อำนาจปกครองบุตร หย่ากับชาวต่างชาติ ใครได้ลูก พาไปต่างประเทศได้ไหม

เมื่อหย่ากับคู่สมรสชาวต่างชาติ อำนาจปกครองบุตรเป็นไปตามข้อตกลงที่ทำเป็นหนังสือตอนจดทะเบียนหย่า หรือตามที่ศาลสั่งในคดีหย่า หากไม่ได้ระบุไว้ พ่อและแม่ยังใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ส่วนการพาลูกไปอยู่ต่างประเทศควรมีความยินยอมของอีกฝ่ายหรือคำสั่งศาลรองรับ

หย่ากับชาวต่างชาติแล้ว ใครได้อำนาจปกครองบุตร

คำตอบขึ้นกับว่าหย่าด้วยวิธีใด สัญชาติของพ่อหรือแม่ไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดได้เปรียบโดยอัตโนมัติ นายทะเบียนและศาลไทยใช้หลักเดียวกับคู่สมรสคนไทยทั่วไป

  • จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1520 ให้คู่สมรสทำความตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด
  • ฟ้องหย่าที่ศาล ศาลที่พิจารณาคดีหย่าจะชี้ขาดเรื่องอำนาจปกครองไปพร้อมกัน โดยถือความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ
  • ไม่ได้ระบุไว้เลย มาตรา 1566 วางหลักว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา อำนาจปกครองจะอยู่กับฝ่ายเดียวเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น ศาลสั่ง หรือพ่อแม่ตกลงกันตามที่กฎหมายให้ตกลงได้ ถ้าบันทึกการหย่าไม่ระบุ ทั้งสองฝ่ายจึงยังมีอำนาจปกครองร่วมกัน

บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หมายถึงบุตรที่อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์และยังไม่ได้สมรสตามกฎหมาย

ศาลพิจารณาจากอะไร เมื่อพ่อแม่ตกลงกันไม่ได้

ศาลดูประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก ไม่ได้ดูเพียงว่าใครมีรายได้มากกว่า และไม่ได้ตัดสินจากสัญชาติ ปัจจัยที่มักถูกนำมาพิจารณา ได้แก่

  • ใครเป็นผู้เลี้ยงดูเด็กในชีวิตประจำวันมาโดยตลอด และความผูกพันของเด็กกับแต่ละฝ่าย
  • ความมั่นคงของที่อยู่ โรงเรียน และสภาพแวดล้อมที่เด็กคุ้นเคย
  • สุขภาพ ความประพฤติ และเวลาที่แต่ละฝ่ายมีให้ลูกจริง
  • ความรู้สึกของเด็ก เมื่อเด็กโตพอจะบอกได้
  • ความพร้อมของแต่ละฝ่ายที่จะให้อีกฝ่ายได้พบลูกต่อไป

เมื่อพ่อหรือแม่ฝ่ายหนึ่งอยู่ต่างประเทศ ศาลมักพิจารณาเพิ่มว่าการย้ายประเทศจะกระทบการเรียน ภาษา และความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายมากน้อยเพียงใด และหากภายหลังพฤติการณ์เปลี่ยนไป ศาลมีอำนาจสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้ตามมาตรา 1521

อำนาจปกครองร่วมกับอำนาจปกครองผู้เดียว ต่างกันอย่างไร

ความต่างที่สำคัญที่สุดคือ ใครตัดสินใจเรื่องใหญ่ของลูกได้โดยไม่ต้องรอความยินยอมของอีกฝ่าย

เรื่องอำนาจปกครองร่วมอำนาจปกครองผู้เดียว
กำหนดที่อยู่ของลูก (มาตรา 1567)ต้องตกลงกันผู้ใช้อำนาจปกครองกำหนดได้
ทำหนังสือเดินทางไทยให้ลูกต้องให้ความยินยอมทั้งสองฝ่ายฝ่ายที่บันทึกการหย่าระบุไว้ลงนามได้ฝ่ายเดียว
พาลูกย้ายไปอยู่ต่างประเทศควรมีความยินยอมเป็นหนังสือหรือคำสั่งศาลโดยหลักทำได้ แต่ต้องไม่ตัดสิทธิอีกฝ่ายในการติดต่อลูก
สิทธิติดต่อและพบลูกทั้งสองฝ่ายฝ่ายที่ไม่ได้อำนาจปกครองยังติดต่อลูกได้ตามสมควร (มาตรา 1584/1)
หน้าที่ออกค่าเลี้ยงดูทั้งสองฝ่ายตามกำลังความสามารถเหมือนกัน ไม่ขึ้นกับว่าใครมีอำนาจปกครอง

