ฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติ ขั้นตอนตั้งแต่ปรึกษาจนบันทึกการหย่า

ฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติต้องยื่นคำฟ้องที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จากนั้นศาลส่งหมายเรียก นัดไกล่เกลี่ยและสืบพยาน แล้วจึงพิพากษา เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด ให้นำไปขอบันทึกการหย่าที่เขตหรืออำเภอ คดีที่ต้องส่งหมายไปต่างประเทศมักใช้เวลานานกว่าคดีทั่วไป

ฟ้องหย่าสามีชาวต่างชาติต้องยื่นที่ศาลไหน

คดีหย่าเป็นคดีครอบครัว จึงยื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัว ในกรุงเทพมหานครคือศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ต่างจังหวัดคือศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดหรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวของศาลจังหวัด

หลักทั่วไปคือฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาหรือที่มูลคดีเกิด ถ้าสามีไม่มีภูมิลำเนาในไทยและมูลคดีเกิดนอกไทย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 ตรี เปิดให้โจทก์ที่มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาในไทยฟ้องต่อศาลในเขตที่ตนมีภูมิลำเนาได้ และถ้าจำเลยมีทรัพย์สินในไทย ก็อาจฟ้องที่ศาลซึ่งทรัพย์นั้นตั้งอยู่

ขั้นตอนฟ้องหย่ามีอะไรบ้าง

  1. ปรึกษาและประเมินคดี: ทนายดูว่ามีเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 ข้อใด หลักฐานพอไหม เรื่องใดใกล้หมดอายุความ และกฎหมายสัญชาติของสามียอมให้หย่าหรือไม่
  2. รวบรวมเอกสารและแปล: ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร หลักฐานทรัพย์สิน และเอกสารภาษาต่างประเทศที่ต้องแปลและรับรอง
  3. ยื่นคำฟ้องและชำระค่าขึ้นศาล: ถ้าสามีอยู่ต่างประเทศ โจทก์ต้องยื่นคำขอให้ศาลส่งหมายไปต่างประเทศภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง พร้อมคำแปลและเงินค่าใช้จ่าย (มาตรา 83 จัตวา)
  4. ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง: ในไทยส่งโดยเจ้าพนักงานศาล ถ้าส่งไปต่างประเทศ การส่งมีผลเมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันส่ง (มาตรา 83 เบญจ)
  5. จำเลยยื่นคำให้การ: โดยหลักภายใน 15 วันนับแต่การส่งหมายมีผล ถ้าไม่ยื่น โจทก์ต้องขอให้ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวภายใน 15 วัน (มาตรา 198)
  6. ไกล่เกลี่ย: ศาลเยาวชนและครอบครัวเน้นให้คู่ความตกลงกัน หากตกลงได้ คดีอาจจบในขั้นนี้
  7. สืบพยาน: โจทก์เบิกความและนำพยานหลักฐานเข้าสืบ แม้จำเลยขาดนัด ศาลก็ต้องให้โจทก์สืบพยานในคดีเกี่ยวกับสิทธิในครอบครัว (มาตรา 198 ทวิ)
  8. คำพิพากษาและอุทธรณ์: คู่ความอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) ถ้าไม่มีการอุทธรณ์ คดีถึงที่สุด
  9. บันทึกการหย่า: ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดและสำเนาคำพิพากษาที่รับรองแล้ว นำไปให้นายทะเบียนบันทึก

แต่ละขั้นใช้เวลานานแค่ไหนโดยประมาณ

ระยะเวลาบางช่วงกฎหมายกำหนดไว้ชัด แต่ช่วงที่ขึ้นกับนัดของศาลและการส่งหมายต่างประเทศคาดเดาได้ยาก ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อวางแผน ไม่ใช่คำรับรองระยะเวลา

ช่วงระยะเวลาตามกฎหมายสิ่งที่มักทำให้ช้า
เตรียมเอกสารก่อนฟ้องไม่มีกำหนดเอกสารต่างประเทศที่ต้องรับรองหลายทอด
ส่งหมายในไทยถ้าศาลสั่งปิดหมาย มีผลเมื่อพ้น 15 วัน (มาตรา 79)หาตัวจำเลยไม่พบที่ภูมิลำเนา
ส่งหมายต่างประเทศมีผลเมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันส่งเวลาเดินเอกสารผ่านช่องทางระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกินเวลาหลายเดือน
ยื่นคำให้การ15 วันนับแต่การส่งมีผลจำเลยขอขยายเวลา
ไกล่เกลี่ยและสืบพยานตามนัดของศาลคดีมีข้อพิพาทเรื่องบุตรหรือทรัพย์สิน
อุทธรณ์ยื่นภายใน 1 เดือนมีการอุทธรณ์ต่อสู้

อ่านปัจจัยด้านเวลาเพิ่มเติมได้ที่ หย่าสามีต่างชาติในไทย ใช้เวลานานแค่ไหน

ในศาลต้องพิสูจน์อะไรบ้าง

ต้องพิสูจน์ว่ามีเหตุฟ้องหย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 จริง และในคดีที่คู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ควรเตรียมพิสูจน์ด้วยว่ากฎหมายสัญชาติของเขายอมให้หย่าได้ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27

