ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร

ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนไม่มีอัตราหรือสูตรตายตัวในกฎหมายไทย หากพ่อแม่ตกลงกันไม่ได้ ศาลจะกำหนดโดยดูความสามารถของผู้มีหน้าที่จ่าย ฐานะของบุตร และพฤติการณ์แห่งกรณี โดยทั่วไปต้องจ่ายจนบุตรบรรลุนิติภาวะ และขอให้ศาลเพิ่มหรือลดได้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน

ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือน มีอัตรามาตรฐานไหม

ไม่มีอัตรามาตรฐานหรือเปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนที่กฎหมายกำหนดไว้ ตัวเลขที่ได้ยินกันทั่วไปจึงเป็นเพียงตัวอย่างจากคดีอื่น ซึ่งนำมาใช้กับครอบครัวเราตรง ๆ ไม่ได้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/38 วางหลักว่าค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างบิดามารดากับบุตรเรียกจากกันได้ เมื่อฝ่ายที่ควรได้รับไม่ได้รับ หรือได้รับไม่เพียงพอแก่ฐานะ ศาลจะให้หรือไม่ และให้เท่าใด โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องให้ ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี

ในการหย่า มาตรา 1522 ให้พ่อแม่ตกลงกันว่าทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดจะรับผิดชอบค่าเลี้ยงดูบุตรเป็นจำนวนเท่าใด ถ้าตกลงกันไม่ได้ ศาลเป็นผู้กำหนด

ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูบุตรจากปัจจัยอะไรบ้าง

ศาลชั่งน้ำหนักระหว่างความจำเป็นของเด็กกับกำลังของพ่อแม่แต่ละฝ่าย ข้อมูลที่มักต้องแสดงต่อศาล ได้แก่

  • รายได้ประจำ รายได้เสริม โบนัส และทรัพย์สินของผู้มีหน้าที่จ่าย
  • ภาระที่ผู้จ่ายมีจริง เช่น บุตรคนอื่นหรือบุพการีที่ต้องดูแล
  • อายุ ระดับการศึกษา และสุขภาพของบุตร
  • มาตรฐานการใช้ชีวิตของเด็กก่อนพ่อแม่แยกทาง
  • รายได้ของฝ่ายที่เลี้ยงดูบุตรอยู่ เพราะพ่อแม่มีหน้าที่ร่วมกัน
  • ค่าใช้จ่ายที่อีกฝ่ายจ่ายโดยตรงอยู่แล้ว เช่น ค่าเทอมหรือประกันสุขภาพ

มาตรา 1564 กำหนดให้บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ ศาลจึงอาจแบ่งภาระให้แต่ละฝ่ายไม่เท่ากันตามกำลัง อ่านเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการคำนวณค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

ค่าเลี้ยงดูบุตรครอบคลุมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการเติบโตของเด็กตามฐานะ ไม่ได้มีแค่ค่าอาหาร การเตรียมตารางค่าใช้จ่ายรายเดือนที่มีหลักฐานจะช่วยให้ศาลเห็นภาพชัด

หมวดค่าใช้จ่ายตัวอย่างหลักฐานที่ควรเก็บ
ค่าครองชีพอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ ส่วนแบ่งค่าที่พักใบเสร็จ สรุปรายจ่ายจากบัญชีธนาคาร
การศึกษาค่าเทอม ค่าบำรุง อุปกรณ์ ค่าเรียนพิเศษใบแจ้งค่าเทอม ใบเสร็จโรงเรียน
สุขภาพค่ารักษา ยา ทันตกรรม ประกันสุขภาพใบเสร็จโรงพยาบาล กรมธรรม์
การเดินทางรถรับส่ง ค่าน้ำมัน ค่าโดยสารสัญญารถรับส่ง ใบเสร็จ
การดูแลค่าพี่เลี้ยง ค่าสถานรับเลี้ยงเด็กสัญญาจ้าง หลักฐานการโอนเงิน

ค่าเลี้ยงดูบุตรต้องจ่ายถึงอายุเท่าไร

โดยหลักจ่ายจนบุตรบรรลุนิติภาวะ คืออายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 19 หรือเมื่อบุตรสมรสโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 20 ก่อนอายุดังกล่าว

มาตรา 1564 วรรคสอง ยังให้บิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เป็นผู้ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้

