หย่ากับชาวต่างชาติในไทย เลือกทางไหนดี: อำเภอ ศาล หรือต่างประเทศ

หย่ากับชาวต่างชาติในไทยทำได้ 3 ทาง ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้และไปพร้อมกันได้ ให้จดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอ ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือติดต่ออีกฝ่ายไม่ได้ ต้องฟ้องหย่าที่ศาล ส่วนคนที่หย่าในต่างประเทศแล้ว ต้องนำหลักฐานมาบันทึกในทะเบียนไทยด้วย

หย่ากับชาวต่างชาติในไทยมีกี่วิธี

ตามกฎหมายไทยมี 2 วิธี คือหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือหย่าโดยคำพิพากษาของศาล (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514) คู่สมรสที่ฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติใช้หลักนี้เหมือนคู่สมรสคนไทยทั่วไป

ในทางปฏิบัติจึงมี 3 ทางให้เลือก คือ จดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนในไทย (หรือที่สถานทูตไทย) ฟ้องหย่าที่ศาลไทย และหย่าตามกฎหมายของประเทศอื่นแล้วนำผลมาบันทึกในไทย ทางที่เหมาะขึ้นกับว่าตกลงกันได้แค่ไหน แต่ละคนอยู่ที่ไหน และจดทะเบียนสมรสไว้ที่ใด

ข้อควรรู้อีกข้อคือ เมื่อคดีหย่ามีคู่สมรสต่างสัญชาติ กฎหมายไทยยังให้ดูกฎหมายสัญชาติของแต่ละฝ่ายประกอบด้วย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

จดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอ เหมาะกับใคร

เหมาะกับคู่ที่ตกลงกันได้ทุกเรื่องแล้ว และไปลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนพร้อมพยานได้ เป็นทางที่เร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เพราะการสมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนหย่าแล้ว (มาตรา 1515) และมีผลนับแต่เวลาจดทะเบียน (มาตรา 1531)

  • ต้องทำหนังสือหย่าและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน (มาตรา 1514 วรรคสอง)
  • ถ้ามีบุตรด้วยกัน ต้องตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้าตกลงไม่ได้ให้ศาลชี้ขาด (มาตรา 1520)
  • ทั้งสองฝ่ายต้องไปแสดงตนและลงลายมือชื่อเอง แนวปฏิบัติของกรมการปกครองถือว่ามอบอำนาจให้คนอื่นลงชื่อแทนไม่ได้
  • ถ้าอยู่คนละประเทศ อาจใช้การจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน โดยฝ่ายหนึ่งยื่นที่สำนักทะเบียนในไทย อีกฝ่ายยื่นที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย

ข้อจำกัดสำคัญคือ หากอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ ไม่มาตามนัด หรือไม่ยอมลงชื่อ ก็จดทะเบียนไม่ได้ และไม่มีใครบังคับให้มาได้

ฟ้องหย่าที่ศาลไทย ต้องใช้เมื่อไร

ต้องฟ้องเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ติดต่อไม่ได้ หรือยอมหย่าแต่ตกลงเรื่องบุตรและทรัพย์สินไม่ได้ คดีหย่าเป็นคดีครอบครัว ยื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัว เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางในกรุงเทพมหานคร หรือศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด

ผู้ฟ้องต้องมีเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 เช่น จงใจละทิ้งร้างเกินหนึ่งปี หรือสมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันไม่ได้เกินสามปี และเมื่ออีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติ พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 กำหนดว่าศาลไทยจะพิพากษาให้หย่าได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสแต่ละฝ่ายยอมให้หย่า ส่วนเหตุหย่าใช้กฎหมายไทยซึ่งเป็นกฎหมายของที่ที่ฟ้องคดี

การหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะยกขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกผู้สุจริตไม่ได้จนกว่าจะจดทะเบียน (มาตรา 1531) จึงควรนำคำพิพากษาไปขอให้นายทะเบียนบันทึกการหย่าทุกครั้ง อ่านเรื่องระยะเวลาเพิ่มเติมได้ที่ หย่าสามีต่างชาติในไทย ใช้เวลานานแค่ไหน

หย่าในต่างประเทศ ใช้ได้ในไทยไหม

ใช้ได้ในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อจดทะเบียนสมรสไว้ตามกฎหมายของประเทศนั้นและหย่าถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น แต่ทะเบียนราษฎรไทยจะยังแสดงสถานะเดิมจนกว่าจะนำหลักฐานมาบันทึก

พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ. 2478 มาตรา 17 ให้ผู้มีส่วนได้เสียขอบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่ทำในต่างประเทศได้ โดยต้องยื่นเอกสารที่รับรองถูกต้องพร้อมคำแปลภาษาไทย ในทางปฏิบัติเรียกว่าการบันทึกทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว (คร.22) ที่เขตหรืออำเภอ

ทางนี้เหมาะกับคนที่อาศัยอยู่ในประเทศของคู่สมรสอยู่แล้ว แต่ต้องเผื่อเวลาสำหรับการแปลและรับรองเอกสารหลายทอด หากสงสัยว่าทางไหนได้เปรียบกว่า อ่านต่อที่ หย่าที่ไทยหรือต่างประเทศดีกว่ากัน

