ค่าเลี้ยงดูบุตร พ่อชาวต่างชาติอยู่ต่างประเทศ เรียกได้ไหม

พ่อชาวต่างชาติมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ตามกฎหมายไทยไม่ว่าจะอยู่ประเทศใด แม่ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูที่ศาลเยาวชนและครอบครัวในไทยได้ แต่คำพิพากษาไทยไม่มีผลบังคับในต่างประเทศโดยอัตโนมัติ การวางแผนว่าจะบังคับเอาจากทรัพย์สินหรือรายได้ส่วนใดจึงสำคัญพอ ๆ กับการชนะคดี

พ่ออยู่ต่างประเทศ ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรไหม

ต้องจ่าย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 กำหนดให้บิดามารดาอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ และต่อไปอีกหากบุตรบรรลุนิติภาวะแล้วแต่ทุพพลภาพจนหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ การย้ายไปอยู่ประเทศอื่นไม่ได้ทำให้หน้าที่นี้หมดไป

เมื่อจดทะเบียนหย่า มาตรา 1522 ให้คู่สมรสตกลงกันในการหย่าว่าฝ่ายใดจะออกค่าเลี้ยงดูเท่าใด ถ้าไม่ได้ตกลง หรือเป็นการหย่าโดยคำพิพากษา ศาลเป็นผู้กำหนด

ข้อควรรู้คือ ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส พ่อต้องเป็นบิดาตามกฎหมายก่อน เช่น จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว หรือฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูไปในคดีเดียวกัน ดูเพิ่มเติมที่ กรณีไม่จดทะเบียนสมรส ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่

ค่าเลี้ยงดูบุตรเท่าไร ศาลคิดจากอะไร

ไม่มีอัตราตายตัว มาตรา 1598/38 ให้ศาลกำหนดโดยคำนึงถึงกำลังความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องจ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี เมื่อพ่ออยู่ต่างประเทศ ปัญหาในทางปฏิบัติคือการพิสูจน์รายได้ที่แท้จริง

  • ค่าใช้จ่ายจริงของลูก เช่น ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล ค่าอาหาร ค่าเดินทาง
  • หลักฐานรายได้ของพ่อ เช่น อาชีพ ตำแหน่งงาน สลิปเงินเดือนที่เคยเห็น เอกสารภาษี หรือยอดเงินที่เคยโอนมาเป็นประจำ
  • มาตรฐานการใช้ชีวิตของครอบครัวก่อนแยกทาง
  • ส่วนที่แม่รับภาระเองอยู่แล้ว เพราะหน้าที่นี้เป็นของทั้งสองฝ่าย

หากภายหลังรายได้หรือฐานะของฝ่ายใดเปลี่ยนไป มาตรา 1598/39 ให้ศาลสั่งเพิ่ม ลด งด หรือกลับให้ค่าเลี้ยงดูได้ อ่านปัจจัยที่ศาลใช้เพิ่มเติมได้ที่ องค์ประกอบที่ศาลใช้พิจารณาจำนวนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรเมื่อพ่ออยู่ต่างประเทศ ต้องทำอย่างไร

  1. ตรวจสถานะความเป็นบิดาตามกฎหมาย และสถานะการสมรสว่าจดทะเบียนในไทยหรือต่างประเทศ
  2. รวบรวมหลักฐาน ได้แก่ สูติบัตร ทะเบียนสมรสหรือเอกสารการหย่า ค่าใช้จ่ายของลูก หลักฐานรายได้ของพ่อ และที่อยู่ในต่างประเทศที่ถูกต้อง
  3. ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว จะยื่นพร้อมคดีหย่าหรือแยกเป็นคดีค่าเลี้ยงดูก็ได้
  4. ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปต่างประเทศ ซึ่งต้องแปลเอกสารและใช้เวลานานกว่าคดีที่จำเลยอยู่ในไทย
  5. เข้าสู่การไกล่เกลี่ยหรือสืบพยาน หากจำเลยไม่มาศาลทั้งที่ส่งหมายถูกต้อง ศาลพิจารณาคดีต่อไปได้ แต่โจทก์ยังต้องนำสืบให้ศาลเห็น
  6. เมื่อได้คำพิพากษาแล้ว วางแผนบังคับคดีกับทรัพย์สินหรือรายได้ที่เข้าถึงได้จริง

คำพิพากษาไทยบังคับกับพ่อที่อยู่ต่างประเทศได้แค่ไหน

คำพิพากษาของศาลไทยบังคับคดีได้เต็มที่กับทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย แต่ไม่มีผลบังคับในต่างประเทศโดยอัตโนมัติ การจะบังคับในประเทศของพ่อต้องเป็นไปตามกฎหมายของประเทศนั้น ซึ่งหลายประเทศต้องเริ่มกระบวนการใหม่ในศาลหรือหน่วยงานของตน โดยใช้คำพิพากษาไทยเป็นหลักฐานประกอบ

ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 2007 ว่าด้วยการเรียกเก็บค่าเลี้ยงดูบุตรระหว่างประเทศ จึงไม่มีช่องทางกลางที่ส่งเรื่องให้ประเทศภาคีช่วยเรียกเก็บแทนแบบอัตโนมัติ

