รับรองบุตรโดยพฤตินัยคืออะไร ลูกมีสิทธิรับมรดกพ่อแค่ไหน

รับรองบุตรโดยพฤตินัย คือกรณีที่พ่อไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร แต่แสดงออกต่อเด็กและคนอื่นว่าเป็นลูกของตน เช่น ให้ใช้นามสกุล ส่งเสียเล่าเรียน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ให้ถือว่าเด็กเป็นผู้สืบสันดาน จึงมีสิทธิรับมรดกพ่อ แต่ยังไม่ได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายในเรื่องอื่น

บุตรที่บิดารับรองแล้ว ตามมาตรา 1627 หมายถึงอะไร

มาตรา 1627 บัญญัติว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว และบุตรบุญธรรม ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายนี้ มาตรานี้อยู่ในบรรพ 6 ว่าด้วยมรดก

ผลหลักจึงอยู่ที่การรับมรดก ลูกที่พ่อรับรองแล้วเป็นทายาทโดยธรรมลำดับผู้สืบสันดาน ซึ่งเป็นลำดับแรกตามมาตรา 1629

ส่วนการเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ ยังต้องผ่าน 3 ทางตามมาตรา 1547 คือ พ่อแม่สมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางหลักว่าการให้ใช้นามสกุลหรือส่งเสียเลี้ยงดู ไม่ได้ทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย

พฤติการณ์แบบไหนถือว่าพ่อรับรองแล้ว

กฎหมายไม่ได้เขียนรายการไว้ ศาลพิจารณาจากพฤติการณ์รวมกันเป็นรายกรณี ว่าพ่อแสดงออกอย่างเปิดเผยและต่อเนื่องหรือไม่ว่าเด็กเป็นลูกของตน

  • ให้เด็กใช้นามสกุลของพ่อ
  • ส่งเสียค่าเล่าเรียน ค่าเลี้ยงดู หรือค่ารักษาพยาบาลเป็นประจำ
  • แนะนำเด็กกับญาติ เพื่อน หรือที่ทำงานว่าเป็นลูก
  • มีชื่อเป็นบิดาในสูติบัตร โดยพ่อเป็นผู้แจ้งหรือรู้และยินยอมให้ระบุ
  • ไปงานโรงเรียน ลงชื่อเป็นผู้ปกครอง หรือพาเด็กร่วมงานครอบครัว
  • จดหมาย ข้อความ หรือโพสต์ที่พ่อเรียกเด็กว่าลูก

หลักฐานชิ้นเดียวมักไม่พอ สิ่งที่ช่วยมากคือหลายชิ้นที่ชี้ไปทางเดียวกันตลอดหลายปี พฤติการณ์ทำนองเดียวกันนี้ เช่น การให้การศึกษา อุปการะเลี้ยงดู หรือให้ใช้นามสกุล ยังเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลใช้ในคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1555 (7) ด้วย

รับรองโดยพฤตินัย ต่างจากจดทะเบียนรับรองบุตรอย่างไร

ต่างกันที่สถานะและภาระพิสูจน์ การจดทะเบียนทำให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายพร้อมหลักฐานทางทะเบียน ส่วนการรับรองโดยพฤตินัยให้ผลเฉพาะเรื่องมรดก และต้องพิสูจน์เมื่อมีคนโต้แย้ง

ประเด็นรับรองโดยพฤตินัย (มาตรา 1627)จดทะเบียนรับรองบุตร (มาตรา 1547)
สถานะของเด็กยังเป็นบุตรนอกกฎหมายของพ่อเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ
สิทธิรับมรดกพ่อมี ในฐานะผู้สืบสันดานมี ในฐานะผู้สืบสันดาน
สิทธิหน้าที่อื่นระหว่างพ่อลูกไม่ควรพึ่งมาตรา 1627 อย่างเดียวครบตามบทบัญญัติเรื่องบิดามารดากับบุตร
การพิสูจน์ต้องนำสืบพฤติการณ์ เมื่อทายาทอื่นโต้แย้งใช้หลักฐานทะเบียนเป็นหลัก
ทำได้เมื่อไรเกิดจากการกระทำของพ่อขณะมีชีวิตพ่อต้องยื่นจดทะเบียน โดยเด็กและแม่ต้องยินยอม (มาตรา 1548)

ถ้าพ่อยังมีชีวิตและพร้อมรับเป็นลูก การจดทะเบียนรับรองบุตรคือทางที่มั่นคงกว่ามาก ดูขั้นตอนและเงื่อนไขได้ที่ วิธีการ ระยะเวลา อายุ และการฟ้องคดีในการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร

พ่อเสียชีวิตแล้ว ลูกต้องพิสูจน์อย่างไรเพื่อรับมรดก

ต้องรวบรวมหลักฐานพฤติการณ์รับรองของพ่อ แล้วใช้สิทธิในฐานะทายาทภายในอายุความมรดก คือ 1 ปีนับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เจ้ามรดกตาย (มาตรา 1754)

