Home กฎหมาย-ฎีกาน่ารู้ เคล็ดวิชา เรียนเนติอย่างไรให้ได้ดี

เคล็ดวิชา เรียนเนติอย่างไรให้ได้ดี

4939

เคล็ดวิชาเรียนเนติอย่างไรให้ได้ดี
image
ภวิศร์ เชาวลิตถวิล

เรามักจะเคยได้ยินคนพูดกันเสมอว่า การเรียนที่สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และการสอบผ่านเพื่อเป็นเนติบัณฑิตนั้นเป็นเรื่องยากแต่ผมคิดว่าความยากอยู่ที่ว่า
“เราสามารถชนะใจของเราได้หรือไม่” และเรามี “การวางแผนการเรียน การอ่านหนังสือที่ดีหรือไม่ อย่างไร” มากกว่า
เราไม่สามารถรู้ได้ว่า เราต้องขยันสักเพียงใด เราจึงจะสอบผ่าน แต่ขอให้ทุกคนคิดว่าหากเราทำเต็มความสามารถของเราแล้ว ผลจะออกมาเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของอนาคต คำถามคือ “เราพยายามเต็มที่แล้วหรือยัง” ต่างหาก
การเรียนเนติฯ ให้ประสบความสำเร็จ เปรียบเสมือน “การเตรียมตัวอย่างไรให้รบชนะ” จำต้องมีการวางแผน และต้องทำให้ได้ตามแผนที่เราวางไว้ด้วย แต่ขอทำความเข้าใจในเบื้องต้นนี้ก่อนว่าเราไม่ได้มุ่งจะเอาชนะเพื่อนของเรา
หากแต่เรามุ่งที่จะชนะตัวเองและเพื่อผ่านการทดสอบ(การที่เพื่อนช่วยเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งของการประสบความสำเร็จในการเรียนเนติฯ)
ในบทความนี้ผมจะเล่าถึงแผนการเรียนของผมแต่อย่าเชื่อ ขอให้คิด ไตร่ตรอง ทบทวน และปรับให้เข้ากับวิธีการเรียนของแต่ละท่านตามความเหมาะสม
๑.) การทำจิตใจให้สงบ ข้อนี้เป็นพื้นฐานสำคัญ เพราะการเรียนเนติฯ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่เรียนเป็นปีแรก ย่อมมีความกลัวเป็นเรื่องธรรมดาเช่นเดียวกับผมเมื่อปีแล้ว การขอพรต่อสิ่งที่ท่านเคารพนับถืออาจช่วยท่านได้ เพราะจะทำให้จิตใจ
ของท่านสงบ มีสมาธิในการอ่านตัวบท อ่านฎีกา อ่านตำรา อ่านข้อสอบ โดยปฏิญาณตนว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ตามแผนที่วางไว้ เช่น ตอนกลางคืน ก่อนนอน ตอนเช้าก่อนไปเรียนหรือไปทำงานเป็นต้น และผมมั่นใจว่าผลของการกระทำเช่นว่าจะ
ส่งผลให้ท่านสอบผ่านอย่างแน่นอน ตามหลัก “causation” (หลักความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำผละผล)
๒.) การกำจัดจุดอ่อน เราต้องสำรวจตัวเองว่าเรามีจุดบกพร่องตรงไหน (ห้ามตอบว่ามีจุดอ่อนทุกจุด) ควรทำความเข้าใจในวิชานั้นให้มากที่สุดสำหรับผมนั้น จุดอ่อนคือกฎหมายพิเศษจึงพยายามเข้าเรียนคาบที่เป็นกฎหมายพิเศษ
ที่เรายังไม่เข้าใจโดยเฉพาะภาคทบทวนวันอาทิตย์ซึ่งท่านอาจารย์จะสอนหลักสำคัญ ๆ ทำให้ง่ายต่อการอ่านหนังสือด้วยตนเองต่อไป
ขอเน้นย้ำ ณ ที่นี้ว่า จงอย่าทิ้งวิชาใดวิชาหนึ่งแม้แต่วิชาเดียว เพราะคะแนนเพียง ๑ – ๒ คำแนนบางครั้งอาจมีค่ามาก ส่งผลให้เราสอบผ่านหรือตกได้เลยทีเดียว
๓.) รวมคำบรรยาย คำบรรยายเป็นสิ่งสำคัญประการหนึ่งแต่ผมแนะนำว่าควรมีคำบรรยายของปีก่อนหน้านี้ประกอบด้วย เพราะจะทำให้เราสามารถอ่านล่วงหน้าได้โดยไม่จำเป็นต้องรอคำอธิบายอาทิตย์ต่ออาทิตย์ อีกทั้งเราสามารถเตรียม
