Home ทริบเทคนิค/บทความ เรียนนิติฯ ให้ได้ดั่งใจ

เรียนนิติฯ ให้ได้ดั่งใจ

4037

เรียนนิติฯ ให้ได้ดั่งใจ

โดย

ญาดา วรรณไพโรจน์(๒๕๔๙)
นบ.(เกียรตินิยมอันดับ ๒), นบ.ท.สมัยที่๕๘(อันดับที่ ๑)

560790_362420807149337_939342335_n

หลายคนที่มาเรียนนิติศาสตร์คงจะต้องปวดหัวกับการอ่านหนังสือ การทำความเข้าใจฎีกาและการท่องตัวบทเป็นแน่ แต่การที่จะประสบความสำเร็จก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องยากหากเรารู้จักกับการจัดการชีวิต มาดูเคล็ดลับสู่ความสำเร็จกันเถอะ

วิธีการเรียนและการสอบสำหรับคนเรียนนิติศาสตร์

การเข้าเรียน : การเข้าเรียนนับว่าสำคัญมาก เพราะจำให้ท่านสามารถเข้าใจหลักกฎหมายตลอดจนคำพิพากษาฎีกาต่างๆ ได้โดยง่าย เนื่องจากท่านอาจารย์จะเป็นคนชี้ประเด็นให้จากการตั้งคำถาม และยังเป็นโอกาสอันดีที่ได้ใกล้ชิดกับอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายที่มาให้ความรู้ ท่านสามารถสอบถามอาจารย์ได้ในทุกประเด็นที่สงสัย ทำให้ความรู้และความคิดของท่านแตกฉานขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือการอธิบายของอาจารย์ทำให้เราเห็นภาพและจะจดจำสิ่งเหล่านั้นได้ไปอีกนาน ในสมัยที่ดิฉันเรียนมหาวิทยาลัยนั้น ดิฉันไม่ขาดเรียนเลย ถ้าไม่จำเป็น

การอ่านหนังสือ : ทุกคนมีนาฬิกาประจำตัว ดังนั้นการจะอ่านหนังสือให้เข้าใจและรู้เรื่องจึงจำต้องเข้าใจสุขภาพและนาฬิกาของตน หมายความว่าเราต้องจัดสรรเวลาในการอ่านหนังสือในช่วงที่มีพลังที่สุดของวัน บางคนจะตื่นเช้าและอ่านหนังสือตอนกลางวัน แต่บางคนก็รู้สึกมีสมาธิมากตอนกลางคืน อันนี้ก็ต้องเลือกเอาตามใจชอบ แต่ไม่ว่าจะอ่านเวลาไหนก็ตาม ช่วง 23.00 – 02.00 น. จะเป็นเวลาต้องห้ามในการอ่านหนังสือ เพราะช่วงนี้ร่างกายต้องการพักผ่อนอย่างมากเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

เคล็ดลับของการเรียน คือการแบ่งเวลาให้ถูกต้อง และต้องมีวินัยในตนเอง : ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากันท่านต้องรู้จักแบ่งเวลาให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของท่าน นอกจากนี้ท่านยังต้องรู้ตนเองว่ามีจุดอ่อน จุดแข็งอะไร เพื่อที่ท่านจะได้วางแผนว่าจะเสริมตรงไหน หรืออ่านหนังสือตรงจุดไหนเป็นพิเศษ

การดำเนินชีวิตประจำวัน : ชีวิตต้องมีสมดุล เรื่องการรับประทานอาหาร การพักผ่อน การขับถ่าย และการออกกำลังกาย จำเป็นมากสำหรับผู้ที่อ่านหนังสือหรือเรียนหนัก จะต้องรักษาสุขภาพให้ดีเพราะจะไม่มีประโยชน์อันใดเลยหากท่านเรียนเก่งแต่สุขภาพย่ำแย่และไม่มีความสุข ท่านจึงต้องเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน และออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง แนะนำให้วิ่ง หรือว่ายน้ำเพราะได้ออกกำลังทุกส่วน การพักผ่อนและการออกกำลังกายอย่างเพียงพอจะทำให้ท่านมีความจำที่ดีและมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น

การเตรียมตัวสอบ :

