Home ทั้งหมด ฟ้องหย่าชาวอินเดีย ที่ศาลไหน มีวิธีการอย่างไรบ้าง

ฟ้องหย่าชาวอินเดีย ที่ศาลไหน มีวิธีการอย่างไรบ้าง

ฟ้องหย่าชาวอินเดีย

537
ฟ้องหย่าชาวอินเดีย
ฟ้องหย่าชาวอินเดีย

การฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทยนั้น สามารถทำได้โดยอาศัยกฎหมายไทย เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเขตอำนาจศาลเหนือคู่สมรสทั้งสองฝ่าย โดยวิธีการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย มีดังนี้

การเตรียมเอกสาร

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย มีดังนี้

  • หนังสือฟ้องหย่า หนังสือฟ้องหย่าเป็นเอกสารที่คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าต้องจัดทำขึ้น โดยระบุรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับคู่สมรสทั้งสองฝ่าย สาเหตุแห่งการหย่าร้าง และข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ต้องการจากศาล
  • สำเนาทะเบียนสมรส สำเนาทะเบียนสมรสเป็นเอกสารที่แสดงว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเป็นเอกสารที่แสดงถึงตัวตนของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
  • สำเนาสูติบัตรของบุตร (ถ้ามี) สำเนาสูติบัตรของบุตรเป็นเอกสารที่แสดงว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีบุตรร่วมกัน
  • หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร (ถ้ามี) หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตรเป็นเอกสารที่แสดงว่าคู่สมรสทั้งสองฝ่ายได้จดทะเบียนรับรองบุตรที่เกิดจากชายอื่นหรือหญิงอื่น
  • หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมศาล หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมศาลเป็นเอกสารที่แสดงว่าคู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าได้ชำระค่าธรรมเนียมศาลแล้ว

การยื่นฟ้อง

การยื่นฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย สามารถทำได้ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือศาลจังหวัดที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีภูมิลำเนาอยู่ โดยยื่นฟ้องด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ทนายความยื่นฟ้องแทนก็ได้

การยื่นฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนดังนี้

  1. คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ตามที่กล่าวไว้ข้างต้นให้ครบถ้วน
  2. คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าจะต้องนำเอกสารต่างๆ ไปยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือศาลจังหวัดที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีภูมิลำเนาอยู่
  3. เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว ศาลจะนัดคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย หากคู่สมรสไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจะพิจารณาคดีต่อไป

การพิจารณาคดี

เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว ศาลจะนัดคู่สมรสทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย หากคู่สมรสไม่สามารถตกลงกันได้ ศาลจะพิจารณาคดีต่อไป โดยศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายนำสืบมา และคำพิพากษาของศาลจะถือเป็นที่สุด

พยานหลักฐานที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายอาจนำสืบมาประกอบการพิจารณาคดี ได้แก่

  • เอกสารต่างๆ เช่น ทะเบียนสมรส สูติบัตร หลักฐานการจดทะเบียนรับรองบุตร หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมศาล เป็นต้น
  • คำให้การของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย
  • คำให้การของพยานบุคคล
  • เอกสารทางการแพทย์
  • เอกสารทางจิตวิทยา เป็นต้น

กรณีพิเศษ

สำหรับกรณีที่มีการฟ้องหย่าชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าอาจพิจารณาฟ้องหย่าที่ประเทศอินเดียก็ได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศอินเดีย

ข้อควรระวัง

ในการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย คู่สมรสที่เป็นผู้ฟ้องหย่าจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์
  • สมรสถูกต้องตามกฎหมาย
  • ฝ่ายตรงข้ามมิได้เป็นผู้เยาว์หรือไร้ความสามารถ

หากคู่สมรสที่เป็นผู้ฟ้องหย่าไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว คู่สมรสอาจขอศาลแต่งตั้งผู้แทนคดีแทนก็ได้

นอกจากนี้ การฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย อาจมีขั้นตอนและรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติม ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ดังนั้น คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย ควรปรึกษาทนายความที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือ

การอธิบาย ยกตัวอย่าง หรือขยายความ

  • ในการอธิบาย ยกตัวอย่าง หรือขยายความ สามารถทำได้โดยเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย เช่น

    • อธิบายความหมายของเอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมสำหรับการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย
    • อธิบายขั้นตอนการยื่นฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทยอย่างละเอียด
    • อธิบายพยานหลักฐานที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายอาจนำสืบมาประกอบการพิจารณาคดีอย่างครอบคลุม
  • ตัวอย่างเช่น ในการอธิบายเอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมสำหรับการฟ้องหย่าชาวอินเดียในประเทศไทย สามารถทำได้ดังนี้

หนังสือฟ้องหย่าเป็นเอกสารที่คู่สมรสที่ประสงค์จะฟ้องหย่าต้องจัดทำขึ้น โดยระบุรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับคู่สมรสทั้งสองฝ่าย สาเหตุแห่งการหย่าร้าง

วันนี้ทีมงานทนายกฤษดา จะมาแนะนำขั้นตอนง่ายๆในการฟ้องหย่าสามีหรือภริยาชาวที่จดทะเบียนสมรสมีวิธีการดังนี้

ตามปกติแล้วการหย่า นั้นสามารถฟ้องในศาลของประเทศไทยได้ ดังนั้นการหย่า แล้วทีมงานทนายกฤษดาได้สรุปวิธีการอ่างง่ายไว้โดยเฉพา

