ค่าเลี้ยงดูบุตรเรียกย้อนหลังได้สำหรับช่วงที่พ่อหรือแม่อีกฝ่ายไม่ได้ทำหน้าที่ แต่ต้องดูอายุความและหลักฐานค่าใช้จ่ายให้ดี เมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วยังไม่จ่าย ศาลสั่งอายัดรายได้ประจำ และหากจงใจขัดคำสั่งโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลออกหมายจับและกักขังได้
ค่าเลี้ยงดูบุตรเรียกย้อนหลังได้ไหม
เรียกได้ หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 เกิดขึ้นตั้งแต่บุตรเกิด ไม่ได้เริ่มเมื่อมีการฟ้อง ฝ่ายที่แบกรับค่าใช้จ่ายไว้คนเดียวจึงเรียกส่วนที่อีกฝ่ายควรรับผิดชอบย้อนหลังได้
ข้อสำคัญคือผู้ถูกเรียกต้องเป็นบิดาหรือมารดาตามกฎหมาย ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและบิดายังไม่ได้รับรองบุตร ต้องฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1547 ซึ่งยื่นพร้อมกับคำขอค่าเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้
เรียกย้อนหลังได้กี่ปี อายุความเท่าไร
คำตอบขึ้นกับว่าเคยมีการกำหนดจำนวนเงินไว้แล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นจุดที่คนสับสนมากที่สุด
- เคยกำหนดเป็นงวดไว้แล้ว เช่น ในบันทึกท้ายทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษา แล้วมีงวดค้างจ่าย ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4) กำหนดอายุความ 5 ปีสำหรับเงินค้างจ่ายที่เป็นค่าอุปการะเลี้ยงดู งวดที่เก่าเกิน 5 ปีจึงเสี่ยงถูกยกอายุความขึ้นต่อสู้
- ไม่เคยกำหนดจำนวนกันเลย มีแนวคำพิพากษาที่มองว่าไม่ใช่เงินค้างจ่ายเป็นงวด จึงไม่อยู่ในอายุความ 5 ปีดังกล่าว แต่ศาลยังพิจารณาจำนวนตามความจำเป็นและพฤติการณ์ของแต่ละคดี
เพราะผลแตกต่างกันตามข้อเท็จจริง จึงไม่ควรรอนาน ยิ่งยื่นเร็ว ข้อโต้แย้งเรื่องอายุความและหลักฐานที่สูญหายก็ยิ่งน้อยลง อ่านประกอบได้ที่บทวิเคราะห์ความรับผิดและอายุความ ฟ้องค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
ฟ้องย้อนหลังต้องเตรียมหลักฐานอะไร
ต้องแสดงให้ศาลเห็นทั้งความเป็นบิดามารดา ค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น และกำลังจ่ายของอีกฝ่าย
- สูติบัตรของบุตร ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานการรับรองบุตร
- ใบเสร็จค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายสำคัญในช่วงที่เรียกย้อนหลัง
- รายการเดินบัญชีที่แสดงว่าอีกฝ่ายไม่เคยโอน หรือโอนไม่ครบ
- ข้อความแชตที่ทวงถามหรือที่อีกฝ่ายรับว่าจะจ่าย
- ข้อมูลรายได้ อาชีพ และทรัพย์สินของอีกฝ่ายเท่าที่ทราบ
- บันทึกท้ายทะเบียนหย่าหรือหนังสือตกลง ถ้ามี
มีบันทึกข้อตกลงที่อำเภอ แต่อีกฝ่ายไม่จ่าย ทำอย่างไร
บันทึกท้ายทะเบียนหย่าเป็นข้อตกลงระหว่างคู่กรณี ไม่ใช่คำพิพากษา จึงยังนำไปยึดทรัพย์ทันทีไม่ได้ ต้องนำข้อตกลงนั้นไปฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวเพื่อให้ศาลพิพากษาให้ชำระก่อน
ข้อดีคือข้อตกลงเป็นหลักฐานที่ชัดว่าอีกฝ่ายรับว่าจะจ่ายเท่าใด ทำให้คดีมักไม่ซับซ้อน และในคดีเดียวกันอาจขอให้ศาลปรับจำนวนให้เหมาะกับปัจจุบันได้ด้วย
มีคำพิพากษาแล้วยังไม่จ่าย บังคับคดีอย่างไร
กฎหมายวิธีพิจารณาคดีครอบครัวมีเครื่องมือเฉพาะสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดู นอกเหนือจากการบังคับคดีทั่วไป พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 162 ให้อำนาจศาลดังนี้
- สั่งให้ลูกหนี้นำเงินมาวางศาลตามเงื่อนไขหรือระยะเวลาที่ศาลกำหนด
- ถ้าลูกหนี้มีรายได้ประจำ สั่งอายัดเงินเท่าจำนวนค่าเลี้ยงดูรายเดือน ให้ผู้จ่ายเงิน เช่น นายจ้าง นำเงินมาวางศาลแทน