  1. เก็บเอกสารที่มีอยู่ เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน หลักฐานการโอนเงิน ใบเสร็จค่าเทอม
  2. รวบรวมภาพถ่ายและข้อความในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่แสดงความสัมพันธ์พ่อลูก
  3. ทำรายชื่อพยานบุคคล เช่น ญาติ ครู เพื่อนของพ่อ ที่รู้ว่าพ่อยอมรับเด็กเป็นลูก
  4. ตรวจว่ามีผู้จัดการมรดกแล้วหรือยัง และพ่อทำพินัยกรรมไว้หรือไม่
  5. แจ้งสิทธิต่อผู้จัดการมรดก หรือยื่นคำร้องคัดค้าน หรือฟ้องเรียกส่วนแบ่งตามสถานการณ์
อายุความมรดก 1 ปีนับจากวันที่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต ไม่ใช่วันที่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ ลูกที่ไม่ได้อยู่กับพ่อจึงควรเริ่มรวบรวมหลักฐานและปรึกษาทนายทันทีที่ทราบข่าว เพราะหลักฐานบางอย่างหายไปได้เร็วหลังงานศพ

บางคดีอาจใช้การตรวจพันธุกรรมเทียบกับญาติฝ่ายพ่อเป็นพยานประกอบ ซึ่งต้องอาศัยความยินยอมและคำแนะนำทางกฎหมายว่าเหมาะกับคดีหรือไม่

บุตรที่พ่อรับรองแล้ว ได้มรดกเท่าไร

ได้ส่วนแบ่งในฐานะผู้สืบสันดานเท่ากับลูกคนอื่นของพ่อ เพราะมาตรา 1627 ให้ถือเหมือนบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนแบ่งจริงขึ้นกับจำนวนทายาทและว่าพ่อมีคู่สมรสที่มีสิทธิรับมรดกด้วยหรือไม่

ข้อจำกัดสำคัญคือพินัยกรรม พ่ออาจตัดทายาทโดยธรรมไม่ให้รับมรดกได้ด้วยการแสดงเจตนาชัดแจ้งในพินัยกรรมหรือหนังสือที่มอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ และถ้ายกทรัพย์ทั้งหมดให้ผู้อื่นโดยพินัยกรรม ทายาทที่ไม่ได้รับส่วนก็ถือว่าถูกตัด (มาตรา 1608)

คำถามที่พบบ่อย

พ่อยังมีชีวิต ควรทำอะไรตอนนี้

ควรให้พ่อยื่นจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน ซึ่งต้องมีความยินยอมของเด็กและแม่ ถ้าทำไม่ได้ เช่น เด็กยังเล็กเกินกว่าจะให้ความยินยอม ต้องใช้ทางศาล อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เรื่องน่ารู้และวิธีฟ้องคดีให้รับเด็กเป็นบุตร

ไม่มีชื่อพ่อในสูติบัตร ยังพิสูจน์ได้ไหม

ยังพิสูจน์ได้ด้วยพฤติการณ์อื่น เช่น การใช้นามสกุล การส่งเสียเรียน และพยานบุคคล สูติบัตรเป็นเพียงหลักฐานชิ้นหนึ่ง แต่การไม่มีชื่อพ่อทำให้ต้องอาศัยหลักฐานอื่นหนักขึ้น

ญาติฝ่ายพ่อไม่ยอมรับว่าเป็นหลาน จะทำอย่างไร

เมื่อมีข้อพิพาท ศาลเป็นผู้ชี้ขาดจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความเห็นของญาติ ฝ่ายลูกควรรวบรวมหลักฐานให้เป็นระบบตามลำดับเวลา และหลีกเลี่ยงการโต้เถียงที่อาจทำให้พยานไม่อยากให้ความร่วมมือ

บุตรนอกสมรสมีสิทธิอะไรอีกบ้างนอกจากมรดก

สิทธิที่เกี่ยวกับความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ ควรทำผ่านการจดทะเบียนหรือคำพิพากษาให้เรียบร้อย ส่วนกับแม่ เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่อยู่แล้ว สรุปสิทธิโดยรวมได้ที่ บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง

รับรองโดยพฤตินัยแล้ว พ่อจะถอนการรับรองได้ไหม

กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจพ่อบอกถอนการรับรองตามมาตรา 1627 ไว้อย่างชัดแจ้ง แต่ข้อเท็จจริงว่ารับรองจริงหรือไม่ยังถูกโต้แย้งได้ในคดี จึงควรเก็บหลักฐานไว้ตั้งแต่วันนี้

ควรเริ่มอย่างไร

ถ้าพ่อยังมีชีวิต ให้มุ่งไปที่การจดทะเบียนรับรองบุตร เพราะแก้ปัญหาได้ครบกว่า ถ้าพ่อเสียชีวิตแล้ว ให้จดวันที่รู้ข่าว รวบรวมหลักฐานตามรายการข้างต้น และตรวจสถานะการจัดการมรดกทันที

คดีที่อาศัยมาตรา 1627 ชนะหรือแพ้กันที่คุณภาพของหลักฐานพฤติการณ์ การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวและมรดกตั้งแต่ต้นช่วยให้เลือกช่องทางและเตรียมพยานได้ถูกจุด ดูความรู้พื้นฐานเพิ่มเติมที่ ความรู้เกี่ยวกับ บุตรนอกสมรส

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