ทรัพย์สินหรือรายได้ของพ่อบังคับผ่านศาลไทยได้ไหมสิ่งที่ควรรู้
เงินฝากในธนาคารไทยได้ขออายัดตามขั้นตอนบังคับคดี ควรรู้ชื่อธนาคารหรือเลขบัญชี
ห้องชุด รถยนต์ หุ้นในบริษัทไทยได้ยึดและขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระ
เงินได้จากนายจ้างในไทยได้อายัดได้ตามหลักเกณฑ์การบังคับคดี
บัญชีหรือรายได้ในต่างประเทศไม่ได้โดยตรงต้องดำเนินการตามกฎหมายประเทศนั้น มักต้องมีทนายท้องถิ่น

ทางปฏิบัติที่ช่วยให้ได้รับเงินจริง

  • ถ้ายังคุยกันได้ ให้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรในหนังสือสัญญาหย่า ระบุจำนวนเงิน วันจ่าย ช่องทาง สกุลเงิน และการปรับเพิ่มตามอายุของลูก
  • เจรจาให้จ่ายล่วงหน้าบางส่วนเป็นเงินก้อน หรือจัดทรัพย์สินที่อยู่ในไทยไว้เป็นหลักประกัน
  • ให้จ่ายค่าเล่าเรียนตรงกับโรงเรียน เพื่อลดข้อโต้แย้งว่าเงินถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์
  • เก็บหลักฐานการโอนทุกครั้ง และจดบันทึกยอดที่ค้าง เพื่อใช้ในการบังคับคดี
  • ถ้าพ่อมีทรัพย์สินหรือรายได้หลักอยู่ต่างประเทศ ปรึกษาทนายในประเทศนั้นว่ามีช่องทางเรียกเก็บค่าเลี้ยงดูอย่างไร

สิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นสิทธิที่กฎหมายคุ้มครองเป็นพิเศษ มาตรา 1598/41 ห้ามสละหรือโอน และสิทธินั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดีของเจ้าหนี้อื่น

คำถามที่พบบ่อย

พ่อไม่เคยมาศาลเลย ศาลจะพิพากษาให้ได้ไหม

ได้ ถ้าส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปถึงจำเลยถูกต้องตามกฎหมายแล้วจำเลยไม่มา ศาลพิจารณาคดีต่อไปได้ แต่ฝ่ายแม่ยังต้องนำพยานมาสืบเรื่องความเป็นบิดา ค่าใช้จ่ายของลูก และรายได้ของพ่อ

ค่าเลี้ยงดูบุตรต้องจ่ายถึงอายุเท่าไร

ตามมาตรา 1564 หน้าที่หลักมีอยู่ระหว่างที่บุตรเป็นผู้เยาว์ คือจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่บรรลุนิติภาวะก่อนด้วยการสมรส ถ้าบุตรทุพพลภาพหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้ หน้าที่นี้มีต่อไปได้ ส่วนการตกลงให้จ่ายจนจบการศึกษา ทำได้โดยเขียนไว้ในข้อตกลง

ตกลงจ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศได้ไหม

ตกลงกันได้ แต่ควรเขียนให้ชัดว่าใช้อัตราแลกเปลี่ยนใด ใครรับภาระค่าธรรมเนียมการโอน และถ้าค่าเงินเปลี่ยนมากจะทบทวนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทภายหลัง

พ่อเคยส่งเงินแล้วหยุดไป เรียกส่วนที่ค้างได้ไหม

ถ้ามีข้อตกลงในการหย่าหรือคำพิพากษากำหนดไว้แล้ว ยอดที่ค้างบังคับเอาได้ตามนั้น ส่วนการเรียกค่าเลี้ยงดูย้อนหลังในช่วงที่ยังไม่มีข้อตกลงหรือคำพิพากษา ขึ้นกับข้อเท็จจริงและแนวคำพิพากษา ควรให้ทนายประเมินเป็นรายกรณี

อยู่ไทยทั้งแม่และลูก แต่พ่อย้ายไปประเทศใหม่ ต้องฟ้องใหม่ไหม

คำพิพากษาไทยยังมีผลในไทยเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนคือช่องทางบังคับคดี ถ้าพ่อไม่มีทรัพย์สินในไทยแล้ว อาจต้องดำเนินการในประเทศที่พ่ออยู่ใหม่ตามกฎหมายของประเทศนั้น

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากทำรายการค่าใช้จ่ายของลูกต่อเดือน รวบรวมข้อมูลรายได้และทรัพย์สินของพ่อทั้งในไทยและต่างประเทศเท่าที่รู้ และเก็บหลักฐานการติดต่อเรื่องเงินทั้งหมด ข้อมูลเหล่านี้ใช้ได้ทั้งในการเจรจาและในศาล

เพราะคดีที่อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศมีเรื่องการส่งหมาย การแปลเอกสาร และการบังคับคดีข้ามประเทศ การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวระหว่างประเทศตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เลือกได้ว่าควรเจรจา ฟ้องในไทย หรือดำเนินการในประเทศของพ่อ แบบใดคุ้มค่าและได้เงินจริงมากที่สุด

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