ฟ้องชู้ต้องมีหลักฐานสองส่วน คือ หลักฐานการจดทะเบียนสมรส และหลักฐานว่าอีกฝ่ายล่วงเกินคู่สมรสของเราในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว เช่น ภาพถ่าย โพสต์ แชต และพยานบุคคล ที่สำคัญคือต้องได้มาโดยไม่ผิดกฎหมาย
ฟ้องชู้ต้องพิสูจน์อะไรบ้าง
ต้องพิสูจน์ว่าเราเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องมีพฤติการณ์เข้าเงื่อนไขของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ซึ่งหลังการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ใช้กับคู่สมรสทุกเพศเท่ากัน
- ความเป็นคู่สมรส ทะเบียนสมรสหรือใบสำคัญการสมรสที่ยังไม่ได้หย่าในขณะเกิดเหตุ
- พฤติการณ์ของผู้ถูกฟ้อง อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ล่วงเกินคู่สมรสของเราในทำนองชู้สาว หรือแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของเราในทำนองชู้สาว
- ความรู้ของผู้ถูกฟ้อง ศาลมักดูว่าผู้ถูกฟ้องรู้หรือควรรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสแล้ว
- เราไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ ถ้ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ มาตรา 1523 วรรคท้ายห้ามเรียกค่าทดแทน
การแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว หมายถึงอะไร
หมายถึงพฤติการณ์ที่ทำให้คนทั่วไปหรือคนรอบข้างรับรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์แบบคนรัก ไม่จำเป็นต้องประกาศว่าเป็นแฟนกัน
ตัวอย่างที่มักถูกยกขึ้นในคดี เช่น โพสต์รูปคู่ในลักษณะคนรักบนโซเชียลมีเดีย พาไปงานสังคมหรือพบเพื่อนร่วมงานในฐานะคู่รัก อยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผย หรือแนะนำตัวต่อผู้อื่นทำนองเป็นคู่ชีวิต ศาลจะพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดรวมกัน ไม่ได้ดูภาพเดียว อ่านเพิ่มเติมได้ที่การเปิดเผยความสัมพันธ์ในทำนองชู้สาวตามคำพิพากษาศาลฎีกา
ส่วนการล่วงเกินในทำนองชู้สาวมุ่งที่ความสัมพันธ์ทางเพศหรือพฤติการณ์ทำนองเดียวกัน ซึ่งไม่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ต้องมีพยานหลักฐานแวดล้อมที่น่าเชื่อ
หลักฐานแบบไหนที่ศาลมักรับฟัง
ศาลรับฟังพยานหลักฐานหลายรูปแบบรวมกัน ไม่จำเป็นต้องมีภาพขณะมีเพศสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือมาจากการที่หลักฐานหลายชิ้นสอดคล้องกัน
| ประเภทหลักฐาน | สิ่งที่ช่วยพิสูจน์ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ทะเบียนสมรส | สถานะคู่สมรส | ใช้ฉบับที่ยังเป็นปัจจุบัน |
| โพสต์และรูปบนโซเชียล | ความเปิดเผย และระยะเวลาความสัมพันธ์ | เก็บลิงก์ วันที่ และหน้าจอที่เห็นชื่อบัญชี |
| ข้อความแชต | ความสัมพันธ์ และความรู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรส | ต้องได้มาโดยไม่เจาะระบบหรือใช้รหัสผ่านผู้อื่น |
| ภาพถ่ายในที่สาธารณะ | พฤติการณ์ร่วมกัน | ถ่ายจากที่สาธารณะ ไม่บุกรุกที่พักผู้อื่น |
| พยานบุคคล | สิ่งที่เห็นจริงและการรับรู้ของคนรอบข้าง | ควรเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง |
| เอกสารอื่น | ใบเสร็จที่พัก การเดินทาง สูติบัตรบุตรที่เกิดกับชู้ | ต้องได้มาโดยชอบ |
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างเก็บหลักฐาน
สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุด คือการได้หลักฐานมาด้วยวิธีที่ทำให้ตัวเราเองกลายเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งอาจถูกฟ้องกลับและทำให้คดีหลักเสียรูปไป