หลังหย่า พาลูกไปอยู่ต่างประเทศได้ไหม ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหรือเปล่า

ถ้าคุณเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว คุณมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของลูกตามมาตรา 1567 โดยหลักจึงพาลูกไปอยู่ต่างประเทศได้ แต่อีกฝ่ายยังมีสิทธิติดต่อลูก และอาจร้องขอต่อศาลได้หากเห็นว่าการย้ายกระทบประโยชน์ของเด็ก

ถ้ายังใช้อำนาจปกครองร่วมกัน การย้ายประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่ควรได้ความยินยอมเป็นหนังสือจากอีกฝ่าย หรือขอให้ศาลมีคำสั่งก่อน การพาลูกออกไปโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้หรือไม่ยินยอม อาจถูกร้องขอให้ส่งเด็กกลับ และทำให้เสียเปรียบในคดีอำนาจปกครองที่ตามมา

นอกจากกฎหมายไทย ประเทศปลายทางอาจมีกฎของตนเองเรื่องวีซ่าหรือการรับเด็กเข้าประเทศ บางแห่งขอดูหลักฐานความยินยอมของพ่อหรือแม่อีกฝ่าย ควรตรวจสอบกับสถานทูตของประเทศนั้นก่อนวางแผนย้าย

ทำหนังสือเดินทางให้ลูกหลังหย่า ใครต้องลงนามยินยอม

ตามคู่มือประชาชนของกรมการกงสุล การทำหนังสือเดินทางไทยให้ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 20 ปี โดยหลักพ่อและแม่ต้องมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ สำหรับพ่อแม่ที่จดทะเบียนหย่าแล้ว มีหลักดังนี้

  1. ถ้าบันทึกการหย่าระบุให้ฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองแต่ผู้เดียว ฝ่ายนั้นลงนามยินยอมได้ฝ่ายเดียว โดยนำบันทึกการหย่าไปแสดง
  2. ถ้าบันทึกการหย่าไม่ได้ระบุ ถือว่ามีอำนาจปกครองร่วมกัน ต้องลงนามทั้งสองฝ่าย
  3. ถ้าฝ่ายใดมาไม่ได้ ให้ทำหนังสือให้ความยินยอมที่เขต อำเภอ หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น หรือที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย หากอยู่ต่างประเทศ
  4. ถ้าศาลมีคำสั่งเรื่องอำนาจปกครอง ให้ใช้คำสั่งศาลที่ระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครองประกอบ

ส่วนหนังสือเดินทางของประเทศฝ่ายพ่อหรือแม่ชาวต่างชาติ เป็นไปตามกฎของประเทศนั้น ซึ่งแต่ละประเทศกำหนดเรื่องความยินยอมไม่เหมือนกัน

กลัวอีกฝ่ายพาลูกออกนอกประเทศโดยไม่บอก ทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดคือทำให้สถานะอำนาจปกครองชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ต้น แล้วใช้มาตรการเพิ่มตามระดับความเสี่ยง

  • ระบุเรื่องอำนาจปกครอง ที่อยู่ของลูก และการเดินทางไปต่างประเทศให้ชัดในหนังสือสัญญาหย่า หรือขอให้ศาลชี้ขาด
  • เก็บหนังสือเดินทางของลูกไว้ในที่ปลอดภัย และรู้ว่าลูกมีสิทธิถือหนังสือเดินทางของประเทศใดบ้าง
  • หากมีความเสี่ยงชัดเจน ปรึกษาทนายเรื่องการขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งอาจรวมถึงการห้ามพาบุตรออกนอกราชอาณาจักร
  • เก็บหลักฐานการเลี้ยงดู เช่น เอกสารโรงเรียน ประวัติการรักษา ภาพถ่าย และข้อความที่บ่งบอกแผนการเดินทาง

