Home บทความคดีแพ่ง หลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สินของตน กลับคืนมาผิดฉ้อโกงหรือไม่

หลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สินของตน กลับคืนมาผิดฉ้อโกงหรือไม่

31

หลอกลวงเพื่อเอาทรัพย์สินของตน กลับคืนมาผิดฉ้อโกงหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16/2510

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินแก่ธนาคารแห่งอเมริการจำนวนเงิน ๖๑,๖๕๖ บาท กำหนดวันถึงกำหนดใช้เงินครั้งแรกวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๐๘ จำนวน ๓,๔๒๕.๓๕ บาท และต่อไปเป็นรายเดือนอีก ๑๗ ครั้ง ๆ ละ ๓,๔๒๕.๓๕ บาท ภายในวันที่ ๕ ของทุกเดือน จนถึงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๐๙ ถ้าผิดสัญญาผ่อนชำระเมื่อถึงกำหนดจะต้องนำเงินที่ค้างชำระทั้งหมดมาจ่ายทันที และตามกำหนดที่ผู้ถือสัญญาจะใช้เงินจะระบุ โดยไม่ต้องทำคำเตือนล่วงหน้า นายทับทิม เจ.เอช.บาเก ผู้เสียหายเป็นผู้ค้ำประกันการใช้เงินต่อมาวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๐๘ ผู้เสียหายกับจำเลยตกลงกันจะให้ผู้เสียหายถอนออกจากการเป็นผู้ค้ำประกันรับประกันการใช้เงิน และในระหว่างที่จำเลยดำเนินการเพื่อหาประกันใหม่ จำเลยมอบรถยนต์คันหมายทะเบียนที่ ก.ท.ว.๒๓๐๒ พร้อมด้วยเอกสารการซื้อขายรถยนต์ ซึ่งจำเลยได้ใช้เงินที่ได้มาจากการออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวซื้อจากเจ้าหน้าที่สถานอัครรัฐทูตอเมริกาให้อยู่ในความครอบครองของผู้เสียหาย เพื่อเป็นประกัน ผู้เสียหายได้มอบรถยนต์คันนั้นให้อยู่ในความครอบครองของสิบตำรวจเอกมะหินและมอบเอกสารการซื้อขายให้อยู่ในความครอบครองของนายฟ้า.ไซเลอร์ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๐๘ จำเลยกระทำโดยทุจริตหลอกลวงนายฟ้า. ไซเลอร์ ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าผู้เสียหายให้นายฟ้า.ไซเลอร์ มอบเอกสารการซื้อขายรถให้แก่จำเลยเพื่อนำไปเจรจากับผู้เสียหาย และในวันเดียวกันนั้นจำเลยทุจริตหลอกลวงสิบตำรวจเอกมะหินด้วยการแสดงข้อความเท็จว่าผู้เสียหายอนุญาตให้จำเลยนำรถไปใช้ โดยการหลอกลวง จำเลยได้ไปซึ่งเอกสารการซื้อขายและรถยนต์ ความจริงผู้เสียหายไม่ได้ให้นายฟ้า.ไซเลอร์ มอบเอกสารการซื้อขายรถ ไม่ได้อนุญาตให้จำเลยนำรถไปใช้ การกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้เสียหายต้องใช้เงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแก่ธนาคารแห่งอเมริกาเป็นเงิน ๕๘,๒๓๐.๖๕ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ และขอให้จำเลยคืนรถยนต์และเอกสารการซื้อขายรถดังกล่าวหรือใช้เงินจำนวนดังกล่าว

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ จำคุกจำเลยมีกำหนด ๔ เดือน ให้จำเลยคืนรถยนต์กับเอกสารหรือใช้เงิน ฯลฯ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้ เอกสารการซื้อรถและรถยนต์รายพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสิ้น จำเลยออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ธนาคาร ผู้เสียหายเป็นผู้ค้ำประกันตั๋วสัญญาใช้เงินและระหว่างนั้นจำเลยก็กำลังผ่อนชำระเงินให้แก่ธนาคารแห่งอเมริกาอยู่ การที่จำเลยยอมทิ้งรถไว้ที่บริษัทผลิตผลภัณฑ์หินไทย จำกัด ยอมมอบกุญแจอะไหล่ ๑ ลูก และเอกสารการซื้อรถให้ผู้เสียหายไว้ก็ด้วยความเกรงใจ ผู้เสียหายไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะยึดเอกสารการซื้อรถและรถรายพิพาทไว้ภายหลัง เมื่อจำเลยกลับใจ ย่อมมีสิทธิมาเอารถของจำเลยไป และมีสิทธิไปขอเอกสารของจำเลยจากนายฟ้า.ไซเลอร์ ผู้รักษาไว้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต่อมาภายหลังผู้เสียหายชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินที่ค้างผ่อนชำระ ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะได้ไปดำเนินการฟ้องร้องไล่เบี้ยเอาจากจำเลยในทางแพ่ง

พิพากษายืน.

สรุป

เอกสารการซื้อรถและรถรายพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสิ้น จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ธนาคาร ผู้เสียหายเป็นผู้ค้ำประกัน ระหว่างนั้นจำเลยกำลังผ่อนชำระเงินให้แก่ธนาคารตามสัญญาอยู่ การที่จำเลยยอมทิ้งรถและเอกสารการซื้อรถให้ผู้เสียหายก็ด้วยความเกรงใจ ผู้เสียหายไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะยึดเอกสารและรถไว้ เมื่อจำเลยกลับใจ จำเลยย่อมมีสิทธิมาเอารถของจำเลยไป และมีสิทธิไปขอเอกสารของจำเลยจากผู้รักษาไว้ได้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

Facebook Comments