ตารางเปรียบเทียบ 3 เส้นทางหย่ากับชาวต่างชาติ

ประเด็นจดทะเบียนหย่า (เขต/อำเภอ/สถานทูต)ฟ้องหย่าที่ศาลไทยหย่าในต่างประเทศ
ต้องตกลงกันได้ไหมต้องตกลงได้ทุกเรื่องที่จะเขียนในหนังสือหย่าไม่ต้อง ศาลเป็นผู้ตัดสินแล้วแต่กฎหมายของประเทศนั้น
ต้องไปด้วยตนเองไหมทั้งสองฝ่ายต้องไปลงชื่อเองมีทนายดำเนินคดีแทนได้ แต่ผู้ฟ้องมักต้องเบิกความตามขั้นตอนของประเทศนั้น
เริ่มมีผลเมื่อใดเวลาจดทะเบียนหย่าเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดตามกฎหมายของประเทศนั้น แล้วบันทึกในไทยภายหลัง
ระยะเวลาโดยรวมสั้นที่สุด ถ้าเอกสารพร้อมนานกว่า โดยเฉพาะเมื่อต้องส่งหมายไปต่างประเทศขึ้นกับประเทศนั้น บวกเวลารับรองเอกสาร
ค่าใช้จ่ายหลักค่าแปลเอกสาร (ถ้ามี) ค่าเดินทางค่าขึ้นศาล ค่าส่งหมาย ค่าแปล ค่าทนายค่าดำเนินการในต่างประเทศ ค่าแปลและรับรอง
เหมาะกับคู่ที่จบกันด้วยดีอีกฝ่ายไม่ยอม หายตัว หรือมีข้อพิพาทคนที่อยู่ในประเทศนั้นและจดสมรสที่นั่น

เลือกทางไหนดี ตอบคำถามเหล่านี้ก่อน

คำตอบของคำถามต่อไปนี้มักชี้ทางได้ชัดเจนแล้วว่าควรเริ่มที่ไหน

  • อีกฝ่ายยินยอมหย่า และตกลงเรื่องบุตร ค่าเลี้ยงดู และทรัพย์สินได้ครบหรือยัง
  • ทั้งสองฝ่ายไปลงชื่อพร้อมกัน หรืออย่างน้อยไปที่สำนักทะเบียนไทยกับสถานทูตไทยคนละแห่งได้ไหม
  • จดทะเบียนสมรสไว้ที่ไหน ตามกฎหมายประเทศใด และเคยบันทึกในทะเบียนไทยหรือยัง
  • มีทรัพย์สินในไทยหรือมีบุตรที่อาศัยในไทยหรือไม่ ซึ่งมักทำให้การจัดการในไทยสะดวกกว่า
  • มีเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 และหลักฐานพอหรือไม่ ถ้าต้องไปศาล

คำถามที่พบบ่อย

สามีต่างชาติไม่อยู่ไทยแล้ว ยังหย่าในไทยได้ไหม

ได้ ถ้าเขายินยอม อาจจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน โดยเขาไปลงชื่อที่สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่อยู่ ถ้าไม่ยินยอมหรือติดต่อไม่ได้ ก็ฟ้องหย่าที่ศาลไทยได้ โดยศาลจะส่งหมายเรียกไปยังที่อยู่ในต่างประเทศตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด

จดทะเบียนหย่าที่เขตต้องมีพยานไหม

ต้องมีพยานบรรลุนิติภาวะอย่างน้อย 2 คน มาลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียน พยานต้องไม่ใช่ผู้ที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือผู้ที่หูหนวกเป็นใบ้หรือตาบอดทั้งสองข้าง

หย่าที่ไทยแล้ว ต่างประเทศจะรับรู้ไหม

การหย่าที่ทำถูกต้องในไทยมีผลตามกฎหมายไทย แต่ประเทศของคู่สมรสอาจมีขั้นตอนรับรองหรือบันทึกการหย่าของตนเอง ควรตรวจกับหน่วยงานทะเบียนหรือสถานทูตของประเทศนั้นก่อน โดยเฉพาะถ้าคู่สมรสต้องการสมรสใหม่ที่นั่น

ฟ้องหย่าแล้วยังตกลงกันได้ไหม

ได้ ศาลเยาวชนและครอบครัวเน้นการไกล่เกลี่ยให้คู่ความตกลงกัน หากตกลงได้ในระหว่างคดี คดีอาจจบเร็วขึ้นมาก แต่ควรให้ทนายตรวจถ้อยคำข้อตกลงให้ชัดว่าการหย่าจะมีผลอย่างไรและบันทึกในทะเบียนอย่างไร

หย่าแล้วต้องเปลี่ยนชื่อสกุลหรือคำนำหน้าไหม

คู่หย่าที่ใช้ชื่อสกุลของอีกฝ่ายต้องกลับไปใช้ชื่อสกุลเดิม และฝ่ายหญิงเลือกใช้คำนำหน้านาม “นาง” หรือ “นางสาว” ได้ ควรแก้ข้อมูลในบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง และบัญชีธนาคารให้ตรงกันหลังหย่า

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากรวบรวมทะเบียนสมรส บัตรประชาชน หนังสือเดินทางของอีกฝ่าย (ถ้ามีสำเนา) สูติบัตรบุตร และรายการทรัพย์สินหนี้สิน แล้วถามตัวเองว่าอีกฝ่ายยินยอมหรือไม่ เพียงเท่านี้ก็เลือกทางได้เกือบทุกกรณี

ถ้ามีบุตร ทรัพย์สินหลายประเทศ หรืออีกฝ่ายติดต่อไม่ได้ ควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัวที่มีประสบการณ์คดีคู่สมรสต่างชาติก่อนลงชื่อในเอกสารใด เพราะข้อตกลงที่จดทะเบียนไปแล้วแก้ไขภายหลังได้ยาก

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