ถ้าแม่ไม่ยินยอม พ่อจะจดทะเบียนรับรองบุตรที่เขตหรืออำเภอเองไม่ได้ ต้องยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้มีคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1548 เมื่อศาลพิพากษาแล้ว นำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียน นายทะเบียนต้องจดให้
ทำไมพ่อจดทะเบียนรับรองบุตรเองไม่ได้ ถ้าแม่ไม่ยินยอม
เพราะกฎหมายกำหนดให้การจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรต้องได้ความยินยอมทั้งของเด็กและของแม่ ไม่ใช่การตัดสินใจของพ่อฝ่ายเดียว
เด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อได้สามทาง คือ พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ตามมาตรา 1547 และมาตรา 1557 ทางที่สองคือทางที่ต้องการความยินยอมตามมาตรา 1548
เมื่อได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้ว มาตรา 1557 ให้มีผลย้อนไปถึงวันที่เด็กเกิด แต่จะอ้างให้เสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริตในช่วงก่อนนั้นไม่ได้
ภาพรวมของทั้งสามทางอ่านเพิ่มได้ที่ 3 วิธีทำให้เด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา
แม่ไม่มาให้ความยินยอม หรือคัดค้าน เกิดอะไรขึ้น
มาตรา 1548 วางขั้นตอนไว้ชัด ถ้าเด็กและแม่ไม่ได้มาให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียน นายทะเบียนจะแจ้งไปยังเด็กและแม่ แล้วผลจะเป็นไปตามตารางนี้
| สถานการณ์ | ผลตามมาตรา 1548 |
|---|---|
| เด็กและแม่มาให้ความยินยอมต่อนายทะเบียน | จดทะเบียนได้ |
| ได้รับแจ้งแล้วเงียบ ไม่คัดค้านและไม่ยินยอมภายใน 60 วัน | สันนิษฐานว่าไม่ยินยอม |
| เด็กหรือแม่อยู่นอกประเทศไทย | ระยะเวลาขยายเป็น 180 วัน |
| คัดค้านว่าผู้ขอไม่ใช่พ่อ หรือไม่ให้ความยินยอม | ต้องมีคำพิพากษาของศาล |
| เด็กยังเล็กเกินกว่าจะให้ความยินยอมได้ | ต้องมีคำพิพากษาของศาล |
กรณีเด็กเล็กมาก แม้แม่ยินยอม การจดทะเบียนก็มักต้องผ่านศาล เพราะเด็กไม่อาจให้ความยินยอมได้เอง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5661/2559 (ประชุมใหญ่) ยังวินิจฉัยว่าเรื่องนี้ใช้กับเด็กที่ยังมีชีวิตอยู่ จึงไม่ควรรอจนสายเกินไป
พ่อต้องยื่นศาลอย่างไร
พ่อยื่นคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ที่มีเขตอำนาจ ขอให้ศาลพิพากษาให้จดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ ถ้าแม่คัดค้าน คดีจะมีข้อพิพาทและต้องพิสูจน์กันในศาล ลำดับโดยทั่วไปมีดังนี้
- รวบรวมเอกสารและหลักฐานความเป็นพ่อ รวมทั้งหลักฐานการดูแลเด็กที่ผ่านมา
- ยื่นคดีต่อศาล ทนายจะวางคำขอให้ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น ขอเรื่องอำนาจปกครองหรือการพบบุตรไปพร้อมกันหรือไม่
- ก่อนเริ่มพิจารณาคดีครอบครัวที่มีข้อพิพาท ศาลตั้งผู้ประนีประนอมเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 148
- ถ้าตกลงกันไม่ได้ ศาลสืบพยาน และอาจสั่งให้ตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ดีเอ็นเอ ตามมาตรา 160 ของกฎหมายเดียวกัน
- ก่อนพิพากษา ศาลรับฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจฯ ในคดีครอบครัวที่ผู้เยาว์มีส่วนได้เสียตามมาตรา 168
- เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด นำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียนที่สำนักทะเบียน
เรื่องการตรวจดีเอ็นเอ มาตรา 160 ถือว่าการยินยอมเป็นสิทธิของคู่ความ แต่ถ้าฝ่ายใดปฏิเสธหรือขัดขวางโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงไปตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างได้ ส่วนเด็กอายุไม่ถึง 15 ปี การเก็บตัวอย่างต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
- บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของพ่อ