ตัวอ่านมาก่อนเข้าเรียนได้อีกด้วย (สำหรับผู้ทึ่ไม่สามารถซื้อได้ สามารถหาศึกษาได้ที่ห้องสมุดเนติฯ)
แต่ทั้งนี้ คำอธิบายปีปัจจุบันก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัย โดยเฉพาะบทบรรณาธิการของท่านอาจารย์ ประเสริฐ เสียงสุทธิวงศ์ ซึ่งมีการรวบรวมคำพิพากษาฎีกาไว้อย่างเป็นระบบ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ส่วนในตัวของคำบรรยาย
นั้นขอแนะนำว่าอย่าไปเคร่งเครียดกับมันมาก เพราะการอ่านจบให้ครบทุกตัวอักษร เป็นการเกินความจำเป็นเพราะจุดประสงค์ของการเรียนเนติฯ คือการที่เราสามารถปรับบทกฎหมายใช้ได้ในทางปฏิบัติ กล่างคือ การศึกษาจากคำพิพากษาฎีกา
นั่นเองที่เป็นหลักดังนั้นหากเรามีพื้นฐานความรู้เป็นอย่างดีในเรื่องใดแล้ว ควรเน้นที่คำพิพากษาศาลฎีกาเป็นหลัก
๔.) การเข้าเรียน ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำคัญที่สุดสำหรับการเรียนเนติฯ เพราะดังที่กล่าวข้างต้นการปรับกฎหมายในทางปฏิบัติเป็นเรื่องสำคัญกระบวนการคิด การทำความเข้าใจในคำพิพากษาฎีกา บางครั้งการอ่านหนังสืออยู่บ้านแต่
เพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลที่ดีมากนัก การที่ได้เข้าเรียน ได้ฝึกความคิดพร้อม ๆ กับท่านอาจารย์ มีปัญหาปรึกษาเพื่อนผมคิดว่าเป็นวิธีที่ดี ทำให้เราเข้าใจและสามารถนำกฎหมายไปรับใช้ได้อย่างถูกต้อง
สำหรับผม การเข้าเรียนให้มีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุด คือ
(๔.๑) การจดเล็กเชอร์ไปด้วยทุกครั้งที่เข้าเรียน ไม่ควรนั่งฟังการบรรยายแต่เพียงอย่างเดียวเพราะสมาธิจะหลุดไปหาครอบครัว คนรัก การงานการบ้าน การเรือนได้อย่างง่ายดาย การจดเล็กเชอร์จะช่วยให้เราฝึกคิด ฝึกจับประเด็น
ฝึกเขียนภาษากฎหมาย ซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ทั่งสิ้นเมื่อเราต้องเข้าสู่สนามสอบ
(๔.๒) ควรพกประมวลกฎหมายมาเรียนด้วยทุกครั้งให้เปรียบเสมือนเป็นดาบคู่กาย ขณะเข้าเรียนท่านอาจารย์สอนมาตราใด ให้อ่านประมวลไปด้วบโดยอ่านหลาย ๆ รอบจนคุ้นเคยกับมาตรานั้น ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระเมื่อใกล้สอบ
จะได้ไม่ต้องท่องมากเพราะได้อ่านจนคุ้นเคยแล้ว บางท่านใช้วิธีท่องก่อนสอบเพียง ๔ – ๕ วัน การจดจำให้แม่นยำเป็นเรื่องยากมาก
(๔.๓) เข้าเรียนเฉพาะวิชาที่ท่านคิดว่าฟังแล้วเข้าใจ( ควรเข้าเรียนด้วยตนเองทุกคาบก่อน) เพราะการเข้าเรียนมากเกินไป อาจกลายเป็นผลเสียได้เพราะเราต้องแบ่งเวลาในการศึกษาด้วยตนเองด้วยดดังนั้นควรมีการวางแผนจัด
ตารางเรียนเป็นของตนเองและควรเข้าเรียนในวิชานั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ
(๔.๔) เมื่อเข้าเรียนแล้ว หากมีข้อสงสัยห้ามเก็บได้เด็ดขาด ให้ปร