Home ทั้งหมด ฟ้องหย่าชาวต่าวชาติ เพราะยกย่องหญิงอื่น ต้องพิจารณาเหตุใดบ้าง

ฟ้องหย่าชาวต่าวชาติ เพราะยกย่องหญิงอื่น ต้องพิจารณาเหตุใดบ้าง

608

ฟ้องหย่าชาวต่าวชาติ เพราะยกย่องหญิงอื่น ต้องพิจารณาเหตุใดบ้าง

การกำหนดเหตุฟ้องหย่าในลักษณะรัดกุม รอบคอบนั้น แม้ว่าจะเป็นผลดีในด้านความ ซัดเจนของกฎหมายที่มีลักษณะร้ายแรงเพียงพอที่เป็นเหตุให้คู่สมรสสามารถหย่าขาดจากกันได้ แต่ ข้อเสียของกฎหมายในลักษณะดังกล่าวกีมีไม่น้อย โดยอาจก่อให้เกิดปีญหาในการใข้ การตีความ กฎหมายได้ แม้กฎหมายจะมีการกำหนดเหตุหย่าไว้ซัดเจนตามมาตรา 1516 แต่ในการพิพากษาเหตุ ฟ้องหย่านี้ต้องอาศัยการวินิจฉัยของศาลโดยผู้พิพากษาต้องอาศัยดุลยพินิจของตนเองในการพิจารณา คดี ซึ่งผู้พิพากษาเองย่อมมีแนวทางแห่งความคิดที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลทำให้คำพิพากษาที่ ตัดสินเกิดความไม่ซัดเจน แน่นอน เนื่องจากไม่มีการกำหนดแนวทางหรือขอบเขตในการใข้ การ ตีความ เหตุหย่าไว้อย่างซัดเจนอันจะก่อให้เกิดอุปสรรคและป้ญหาในการบังคับใข้กฎหมาย อีกทั้งเหตุ ฟ้องหย่าในบางเหตุที่กฎหมายกำหนด ยังมีลักษณะที่เคร่งครัดเป็นอย่างมากและแคบจนเกินไป ไม่ สอดคล้องหรือเพียงพอกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในยุคสังคมป้จจุบันที่มีการพัฒนาและมีความซับซ้อนขึ้น ก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันของคู่สมรสได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. กรณีตาม มาตรา 1516 (1) “สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นอันภริยา หรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝายหนึ่งฟ้องหย่าได้”

การแก้กฎหมายได้มีการปรับปรุงแก้กันเรื่อยมา จนกระทั่งแก้ไขเป็น (1) ป้จจุบันที่บังคับ ไข้อยู่ ซึ่งมีความครอบคลุมและเห่าเทียมกันในทางเพศของขายและหญิง กล่าวคิอ ไม่ว่าฝ่ายใดทำผิดตาม ลักษณะนี้ย่อมถือเป็นเหตุฟ้องหย่าได้ทั้งสิ้น ทั้งนี้การประพฤติผิดประเวณีดังกล่าวนั้นมีข้อที่ต้องพิจารณา ว่ามีลักษณะเป็นเซ่นไร จากการศึกษาพบว่ามีการให้คำนิยามไว้เดยนักกฎหมายหลายท่าน อาทิเซ่น

ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.เสนิย์ ปราโมช ได้ให้คำนิยามเรื่องการประพฤติผิดประเวณีอัน จะมีลักษณะของการกระทำชู้ ต้องถืงฃนาดร่วมประเวณีกันที่เกิดจากความสมัครใจของขายและหญิง ทั้งต้องเป็นเรื่องระหว่างเพศตรงข้ามด้วย

ศาสตราจารย์พิเศษ ประสพสุข บุญเดช ได้ให้คำนิยามไว้ว่า การประพฤติผิด ประเวณี คือ การร่วมเพศกันระหว่างขายกับหญิงตามวิธีธรรมชาติ ไมใช่การกระทำชำเราที่อาจกระทำ ต่อบุคคลเพศเดียวกันได้และต้องเป็นการกระทำโดยสมัครใจ ด้วย

สรุป

ได้ว่าการประพฤติผิดประเวณีหรือการกระทำชู้ จะต้องเป็นการกระทำที่ถึง ขนาดมีการร่วมประเวณีกัน โดยสมัครใจของขายหรือหญิงกับบุคคลเพศตรงกันข้าม ซึ่ง’โม่’ใซ่คู่สมรส ของตน ต่างจากคำว่ากระทำขำเราที่อาจกระทำต่อบุคคลเพศเดียวกันได้83 แสดงให้เห็นว่าเดิมการ ประพฤติผิดประเวณีต้องเป็นการกระทำของบุคคลต่างเพศเท่านั้นจึงเป็นเหตุฟ้องหย่าตามมาตรานี้ แต่ความหมายดังกล่าวเป็นความหมายที่ได้นิยามกันมานานแล้ว ป้จจุบันนิยามดังกล่าวอาจไม่ เหมาะสมกับสภาพสังคมในป็จจุบันหรืออาจไม่ครอบคลุมในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมากนัก เซ่นเดียวกับ ป็ญหาการใช้ การติความ คำว่า ผู้อื่น สามารถติความได้หลายแบบ จึงเป็นป็ญหาว่าคำนี้สามารถ ครอบคลุมไปถึงบุคคลที่มีเพศเดียวกันอันจะถือว่าเป็นเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) ได้หรือไม่ หากคำว่า ผู้อื่น นี้หมายถึงบุคคลที่มีลักษณะต่างเพศกับผู้กระทำ เซ่น สามีได้อุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่น อย่างออกหน้าออกตานอกจากภริยาของตนเองหรือหญิงภริยาได้กระทำชู้กับขายคนอื่น เซ่นนี้ย่อม เป็นเหตุฟ้องหย่าตามมาตรานี้ได้อย่างแน่นอน แต่ปีจจุบันสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปบุคคลเพศที่สาม ได้รับการยอมรับมากขึ้นในสังคมซึ่งมีมากในทางความเป็นจริง หากว่าการกระทำตามอนุมาตรานี้เป็น การกระทำของบุคคลเพศเดียวกัน เซ่น สามีร่วมประเวณีกับผู้อื่นที่เป็นผู้ชายเป็นประจำหรือภริยา สักลอบได้เสียกับผู้หญิงคนอื่นเป็นอาจิณ เซ่นนี้แล้วจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าตามอนุมาตรานี้ ได้หรือไม่ ยังคงเป็นป็ญหาที่มีหลายฝ่ายให้ความเห็นแตกต่างกันอยู่และยังไม่มีแนวคำพิพากษาฎีกา ตัดสินในเรื่องดังกล่าว

มีปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานทนายกฤษดา

โทร 0891427773 ไลน์ไอดี @lawyers.in.th

 

Facebook Comments