- สูติบัตรของเด็ก
- รูปถ่าย ข้อความ หรือเอกสารที่แสดงความสัมพันธ์กับแม่ในช่วงตั้งครรภ์
- หลักฐานการส่งเสียเลี้ยงดู เช่น สลิปโอนเงิน ใบเสร็จค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล
- พยานบุคคลที่รู้เห็นความสัมพันธ์และการดูแลเด็ก
ศาลดูประโยชน์ของเด็กอย่างไร
ศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงสวัสดิภาพและประโยชน์ของเด็ก ประเด็นแรกที่ต้องชัดคือผู้ยื่นเป็นพ่อจริงหรือไม่ จากนั้นจึงดูว่าการรับรองและการจัดเรื่องอำนาจปกครองแบบใดเหมาะกับเด็ก
ข้อเท็จจริงที่มักมีน้ำหนักในทางปฏิบัติ ได้แก่ การที่พ่อส่งเสียและติดต่อกับเด็กสม่ำเสมอ ความผูกพันที่มีอยู่จริง ประวัติความรุนแรงหรือพฤติกรรมเสี่ยง และความเห็นของเด็กเมื่อโตพอจะแสดงความเห็นได้
มาตรา 1549 ยังเปิดทางให้เด็กหรือแม่แจ้งต่อนายทะเบียนว่าผู้ขอไม่สมควรใช้อำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด และศาลพิพากษาในคดีเดียวกันได้ว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง แปลว่าการรับรองบุตรกับการได้อำนาจปกครองเป็นคนละเรื่องกัน
ระหว่างที่แม่ยังไม่ยินยอม อย่าหยุดส่งเสียลูก และอย่าใช้วิธีพาเด็กไปเองหรือกดดันแม่ การส่งเสียสม่ำเสมอพร้อมหลักฐานคือสิ่งที่แสดงต่อศาลได้ดีที่สุดว่าการรับรองเป็นประโยชน์ต่อเด็ก
รับรองบุตรแล้ว พ่อได้สิทธิและหน้าที่อะไร
เมื่อจดทะเบียนตามคำพิพากษาแล้ว เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ ผลที่สำคัญมีดังนี้
- พ่อมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาบุตรตามมาตรา 1564
- เด็กเป็นผู้สืบสันดานของพ่อ มีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
- เรื่องใครใช้อำนาจปกครอง และการพบบุตร เป็นไปตามข้อตกลงหรือที่ศาลกำหนด
คดีขอให้รับรองบุตรกับการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูยื่นในคดีเดียวกันได้หรือไม่ ดูได้ที่ คดีฟ้องให้รับรองบุตร และฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู ฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ลูกอายุ 15 ปีขึ้นไปแล้ว ต้องให้ลูกยินยอมด้วยไหม
มาตรา 1548 ต้องได้ความยินยอมทั้งเด็กและแม่ ถ้าลูกโตพอและยินยอมแต่แม่ไม่ยินยอม ก็ยังต้องผ่านศาล ความเห็นของเด็กที่โตแล้วมักมีน้ำหนักต่อการพิจารณามาก
ค่าตรวจดีเอ็นเอใครจ่าย
ผู้ขอให้ตรวจมักต้องวางค่าใช้จ่ายไว้ก่อน แล้วศาลชี้ขาดเรื่องความรับผิดค่าฤชาธรรมเนียมเมื่อพิพากษา ดูแนวทางได้ที่ ในคดีฟ้องให้รับรองบุตร ใครเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายค่าตรวจดีเอ็นเอ
พ่อเป็นชาวต่างชาติ ใช้ขั้นตอนเดียวกันไหม
หลักเรื่องความยินยอมและการยื่นศาลเหมือนกัน แต่ต้องเตรียมเอกสารแสดงตัวที่แปลและรับรองแล้ว และควรตรวจว่าประเทศของพ่อต้องการเอกสารใดเพิ่มเพื่อให้ลูกได้สิทธิที่นั่น
ศาลพิพากษาให้รับรองแล้ว แม่ยังเลี้ยงลูกต่อได้ไหม
ได้ การรับรองบุตรไม่ได้ย้ายลูกไปอยู่กับพ่อโดยอัตโนมัติ ลูกจะอยู่กับใครและใครใช้อำนาจปกครองเป็นไปตามข้อตกลงหรือคำพิพากษาที่คำนึงถึงประโยชน์ของเด็ก
ยื่นศาลแล้วใช้เวลานานไหม
ถ้าแม่ไม่คัดค้านในศาล คดีมักจบได้เร็วกว่าคดีที่ต่อสู้กันมาก ส่วนคดีที่ต้องตรวจดีเอ็นเอและสืบพยานหลายนัดจะใช้เวลานานขึ้นตามตารางนัดของแต่ละศาล
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากถามตัวเองให้ชัดว่าต้องการอะไร เพียงสถานะพ่อตามกฎหมาย หรือรวมถึงอำนาจปกครองและการพบลูก แล้วรวบรวมหลักฐานความเป็นพ่อและการส่งเสียที่ผ่านมาให้ครบ
จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อวางคำขอในศาลให้ครอบคลุมตั้งแต่ครั้งแรก การเริ่มเร็วขณะที่เด็กยังเล็กช่วยให้ลูกได้สิทธิตามกฎหมายครบ และลดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
