Home บทความคดีแพ่ง จุดที่ศาลฎีกาใช้พิจารณาความผิด คดีโกงเจ้าหนี้

จุดที่ศาลฎีกาใช้พิจารณาความผิด คดีโกงเจ้าหนี้

29

จุดที่ศาลฎีกาใช้พิจารณาความผิด คดีโกงเจ้าหนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 350

ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 (เดิม) จำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลจังหวัดพัทยาเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 332/2557 อ้างว่าจำเลยที่ 1 หลอกลวงขายหุ้นในบริษัท คริสทัล คลับ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ยังชำระค่าหุ้นไม่ครบและไม่มีสิทธิขายหุ้น ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 คืนเงิน 3,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้คดีว่าไม่ได้หลอกลวงขายหุ้นให้แก่โจทก์ ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 ซึ่งเป็นวันก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลจังหวัดพัทยา 1 วัน จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนขายห้องชุดเลขที่ 243/231 ให้แก่จำเลยที่ 2 เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากการขายห้องชุดจำนวน 3,680,000 บาท แล้ว จำเลยที่ 1 ถอนเงินออกจากบัญชีหลายครั้ง คงเหลือเงินในบัญชีเพียง 8,345 บาท ครั้นวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 ศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ 3,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยโจทก์ต้องโอนหุ้นและเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นและกรรมการคืนแก่จำเลยที่ 1 โจทก์และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง นอกจากนี้โจทก์ยังฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาในข้อหาฉ้อโกงซึ่งเป็นมูลคดีเดียวกับคดีแพ่ง แต่ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลจังหวัดพัทยามีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ที่โอนขายห้องชุดของตนก่อนวันที่ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาคดีแพ่งเพียง 1 วัน แล้วยักย้ายถ่ายเทหรือย้ายไปเสียซึ่งเงินที่ได้จากการขายห้องชุดดังกล่าว เป็นการส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 อาจมีเจตนาพิเศษเพื่อว่าเมื่อโจทก์ชนะคดีแพ่งแล้ว โจทก์จะไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ตาม แต่เมื่อคดีแพ่งที่โจทก์อ้างเป็นมูลเหตุฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาเรื่องนี้ถึงที่สุดแล้วโดยศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญาซื้อขายหุ้นกับโจทก์จึงไม่ต้องคืนเงินค่าหุ้น 3,800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ และพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ มีผลให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เท่ากับโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้กัน ดังนี้ ก็ไม่อาจมีการกระทำความผิดตามมาตรา 350 แห่งประมวลกฎหมายอาญาดังที่โจทก์อ้างมาได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น และเมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ 1 เพียงใดอีก

พิพากษายืน

สรุป แม้พฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 ที่โอนขายห้องชุดของตนก่อนวันที่ศาลจังหวัดพัทยาพิพากษาคดีแพ่งเพียง 1 วัน แล้วยักย้ายถ่ายเทหรือย้ายไปเสียซึ่งเงินที่ได้จากการขายห้องชุดดังกล่าว เป็นการส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 อาจมีเจตนาพิเศษเพื่อว่าเมื่อโจทก์ชนะคดีแพ่งแล้ว โจทก์จะไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนก็ตาม แต่เมื่อคดีแพ่งที่โจทก์อ้างเป็นมูลเหตุฟ้องจำเลยที่ 1 เป็นคดีอาญาเรื่องนี้ถึงที่สุดแล้วโดยศาลฎีกาได้พิพากษาว่าจำเลยมิได้ผิดสัญญาซื้อขายหุ้นกับโจทก์จึงไม่ต้องคืนเงินค่าหุ้นพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ และพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ มีผลให้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เท่ากับโจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นเจ้าหนี้และลูกหนี้กัน ดังนี้ ก็ไม่อาจมีการกระทำความผิดตามมาตรา 350 แห่งประมวลกฎหมายอาญาดังที่โจทก์อ้างมาได้

ปัญหาคดีความปรึกษาทีมงานนคร สำนักงานกฎหมายปรัชญาเศรษฐ์ทนายความ
สำนักงานกฎหมายปรัชญาเศรษฐ์ ถนนร่มเกล้า ซอย10 แขวง เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
หมู่บ้านศุภาลัย พาร์ควิลล์3 ซอย4 (อยู่ระหว่างซอย10 และซอย 8)
บ้านเลขที่ 290/221 โทร 0899811406 ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ https://www.byslaw.com/

Facebook Comments