–>1.ฟ้องหย่าชาวอินเดีย ที่ศาลไหน

การจะฟ้องหย่าชาวจีนนั้น ฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ในจังหวัดหรือเขตที่ตั้งอยู่อยู่กินกัน หรือ ศาลที่อยู่ในเขตอำนาจของภูมิลำเนาจำเลย ที่จำเลยมีทะเบียนบ้านอยู่

–>2.ฟ้องหย่าชาวอินเดีย ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

  • สำเนาบัตรประชาชน ของตนเอง และจำเลย
  • ทะเบียนบ้าน ของตนเอง และจำเลย
  • ทะเบียนสมรส หรือใบสำคัญการสมรส
  • รูปถ่ายการอยู่กิน
  • พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับเหตุหย่า
  • สูติบัตรบุตร
  • หลักฐานหรือตารางรายการสินสมรส
  • หลักฐานที่เกี่ยวกับหนี้สินในระหว่างสมรส
  • หลักฐานค่าเลี้ยงชีพ
  • หลักฐานค่าเลี้ยงดูบุตร

–>3.เหตุแห่งการฟ้องหย่าชาวอินเดีย มีเอกสารอะไรบ้าง

ฟ้องหย่าแม้จะเป็นหารฟ้องชาวต่างชาติ แต่ใช้หลักเกณฑ์ในการหย่าของกฎหมายไทย

  1. ยกย่องหญิงอื่น/ชายอื่น เป็นชู้หรือมีชู้
  2. ประพฤติชั่ว ไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่
    1. ได้รับความอับอาย
    2. ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง
    3. ได้รับความเสียหายเกินควร
  3. ทำร้ายร่างกาย หรือทรมานจิตใจ หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามบุพการี
  4. ทิ้งล้างอีกฝ่ายเกินหนึ่งปี
    1. ถูกจำคุกเกินหนึ่งปี
    2. สมัครใจแยกกันอยู่เกิน3ปี
  5. ถูกศาลสั่งให้สาบสูญ
  6. ไม่ให้ความช่วยเหลือหรืออุปการะเลี้ยงดู หรือทำตนเป็นปฏิปักษ์
  7. วิกลจริตมาเกิน 3 ปี
  8. ผิดฑัณฑ์บนที่เคยตกลงกันไว้เป็นหนังสือ
  9. เป็นโรคติดต่อร้ายแรง
  • ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล

–>4.เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ในคดีฟ้องหย่า

  • หย่าอย่างเดียว 200 บาท ค่าส่งหมายตามอัตราที่ศาลประกาศ
  • หย่ามีสินสมรส เสียค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์ และค่าส่งหมายตามอัตราที่ศาลประกาศ
  • หย่าเรียกค่าเลี้ยงชีพ เสีย 200 บาท และค่าส่งหมายตามอัตราที่ศาลประกาศ
  • หย่าเรียกค่าเลี้ยงดูบุตร เสีย 200 บาท และค่าส่งหมายตามอัตราที่ศาลประกาศ

–>5ฟ้องหย่า ใช้ระยะเวลาประมาณเท่าใด

  • ประมาณ2-6เดือนในศาลชั้นต้น
  • ประมาณ3เดือนถึง6เดือนในศาลอุทธรณ์

–>6ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมได้หรือไม่

ได้มีหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. คู่ความผู้ขอไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ โดยขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้อง หรือ ต่อสู้คดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ หรือ ชั้นฎีกา ก็ได้ ตามมาตรา 155
  2. กำหนดเวลายื่นคำร้อง ต้องยื่นต่อศาลชั้นต้นที่จะฟ้อง หรือที่ได้ฟ้องคดีไว้แล้ว พร้อมกับคำฟ้อง คำฟ้องอุทธรณ์หรือคำฟ้องฎีกา คำร้องสอดหรือคำให้การ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าบุคคลนั้นตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลในภายหลัง จะยื่นคำร้องในเวลาใดๆก็ได้ มาตรา 156 วรรคหนึ่ง
  3. การเสนอพยานหลักฐาน ผู้ร้องอาจเสนอพยานหลักฐานไปพร้อมกับคำร้อง และหากศาลเห็นสมควรไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม ศาลจะไต่สวนโดยเร็ว มาตรา 156 วรรค 2
  4. หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
    4.1 เป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ร้องไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือ
    4.2 หากผู้ร้องไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควร #เมื่อพิจารณาถึงสถานะของผู้ร้อง และในกรณีที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ หรือ ผู้อุทธรณ์ หรือฎีกา การฟ้องร้อง หรือ อุทธรณ์ หรือ ฎีกา นั้นต้องมีเหตุอันสมควรด้วย มาตรา 156/1 วรรค 2
  5. กรณีคู่ความเคยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในศาลชั้นต้นมาแล้ว แล้วยื่นคำร้องนั้นในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาอีก ให้ถือว่าคู่ความนั้นยังไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมศาล หรือหากไม่ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะได้รับความเดือดร้อนเกินสมควรอยู่ ตามมาตรา 156/1 วรรค 3 เว้นแต่จะปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่น

–>6อุทธรณ์/ฎีกาได้หรือไม่

เป็นไปตามเงื่อนไขตามกฎหมาย

–>6ควรฟ้องหย่าหรือไม่

หากมีเหตุหย่าควรติดต่อทีมงานทนายกฤษดา เพื่อดำเนินคดีทางศาล

Facebook Comments