สอบระดับมหาวิทยาลัย : ดิฉันจะอ่านหนังสือที่ท่านอาจารย์ผู้สอนแนะนำ เอกสารประกอบการสอน และสมุดจดจากการเข้าเรียน ให้จบอย่างน้อยอย่างละ 1 รอบ และทำข้อสอบเก่าจากปีปัจจุบันลงไปประมาณ 5 ปี พอถึงวันสอบช่วงเช้าก็จะท่องตัวบทวิชาที่จะสอบ (ปกติสอบวันละ 1 วิชาในช่วงบ่าย)

สอบเนติฯ : หนังสือที่ต้องอ่านก็คือหนังสือรวมคำบรรยายของเนติฯ นั่นเอง จะต้องอ่านให้จบก่อนสอบ และอาจจะอ่าน Power point ประกอบการสอนของอาจารย์ไปด้วย เพราะจะช่วยให้เข้าใจภาพรวมตลอดจนจำหลักได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเสียเวลาทำโน๊ตย่อเอง หลังจากอ่านคำบรรยาย และ Power point จบ ก่อนสอบประมาณ 1 อาทิตย์ทั้งอาทิตย์ก็จะท่องตัวบทและทำข้อสอบเก่า โดยไล่จากปีปัจจุบันลงไปประมาณ 5 ปีเช่นเดิม ฝึกจับประเด็น ฝึกตอบ ฝึกเขียน โดยเฉพาะข้อสอบวิชาวิธีพิจารณาความแพ่งและวิธีพิจารณาความอาญานั้นต้องฝึกมากเป็นพิเศษ เพราะบางครั้งอ่านโจทย์จนจบยังไม่รู้เลยว่าโจทย์ถามประเด็นใด ก็ต้องหัดดูว่าข้อสอบประมาณนี้ต้องการถามประเด็นใด

ก่อนเข้าห้องสอบ : ก่อนเข้าห้องสอบประมาณ 10 นาที ก็ต้องทำสมาธิ เพื่อรวบรวมสติปัญญามาใช้ให้เต็มที่ และก่อนเข้าห้องสอบควรกินอาหารที่สะอาดปลอดภัย เพราะหากท้องเสียขณะทำข้อสอบจะลำบากมาก ถ้าจะให้ดีควรรับประทานขนมหรืออาหารที่มีแคลอรี่สูงแต่คาร์โบไฮเดรตต่ำ (ถ้าคาร์โบไฮเดรตสูงจะทำให้ง่วง) ส่วนใหญ่ดิฉันมักจะพก dark chocolate ติดตัวไปทานก่อนเข้าห้องสอบเสมอเพราะจะช่วยเพิ่มกลูโคสในสมอง ทำให้มีพลังงานและสมองแจ่มใส ไม่เพลียในขณะทำข้อสอบ (แต่ก็ต้องระวังเรื่องน้ำหนักตัวด้วยนะคะ)

การทำข้อสอบ : การเขียนตอบข้อสอบในมหาวิทยาลัยกับการเขียนตอบข้อสอบระดับเนติบัณฑิตไม่เหมือนกันด้วยข้อจำกัดของเวลา ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นข้อสอบทุกวิชาจะมี 5 ข้อ และให้เวลา 3 ชั่วโมงการเขียนตอบจึงสามารถเขียนอธิบายได้มาการตอบข้อสอบจึงต้องเริ่มด้วยการตั้งประเด็นของเรื่องแล้ววางหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งอธิบายหลักกฎหมายในส่วนนั้น ตามด้วยการปรับข้อเท็จจริงเข้ากับหลักกฎหมายที่ได้อธิบายไปแล้ว และจบด้วยการสรุปคำตอบของประเด็นคำถามที่ตั้งไว้ ซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างมาก

ส่วนเนติฯ 10 ข้อนั้นให้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงและมีประเด็นซับซ้อนมากกว่า ต้องตอบให้ตรงประเด็นและครบถ้วนจึงจะได้คะแนนดี ภาษาที่ใช้ต้องกระชัดรัดกุมและเป็นภาษากฎหมาย การจัดสรรเวลาก็นับว่าสำคัญมาก ไม่ควรใช้เวลากับข้อใดมากจนเกินไป

การเขียนยังต้องคงส่วนของประเด็นไว้เพื่อให้รู้ว่าเราจะตอบข้อสอบไปในทิศทางใด ส่วนการวางหลักกฎหมายสามารถตัดทิ้งได้ แต่การตอบก็ต้องมีเหตุผลประกอบเสมอ จึงต้องนำหลักกฎหมายและคำอธิบายไปใส่ในส่วนของการปรับบทให้มากเพื่อให้ผู้ตรวจข้อสอบทราบว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ถามมากน้อยเพียงใด