ฟ้องแบ่งสินสมรสหลังหย่า มีอายุความไหม ต้องฟ้องภายในเมื่อไร

หลักที่ใช้กันทั่วไปคือ เมื่อหย่าแล้วแต่ยังไม่ได้แบ่ง สินสมรสที่เหลืออยู่จะมีลักษณะเป็นทรัพย์ที่ทั้งสองฝ่ายเป็นเจ้าของรวมกัน และเจ้าของรวมมีสิทธิเรียกให้แบ่งได้ตามมาตรา 1363 โดยไม่มีอายุความกำหนดไว้โดยเฉพาะ แต่ยิ่งปล่อยไว้นาน ความเสี่ยงยิ่งมาก จึงไม่ควรรอ

ฟ้องแบ่งสินสมรส มีอายุความไหม

สำหรับการเรียกให้แบ่งทรัพย์ที่ยังเป็นสินสมรสค้างอยู่ หลักทั่วไปคือไม่มีอายุความกำหนดไว้โดยเฉพาะ เพราะเป็นการใช้สิทธิของเจ้าของในทรัพย์ ไม่ใช่การเรียกร้องหนี้ทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1363 วรรคหนึ่ง ให้เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ เว้นแต่จะมีนิติกรรมขัดอยู่ หรือวัตถุประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมมีลักษณะถาวร ส่วนวรรคสองที่พูดถึง "สิบปี" เป็นเรื่องการทำนิติกรรมตัดสิทธิเรียกให้แบ่งได้ไม่เกินคราวละสิบปี ไม่ใช่อายุความของการฟ้อง

อย่างไรก็ดี คำตอบว่า "ไม่มีอายุความ" ไม่ได้ใช้กับทุกคำขอที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหลังหย่า และข้อเท็จจริงบางอย่างทำให้สิทธิอ่อนลงหรือเสียไปได้ ซึ่งอธิบายในหัวข้อถัดไป

หย่าแล้วยังไม่แบ่ง สินสมรสมีสถานะอย่างไร

ทรัพย์ยังเป็นสิทธิของทั้งสองฝ่าย ไม่ได้ตกเป็นของฝ่ายที่มีชื่อในเอกสารหรือฝ่ายที่ครอบครองอยู่โดยอัตโนมัติ

มาตรา 1532 กำหนดว่าทรัพย์ที่จะแบ่งคือทรัพย์ที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่า หากหย่าโดยความยินยอม หรือหากหย่าโดยคำพิพากษา คำพิพากษาส่วนทรัพย์สินมีผลย้อนไปถึงวันฟ้องหย่า และมาตรา 1533 ให้แบ่งให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน ส่วนวิธีแบ่งทรัพย์ระหว่างเจ้าของรวมตามมาตรา 1364 ทำได้ทั้งแบ่งตัวทรัพย์ หรือขายแล้วแบ่งเงิน ถ้าตกลงวิธีแบ่งกันไม่ได้ ฝ่ายหนึ่งขอให้ศาลสั่งแบ่งได้ และหากแบ่งตัวทรัพย์ไม่ได้หรือจะเสียหายมาก ศาลอาจสั่งให้ขาย โดยประมูลกันระหว่างเจ้าของรวมหรือขายทอดตลาด

ตัวอย่างข้อพิพาทแบบนี้ เช่น หย่าแล้วไม่ได้แบ่ง ภายหลังอีกฝ่ายนำทรัพย์ไปขายคนเดียว ดูได้ที่ หย่าขาดจากกันโดยไม่ได้แบ่งสินสมรส ภายหลังอีกฝ่ายนำไปขายคนเดียว

กรณีไหนที่ปล่อยไว้นานแล้วเสี่ยงเสียสิทธิ

แม้การเรียกให้แบ่งจะไม่มีอายุความกำหนดไว้โดยเฉพาะ แต่มีหลายสถานการณ์ที่ทำให้การได้ส่วนแบ่งจริงยากขึ้นมาก