ประเด็นหลังนี้มักถูกมองข้าม มีคดีที่ศาลสูงไม่พิพากษาให้หย่าเพราะโจทก์ไม่ได้นำสืบกฎหมายของประเทศคู่สมรส ทนายจึงมักเตรียมตัวบทกฎหมายต่างประเทศพร้อมคำแปล หรือความเห็นของผู้รู้กฎหมายประเทศนั้นไว้ตั้งแต่ต้น

อีกเรื่องคืออายุความ สิทธิฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) ระงับเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริง (มาตรา 1529) อ่านภาพรวมเหตุฟ้องหย่าได้ที่ เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายมีอะไรบ้าง

ถ้าสามียอมตกลงระหว่างคดี ต้องระวังอะไร

ควรให้ถ้อยคำในสัญญาประนีประนอมยอมความชัดเจนว่าการหย่าจะเกิดขึ้นอย่างไร เพราะถ้อยคำมีผลต่อการไปบันทึกการหย่าภายหลัง เคยมีกรณีที่สำนักทะเบียนไม่แน่ใจว่าจะบันทึกการหย่าจากคำพิพากษาตามยอมได้หรือไม่ จนต้องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 191/2556)

ข้อตกลงเรื่องบุตร ค่าเลี้ยงดู และทรัพย์สินที่ศาลพิพากษาตามยอมมีผลบังคับได้ จึงควรเขียนวิธีชำระเงินข้ามประเทศ การเยี่ยมบุตร และการเดินทางของบุตรให้ละเอียดตั้งแต่ตอนนี้

หลังศาลพิพากษาให้หย่า ต้องทำอะไรต่อ

การหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้จนกว่าจะจดทะเบียนการหย่า (มาตรา 1531) จึงควรดำเนินการให้ครบดังนี้

  • ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดและสำเนาคำพิพากษาที่รับรองถูกต้องจากศาล
  • ยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกการหย่าตามพระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว มาตรา 16 ซึ่งฝ่ายเดียวไปยื่นได้ และคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ามอบอำนาจให้ผู้อื่นไปยื่นแทนได้
  • แก้ชื่อสกุล คำนำหน้า และข้อมูลในเอกสารสำคัญให้ตรงกับสถานะใหม่
  • ถ้าสามีต้องใช้ผลการหย่าในประเทศของเขา ให้ขอสำเนาคำพิพากษาที่รับรองเพิ่ม เพื่อแปลและรับรองต่อ

คำถามที่พบบ่อย

ภรรยาต้องไปศาลเองทุกนัดไหม

ไม่จำเป็นทุกนัด ทนายความไปศาลแทนได้ในหลายนัด แต่ในวันสืบพยาน โจทก์มักต้องเบิกความเองเพราะเป็นผู้รู้ข้อเท็จจริงดีที่สุด และวันไกล่เกลี่ยศาลมักต้องการให้คู่ความมาด้วยตนเอง

สามีไม่มาศาลเลย ศาลจะพิพากษาให้หย่าทันทีไหม

ไม่ทันที แม้จำเลยขาดนัด ศาลยังต้องให้โจทก์นำพยานมาสืบให้เห็นว่ามีเหตุหย่าจริงตามมาตรา 198 ทวิ และโจทก์ต้องยื่นคำขอให้ศาลพิพากษาภายใน 15 วันหลังพ้นกำหนดยื่นคำให้การ ไม่เช่นนั้นศาลจะจำหน่ายคดี

ฟ้องหย่าพร้อมขอเลี้ยงลูกเองได้ไหม

ได้ ขอให้ศาลกำหนดผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และแบ่งสินสมรสไปในคดีเดียวกันได้ ศาลจะคำนึงถึงประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ

คำพิพากษาไทยใช้หย่าในประเทศของสามีได้ไหม

ขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้น หลายประเทศมีขั้นตอนรับรองหรือบันทึกคำพิพากษาต่างประเทศของตนเอง ควรตรวจสอบกับผู้รู้กฎหมายหรือสถานทูตของประเทศนั้น และเตรียมสำเนาคำพิพากษาพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไว้

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากจดลำดับเหตุการณ์สำคัญพร้อมวันที่ เช่น วันที่แยกกันอยู่ วันที่สามีเดินทางออกนอกประเทศ และวันที่รู้เรื่องที่เป็นเหตุหย่า แล้วรวบรวมเอกสารตามรายการใน เตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนยื่นฟ้องหย่า

จากนั้นปรึกษาทนายความคดีครอบครัวเพื่อประเมินเหตุหย่า อายุความ และกฎหมายสัญชาติของสามีตั้งแต่ต้น การเตรียมให้ครบก่อนยื่นฟ้องช่วยลดโอกาสที่คดีจะสะดุดกลางทาง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