สำหรับค่าเรียนมหาวิทยาลัยหลังอายุ 20 ปี ศาลมักไม่บังคับเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่พ่อแม่ตกลงกันให้จ่ายต่อจนจบปริญญาตรีได้ และข้อตกลงเช่นนี้ใช้บังคับกันได้ จึงควรเขียนให้ชัดตั้งแต่ทำบันทึกหย่า

ขอเพิ่มหรือลดค่าเลี้ยงดูบุตรภายหลังได้ไหม

ได้ ป.พ.พ. มาตรา 1598/39 ให้ศาลแก้ไขคำสั่งเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียแสดงว่าพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนแปลงไป ศาลอาจเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้

  1. รวบรวมหลักฐานว่าสถานการณ์เปลี่ยนจริง เช่น ลูกย้ายโรงเรียน ป่วยเรื้อรัง หรือผู้จ่ายตกงาน
  2. ยื่นคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว กรณีที่ศาลเคยมีคำพิพากษาไว้ หรือฟ้องเป็นคดีใหม่หากเดิมเป็นข้อตกลงกันเอง
  3. เข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยซึ่งศาลมักจัดให้ก่อน
  4. ระหว่างรอคำสั่งใหม่ ควรจ่ายตามจำนวนเดิมต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดยอดค้าง

ดูตัวอย่างแนวทางเพิ่มเติมได้ที่บทความวิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงในบันทึกหย่าว่าไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร ใช้ได้ไหม

ควรระวัง เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 1598/41 บัญญัติว่าสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจะสละหรือโอนมิได้ สิทธินี้เป็นของบุตร ข้อตกลงระหว่างพ่อแม่จึงอาจไม่ตัดสิทธิของบุตรเสมอไป ควรให้ทนายตรวจถ้อยคำและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

อีกฝ่ายรายได้ไม่แน่นอนหรืออ้างว่าไม่มีงาน ศาลคิดอย่างไร

ศาลดูความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสลิปเงินเดือน เช่น วิถีชีวิต ทรัพย์สิน ยานพาหนะ หรือรายได้จากธุรกิจ จึงควรรวบรวมหลักฐานที่สะท้อนกำลังจ่ายจริงเท่าที่หาได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

จ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นสิ่งของแทนเงินได้ไหม

ถ้าตกลงกันได้ก็ทำได้ แต่ควรเขียนให้ชัดว่าอะไรนับเป็นค่าเลี้ยงดู เช่น ค่าเทอมที่จ่ายตรงให้โรงเรียน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลังว่ายังค้างจ่ายหรือไม่

อีกฝ่ายเป็นชาวต่างชาติอยู่ต่างประเทศ ฟ้องค่าเลี้ยงดูที่ศาลไทยได้ไหม

อาจฟ้องที่ศาลไทยได้ในหลายกรณี เช่น บุตรมีภูมิลำเนาในไทย แต่การส่งหมายและการบังคับคดีกับทรัพย์สินในต่างประเทศมีขั้นตอนเพิ่ม ควรวางแผนตั้งแต่ต้นว่าจะบังคับเอาจากทรัพย์สินที่ไหน

ลูกย้ายไปอยู่กับอีกฝ่าย ค่าเลี้ยงดูเปลี่ยนไหม

เป็นพฤติการณ์ที่เปลี่ยนไปตามมาตรา 1598/39 ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอให้ศาลทบทวนได้ ทั้งเรื่องผู้ใช้อำนาจปกครองและภาระค่าเลี้ยงดูให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากทำตารางค่าใช้จ่ายของลูกย้อนหลัง 3 ถึง 6 เดือนพร้อมหลักฐาน และรวบรวมข้อมูลรายได้ของทั้งสองฝ่ายเท่าที่ทราบ ตัวเลขที่มีเอกสารรองรับจะช่วยให้การเจรจาและการพิจารณาของศาลง่ายขึ้นมาก

หากยังคุยกันได้ การตกลงจำนวนเงิน วันจ่าย ช่องทางโอน และการปรับขึ้นตามช่วงชั้นเรียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรมักดีที่สุด หากตกลงกันไม่ได้หรือไม่แน่ใจว่าจำนวนที่ขอสมเหตุสมผล การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวก่อนยื่นคำฟ้องจะช่วยตั้งตัวเลขที่ศาลมีแนวโน้มรับฟัง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