  • ทรัพย์ถูกโอนให้บุคคลภายนอก โดยเฉพาะผู้ซื้อที่สุจริต ซึ่งกฎหมายคุ้มครองไว้หลายกรณี การติดตามเอาทรัพย์คืนจึงยาก และอาจเหลือเพียงการเรียกให้อีกฝ่ายชดใช้
  • อีกฝ่ายเปลี่ยนลักษณะการครอบครอง โดยหลักเจ้าของรวมที่ครอบครองทรัพย์ถือว่าครอบครองแทนเจ้าของรวมคนอื่นด้วย แต่มาตรา 1381 เปิดให้เปลี่ยนลักษณะการยึดถือได้ เช่น บอกกล่าวว่าจะไม่ยึดถือแทนอีกต่อไป หลังจากนั้นอาจเกิดประเด็นการครอบครองเพื่อตนเองซึ่งมีกรอบเวลาของมันเอง
  • เป็นคำขอให้ชดใช้เงิน ไม่ใช่การแบ่งทรัพย์ เช่น เรียกเงินตามข้อตกลงหย่าที่อีกฝ่ายไม่จ่าย หรือเรียกค่าชดเชยเพราะทรัพย์ถูกจำหน่ายไปแล้ว คำขอลักษณะนี้อาจถูกมองเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีอายุความ ซึ่งถ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะ มาตรา 193/30 ให้มีกำหนดสิบปี
  • หลักฐานหายไปตามเวลา เช่น เอกสารการซื้อ รายการบัญชี หรือพยานที่รู้ว่าทรัพย์ได้มาเมื่อไร ทำให้พิสูจน์ได้ยากว่าเป็นสินสมรส

ประเด็นเหล่านี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงมาก และแนวคำวินิจฉัยของศาลในแต่ละกรณีอาจต่างกัน จึงไม่ควรใช้ตัวเลขปีใดปีหนึ่งเป็นเส้นตายตายตัวโดยไม่ได้ตรวจกรณีของตนเอง

เปรียบเทียบคำขอที่พบบ่อยหลังหย่า

ตารางนี้สรุปหลักทั่วไป เพื่อให้เห็นว่าคำขอแต่ละแบบมีความเสี่ยงเรื่องเวลาต่างกัน

คำขอหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องเรื่องเวลา
ขอแบ่งสินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่งและยังมีอยู่มาตรา 1363, 1364, 1533หลักทั่วไปไม่มีอายุความกำหนดไว้โดยเฉพาะ
เรียกเงินตามข้อตกลงหย่าที่อีกฝ่ายผิดนัดข้อตกลงระหว่างคู่หย่าอาจมีอายุความตามลักษณะสิทธิเรียกร้อง ทั่วไปสิบปีตามมาตรา 193/30
ทรัพย์ถูกจำหน่ายไปก่อนแบ่งมาตรา 1534ควรรีบดำเนินการ ข้อเท็จจริงและหลักฐานมีผลมาก
ทรัพย์ถูกโอนให้บุคคลภายนอกหลักคุ้มครองบุคคลภายนอกผู้สุจริตยิ่งช้ายิ่งติดตามยาก

ฟ้องแบ่งสินสมรสหลังหย่า มีขั้นตอนอย่างไร

ก่อนฟ้อง ควรลองเจรจาและทำข้อตกลงแบ่งเป็นหนังสือก่อน หากไม่สำเร็จจึงฟ้องต่อศาล

  1. รวบรวมหลักฐานการหย่า เช่น ใบสำคัญการหย่า หรือคำพิพากษาพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
  2. ทำรายการทรัพย์ พร้อมหลักฐานว่าได้มาระหว่างสมรส เช่น สำเนาโฉนด สัญญาซื้อขาย รายการเดินบัญชี
  3. ตรวจสถานะปัจจุบันของทรัพย์ ว่ายังอยู่ในชื่อใคร มีภาระจำนองหรือถูกโอนไปแล้วหรือไม่
  4. ส่งหนังสือขอให้แบ่ง หรือเจรจาผ่านทนายความ เพื่อเปิดโอกาสตกลงกันก่อน
  5. หากตกลงไม่ได้ ยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจ ขอให้แบ่งตัวทรัพย์หรือขายแล้วแบ่งเงิน และขอมาตรการคุ้มครองระหว่างพิจารณาหากเสี่ยงว่าทรัพย์จะถูกโอน