- ถ้าลูกหนี้จงใจไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลเรียกตัวมาสอบถามและตักเตือน
- ถ้ายังไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลออกหมายจับและสั่งกักขังจนกว่าจะชำระหรือวางเงิน โดยกฎหมายจำกัดระยะเวลากักขังแต่ละครั้งไว้
นอกจากนี้ยังยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่นผ่านเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และมาตรา 154 ของพระราชบัญญัติเดียวกันให้ศาลกำหนดจำนวนเงินรายได้ที่ได้รับยกเว้นจากการบังคับคดีได้ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงฐานะทางครอบครัวของลูกหนี้และผู้ที่ลูกหนี้ต้องอุปการะ ทั้งนี้ต้องดำเนินการบังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา
| สถานการณ์ | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| ไม่เคยตกลงหรือฟ้องกันเลย | ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูย้อนหลังและในอนาคตต่อศาลเยาวชนและครอบครัว |
| มีบันทึกท้ายทะเบียนหย่า แต่ไม่จ่าย | ฟ้องตามข้อตกลงเพื่อให้ได้คำพิพากษาก่อน |
| มีคำพิพากษาแล้ว แต่ไม่จ่าย | ยื่นคำขอบังคับคดี ขออายัดรายได้ หรือขอให้ศาลใช้มาตรการตามมาตรา 162 |
| บิดายังไม่ได้รับรองบุตร | ฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูในคดีเดียวกัน |
คำถามที่พบบ่อย
ลูกโตเกิน 20 ปีแล้ว ยังเรียกค่าเลี้ยงดูที่ค้างได้ไหม
ค่าเลี้ยงดูที่ค้างจากช่วงที่บุตรยังเป็นผู้เยาว์เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว การบรรลุนิติภาวะไม่ได้ลบยอดค้างไปเอง แต่ยังต้องพิจารณาเรื่องอายุความและผู้มีสิทธิฟ้อง จึงควรให้ทนายตรวจเป็นรายกรณี
อีกฝ่ายจ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง ควรทำอย่างไร
จดบันทึกทุกงวดที่ได้รับและไม่ได้รับพร้อมหลักฐานการโอน เมื่อยอดค้างชัดเจนจะยื่นบังคับคดีหรือฟ้องได้ง่ายขึ้น และไม่ควรปล่อยให้งวดค้างสะสมนานจนเข้าใกล้อายุความ
ผู้ต้องจ่ายอยู่ต่างประเทศ จะบังคับได้อย่างไร
ในไทยบังคับได้กับทรัพย์สินหรือรายได้ที่อยู่ในประเทศไทย ส่วนการบังคับในต่างประเทศขึ้นกับกฎหมายของประเทศนั้น การรู้ว่าอีกฝ่ายมีบัญชี ที่ดิน หรือรายได้ในไทยหรือไม่ จึงสำคัญตั้งแต่ก่อนฟ้อง
ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรติดคุกไหม
การไม่จ่ายไม่ใช่ความผิดอาญาในตัวเอง แต่ถ้ามีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลแล้วจงใจไม่ปฏิบัติตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลกักขังเพื่อบังคับให้ชำระได้ตามมาตรา 162 ดูเพิ่มเติมที่กรณีเบี้ยวค่าเลี้ยงดู มีสิทธิถูกขังหรือไม่
ตกลงลดยอดค้างกันเองได้ไหม
เจรจากันได้ แต่ควรทำเป็นหนังสือและระวังข้อความที่มีผลเป็นการสละสิทธิของบุตร เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1598/41 ห้ามสละหรือโอนสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดู หากมีคดีอยู่แล้ว การทำสัญญาประนีประนอมต่อหน้าศาลจะชัดเจนที่สุด
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากทำตารางเดือนต่อเดือนว่าอีกฝ่ายจ่ายเท่าไร ค้างเท่าไร และค่าใช้จ่ายจริงของลูกในช่วงนั้นมีหลักฐานอะไรบ้าง จากนั้นตรวจสถานะเอกสาร ว่ามีทะเบียนสมรส การรับรองบุตร บันทึกท้ายทะเบียนหย่า หรือคำพิพากษาแล้วหรือยัง
สถานะเอกสารเป็นตัวกำหนดว่าจะเริ่มที่การฟ้องคดีหรือข้ามไปบังคับคดีได้เลย หากใกล้ครบอายุความหรือไม่แน่ใจว่ายอดใดยังเรียกได้ การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวโดยเร็วช่วยไม่ให้สิทธิของลูกหลุดไปโดยไม่จำเป็น
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
