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจ้าเลยในราคาเม็ดละ ๑๐๐ บาท นั้น พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมก็ไม่ใช้วิธีการจัดเตรียมธนบัตรมอบให้นางสาวแนน ไป ด้าเนินการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจําเลยให้เกิดเป็นความผิดสําเร็จ เพื่อที่พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุม ที่ไปซุ่มดูอยู่จะได้เป็นประจักษ์พยานรู้เห็นการจําหน่ายเมทแอมเฟตามีนของจําเลย ส่วนข้อที่ร้อย ต้ารวจโท กรุงไกร เบิกความว่าจะใช้ธนบัตรล่อซื้อเฉพาะกรณีสถานที่ล่อซื้อเป็นจุดอับซึ่งผู้กระทํา ความผิดไม่สามารถหลบหนี หรือมิฉะนั้นต้องเป็นกรณีที่ทราบที่อยู่ของผู้กระทําความผิด เพราะ สามารถติดตามจับกุมได้สะดวกนั้นการคาดคะเนของพยานขัดแย้งกับที่พยานเบิกความว่ามีการ วางแผนการตรวจค้นจับกุมด้วยวิธีการใช้รถยนต์ของเจ้าพนักงานตํารวจปิดล้อมรถยนต์ของจําเลยไว้ มีให้ขับหลบหนีไปได้ตั้งแต่แรก

ซึ่งส่อให้เห็นเป็นพิรุธ ไม่มีน้ําหนักให้น่าเชื่อว่ามีเหตุขัดข้องทําให้ ไม่สามารถใช้วิธีล่อซื้อเพื่อจับกุมได้ นอกจากนั้นลักษณะบรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งพยาน โจทก์ผู้ร่วมจับกุมเบิกความอ้างว่าแยกเป็น ๒ ส่วน บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส ๑๐ เม็ด อีก ๒ เม็ด ห่อไว้ด้วยกระดาษตะกั่ว เป็นทํานองว่าจําเลยได้จัดเตรียมแบ่งเมทแอมเฟตามีนเพื่อจําหน่ายตามที่ถูก ล่อซื้อแล้วนั้น จําเลยนําสืบปฏิเสธว่า ไม่มีการแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนแยกเป็น ๒ ส่วนแต่ประการใด เมทแอมเฟตามีนทั้ง ๑๒ เม็ด ใส่อยู่รวมกันในถุงพลาสติกโบเดียว ในข้อนี้ นอกจากโจทก์จะไม่มี ภาพถ่ายในชั้นจับกุมจําเลยมาแสดงให้เห็นลักษณะการแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางแล้ว ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนก็มิได้ระบุลักษณะการแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวว่าแยกเป็น ๒ ส่วน จริงหรือไม่

ประกอบกับการมายังที่เกิดเหตุของจําเลย ไม่อาจรับฟังได้เป็นที่ยุติ ดังวินิจฉัยมาข้างต้นว่า เป็นเพราะนางสาวแนนโทรศัพท์ติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจากจําเลยจริง หรือไม่ พยานหลักฐานที่โจทก์นําสืบจึงยังมีเหตุอันควรสงสัยว่า จําเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลาง ไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายและพยายามจําหน่ายจริงหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่ จ้าเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓

สรุปได้ดังนี้

1.ไม่นำประจักษ์พยานเข้าเบิกความ รู้เห็นอย่างไร จำเลยทำจริงแน่แท้หรือไม่
2.ไม่ดำเนินการบันทึกเสียงสนทนา มีการล่อซื้อหรือไม่เพียงใด
3.มีการขอทำลายเอกสาร ขออนุมัติการล่อซื้อ
4.พยานไม่ได้ใช้วิธีการจัดเตรียมธนบัตรในการล่อซื้อตามระเบียบ
5.ลักษณะการแบ่งบรรจุปริมาณยาเสพติดตามจำนวนที่ล่อซื้อ
6.พยานโจทก์ไม่มีภาพถ่ายชั้นจับกุมมาแสดง
7.ภาพถ่ายในชั้นสอบสวนก็ไม่มีแสดงว่าแบ่งบรรจุอย่างไร

มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา

โทร 089-142-7773ไลน์ไอดี @lawyers.in.th

Facebook Comments