ค่าขึ้นศาลในคดีแบ่งทรัพย์คิดตามทุนทรัพย์ จึงควรประเมินมูลค่าทรัพย์และค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนตัดสินใจ ดูแนวคำพิพากษาเกี่ยวกับคดีแบ่งสินสมรสเพิ่มเติมได้ที่ รวมคำพิพากษาศาลฎีกาสู้คดีฟ้องแบ่งสินสมรส

คำถามที่พบบ่อย

หย่ามาเกินสิบปีแล้ว ยังฟ้องแบ่งสินสมรสได้ไหม

ถ้าทรัพย์ยังเป็นสินสมรสที่ไม่ได้แบ่งและยังมีอยู่ หลักทั่วไปคือยังเรียกให้แบ่งได้ เพราะการเรียกให้แบ่งทรัพย์ของเจ้าของรวมไม่มีอายุความกำหนดไว้โดยเฉพาะ แต่ต้องตรวจว่าระหว่างนั้นอีกฝ่ายได้โอนทรัพย์ไป หรือเปลี่ยนลักษณะการครอบครองหรือไม่

ฟ้องหย่าไปแล้วโดยไม่ได้ขอแบ่งทรัพย์ ฟ้องแบ่งภายหลังได้ไหม

โดยทั่วไปได้ เพราะการฟ้องหย่ากับการขอแบ่งสินสมรสเป็นคำขอคนละเรื่อง แต่ผลของคดีก่อนอาจกระทบได้ในบางกรณี เช่น ถ้าคดีก่อนได้วินิจฉัยประเด็นทรัพย์สินไว้แล้ว จึงควรให้ทนายความตรวจคำพิพากษาเดิมก่อน

อีกฝ่ายครอบครองบ้านอยู่คนเดียวมานาน บ้านกลายเป็นของเขาหรือยัง

การอยู่หรือครอบครองอย่างเดียวโดยหลักไม่ทำให้อีกฝ่ายเสียสิทธิ เพราะเจ้าของรวมที่ครอบครองถือว่าครอบครองแทนเจ้าของรวมคนอื่นด้วย เว้นแต่มีการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือตามมาตรา 1381 ซึ่งเป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจละเอียด

ข้อตกลงหย่าเขียนว่าจะแบ่งให้ แต่อีกฝ่ายไม่ทำตาม ทำอย่างไร

ฟ้องบังคับตามข้อตกลงได้ และควรทำโดยเร็ว เพราะคำขอที่อาศัยข้อตกลงอาจมีอายุความในฐานะสิทธิเรียกร้อง ควรเก็บหนังสือหย่า หลักฐานการทวงถาม และหลักฐานเรื่องทรัพย์ไว้ให้ครบ

ควรเริ่มอย่างไร

ถ้าหย่าแล้วแต่ยังไม่ได้แบ่ง ให้เริ่มจากตรวจสถานะทรัพย์ทุกรายการว่ายังอยู่ในชื่อใคร ถูกจำนองหรือถูกโอนไปแล้วหรือไม่ แล้วรวบรวมหลักฐานการได้มาให้ครบ ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งรักษาทรัพย์และหลักฐานไว้ได้มาก

เรื่องอายุความหลังหย่าขึ้นกับว่าคำขอเป็นการแบ่งทรัพย์หรือการเรียกเงิน และขึ้นกับข้อเท็จจริงระหว่างที่ผ่านมา การปรึกษาทนายความพร้อมเอกสารจะช่วยประเมินได้ว่ากรณีของคุณควรฟ้องแบบใด และควรขอมาตรการคุ้มครองทรัพย์ไว้ก่อนหรือไม่

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