ถ้าเด็กถูกพาออกไปแล้ว ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยลักษณะทางแพ่งของการลักพาตัวเด็กระหว่างประเทศ ค.ศ. 1980 (อนุสัญญากรุงเฮก) ซึ่งมีผลต่อไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ประสานงานกลาง กลไกนี้ใช้ได้เฉพาะกับประเทศที่ยอมรับการเข้าเป็นภาคีของไทยแล้ว และผู้ยื่นต้องมีสิทธิปกครองดูแลที่ถูกละเมิด จึงควรรีบปรึกษาทนาย เพราะระยะเวลาที่ผ่านไปมีผลต่อการพิจารณา อ่านแนวทางป้องกันเพิ่มเติมได้ที่ สามีต่างชาติจะพาลูกกลับประเทศ ป้องกันได้ยังไง?

คำถามที่พบบ่อย

แม่เป็นคนไทย ศาลจะให้ลูกอยู่กับแม่เสมอไหม

ไม่เสมอไป ศาลไม่ได้ตัดสินจากสัญชาติหรือเพศของพ่อแม่ แต่ดูว่าการอยู่กับฝ่ายใดเป็นประโยชน์ต่อเด็กมากกว่า ฝ่ายที่เลี้ยงดูลูกมาตลอดและมีสภาพแวดล้อมมั่นคงมักมีน้ำหนักมาก

ฝ่ายที่ไม่ได้อำนาจปกครองยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูไหม

ยังต้องจ่าย หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ตามมาตรา 1564 เป็นของทั้งพ่อและแม่ ไม่ขึ้นกับว่าใครมีอำนาจปกครอง จำนวนเงินตกลงกันในหนังสือสัญญาหย่า หรือให้ศาลกำหนดตามมาตรา 1522

ตกลงในบันทึกการหย่าไว้แล้ว ภายหลังขอเปลี่ยนได้ไหม

ได้ ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองประพฤติไม่สมควร หรือพฤติการณ์เปลี่ยนไป เช่น ฝ่ายที่ดูแลลูกย้ายไปต่างประเทศแล้วเด็กได้รับผลกระทบ อีกฝ่ายร้องขอให้ศาลสั่งเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้

อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศและไม่ยอมให้ความยินยอมทำหนังสือเดินทางให้ลูก ทำอย่างไร

หากยังใช้อำนาจปกครองร่วมกัน ทางที่ใช้ได้คือร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเรื่องอำนาจปกครอง แล้วนำคำสั่งศาลที่ระบุชื่อผู้มีอำนาจปกครองไปประกอบคำร้องขอหนังสือเดินทาง

ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับพ่อชาวต่างชาติ ใครมีอำนาจปกครอง

ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และพ่อยังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร อำนาจปกครองอยู่กับแม่ฝ่ายเดียว แต่ถ้าพ่อจดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว พ่อจะมีอำนาจปกครองร่วมกับแม่

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากรวบรวมทะเบียนสมรส สูติบัตรของลูก และเอกสารการหย่า (ถ้ามี) แล้วตรวจดูว่าตอนนี้อำนาจปกครองเป็นของใคร จากนั้นคิดให้ชัดว่าต้องการให้ลูกอยู่ที่ไหน เรียนที่ไหน และอีกฝ่ายจะพบลูกอย่างไร เพื่อนำไปเขียนเป็นข้อตกลงหรือคำขอต่อศาล

ถ้าเรื่องเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ หรือกังวลว่าลูกจะถูกพาออกนอกประเทศ ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวระหว่างประเทศก่อนลงมือ เพราะเส้นทางและถ้อยคำในข้อตกลงที่เลือกตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาที่แก้ยากในภายหลัง อ่านหลักพิจารณาของศาลเพิ่มเติมได้ที่ หย่าแล้วลูกอยู่กับใคร อำนาจปกครองบุตรศาลพิจารณาจากอะไร

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