- แอบเข้าโทรศัพท์หรือบัญชีออนไลน์ของผู้อื่น การเข้าถึงระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยมิชอบ อาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 5 และมาตรา 7
- บุกเข้าบ้านหรือห้องพักของผู้อื่น อาจเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา
- ประจานบนโซเชียลมีเดีย การโพสต์ใส่ร้ายหรือเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของผู้อื่นต่อสาธารณะ อาจเป็นหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 และอาจละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ขู่เรียกเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยเรื่อง อาจกลายเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ควรให้ทนายเป็นผู้เจรจาแทน
- ทำร้ายหรือเผชิญหน้ารุนแรง นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังทำให้ศาลมองพฤติการณ์ของเราในแง่ลบ
ดูประเด็นหมิ่นประมาทเพิ่มเติมได้ที่ด่าว่าเป็นคนเจ้าชู้ ผิดหมิ่นประมาทหรือไม่
เก็บรักษาหลักฐานอย่างไรให้ใช้ในศาลได้
หลักคือเก็บให้ครบ ไม่ดัดแปลง และระบุที่มาได้ เพราะอีกฝ่ายมักโต้แย้งว่าหลักฐานถูกตัดต่อ
- บันทึกหน้าจอให้เห็นชื่อบัญชี วันที่ และลิงก์ แล้วเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้
- สำรองไฟล์ไว้มากกว่าหนึ่งที่ และอย่าแก้ไขหรือครอปภาพต้นฉบับ
- ทำลำดับเหตุการณ์เป็นตาราง วันที่ เหตุการณ์ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
- จดชื่อพยานที่เห็นเหตุการณ์และสิ่งที่แต่ละคนรู้
- จดวันที่ตัวเองรู้เรื่องครั้งแรก เพราะเกี่ยวกับอายุความหนึ่งปีตามมาตรา 1529
คำถามที่พบบ่อย
แอบอัดเสียงตอนคุยกับคู่สมรสหรือชู้ ใช้เป็นหลักฐานได้ไหม
การบันทึกบทสนทนาที่ตนเองเป็นคู่สนทนาอยู่ด้วย มักถูกนำมาใช้ประกอบคดีครอบครัว และศาลมีดุลพินิจรับฟังได้ แต่การดักฟังบทสนทนาของคนอื่นที่เราไม่ได้ร่วมอยู่ หรือติดตั้งอุปกรณ์ในที่ส่วนตัวของผู้อื่น มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงกว่ามาก
จ้างนักสืบได้ไหม
จ้างได้ แต่ผู้ว่าจ้างควรกำหนดให้ชัดว่าต้องใช้วิธีที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น เช่น การติดตามและถ่ายภาพในที่สาธารณะ หากนักสืบใช้วิธีผิดกฎหมาย นอกจากหลักฐานจะมีปัญหาแล้ว ผู้ว่าจ้างก็อาจถูกพาดพิงด้วย
ชู้ลบโพสต์ไปแล้ว ยังใช้เป็นหลักฐานได้ไหม
ถ้าเคยบันทึกหน้าจอไว้พร้อมรายละเอียดที่ระบุตัวบัญชีและวันที่ ยังใช้ประกอบได้ ควรมีพยานที่เคยเห็นโพสต์นั้นมายืนยันด้วย เพื่อลดข้อโต้แย้งว่าภาพถูกสร้างขึ้นภายหลัง
ต้องมีหลักฐานกี่ชิ้นถึงจะพอฟ้อง
ไม่มีจำนวนขั้นต่ำ สิ่งสำคัญคือหลักฐานทั้งหมดเล่าเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าเชื่อ ทนายความจะช่วยประเมินว่าหลักฐานที่มีพอสำหรับข้อใด และควรหาเพิ่มด้านใดโดยวิธีที่ชอบด้วยกฎหมาย
ควรเริ่มอย่างไร
หยุดการเก็บหลักฐานที่เสี่ยงผิดกฎหมายทันที แล้วรวบรวมสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างเป็นระบบ ทั้งทะเบียนสมรส ภาพหน้าจอ ลำดับเหตุการณ์ และรายชื่อพยาน พร้อมจดวันที่รู้เรื่องครั้งแรก
นำทั้งหมดไปปรึกษาทนายความด้านครอบครัวก่อนเผชิญหน้าหรือโพสต์อะไร ทนายจะช่วยแยกว่าหลักฐานชิ้นใดใช้ได้ ชิ้นใดเสี่ยง และควรเริ่มด้วยการส่งหนังสือ ไกล่เกลี่ย หรือยื่นฟ้องทันที อ่านประกอบมีหลักฐานแค่ไหนถึงฟ้องหย่าได้
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
