แบ่งสินสมรสหลังหย่า ตกลงกันเองหรือฟ้องศาล ทำอย่างไร

เมื่อหย่า สินสมรสต้องแบ่งให้แต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ส่วนสินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง การแบ่งทำได้สองทาง คือตกลงกันเองแล้วไปโอนตามข้อตกลง หรือขอให้ศาลแบ่งให้ ไม่ว่าจะขอรวมไปในคดีหย่าหรือฟ้องแยกภายหลัง

แบ่งสินสมรสหลังหย่า ใช้หลักอะไร

หลักคือแบ่งเท่ากัน มาตรา 1533 กำหนดว่าเมื่อหย่ากัน ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน ไม่ว่าใครจะเป็นผู้หาเงินมากกว่า หรือทรัพย์จะมีชื่อของฝ่ายใดในเอกสาร

ผู้ที่เป็นแม่บ้านหรือพ่อบ้านดูแลครอบครัวโดยไม่มีรายได้ จึงมีสิทธิในสินสมรสครึ่งหนึ่งเท่ากัน ขณะเดียวกันคู่หย่าตกลงแบ่งในสัดส่วนอื่นได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอม เช่น ยกบ้านให้ฝ่ายที่เลี้ยงลูก แลกกับเงินฝากหรือทรัพย์อื่น

ทรัพย์อะไรบ้างที่ต้องแบ่ง และอะไรไม่ต้องแบ่ง

ทรัพย์ที่ต้องแบ่งคือสินสมรส ส่วนสินส่วนตัวยังเป็นของฝ่ายนั้นต่อไป การแยกให้ถูกจึงเป็นขั้นแรกของการแบ่งทุกครั้ง

  • สินสมรส ตามมาตรา 1474 คือทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรส เช่น เงินเดือน โบนัส บ้านหรือรถที่ซื้อระหว่างสมรส รวมทั้งดอกผลของสินส่วนตัว เช่น ค่าเช่าหรือดอกเบี้ย
  • สินส่วนตัว ตามมาตรา 1471 คือทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้ส่วนตัวตามควรแก่ฐานะ เครื่องมือประกอบอาชีพ ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา และของหมั้น
  • กรณีสงสัย มาตรา 1474 วรรคท้าย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นสินส่วนตัวจึงต้องพิสูจน์

รายละเอียดว่าทรัพย์แต่ละแบบจัดเป็นประเภทใด เช่น เงินเดือน เงินประกัน หรือที่ดินที่ได้ก่อนสมรสแต่ออกโฉนดภายหลัง มีอธิบายเพิ่มในบทความ เงินเดือนเป็นสินสมรส ต้องแบ่งครึ่งหรือไม่

นับทรัพย์สินที่ต้องแบ่ง ณ วันไหน

ขึ้นกับว่าหย่าด้วยวิธีใด มาตรา 1532 กำหนดวันตัดยอดทรัพย์ไว้ต่างกัน

วิธีหย่าทรัพย์ที่นำมาแบ่งผลในทางปฏิบัติ
หย่าโดยความยินยอมทรัพย์สินที่มีอยู่ในเวลาจดทะเบียนการหย่าทรัพย์ที่ได้มาก่อนวันจดทะเบียนยังนับเป็นสินสมรส
หย่าโดยคำพิพากษาคำพิพากษาส่วนทรัพย์สินมีผลย้อนไปถึงวันฟ้องหย่าทรัพย์ที่ได้มาหลังวันฟ้อง โดยหลักไม่นำมาแบ่ง

วันตัดยอดนี้สำคัญมากเมื่อคดีหย่ายืดเยื้อ หรือเมื่อคู่หย่าแยกกันอยู่มานานก่อนจดทะเบียน เพราะทรัพย์ที่ได้มาระหว่างแยกกันอยู่อาจยังเป็นสินสมรส อ่านเพิ่มที่ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมัครใจแยกกันอยู่เป็นสินสมรสหรือไม่

ถ้าอีกฝ่ายแอบขายหรือยักย้ายสินสมรสไปก่อน แบ่งอย่างไร

กฎหมายให้คิดเหมือนทรัพย์นั้นยังอยู่ มาตรา 1534 กำหนดว่าสินสมรสที่ฝ่ายหนึ่งจำหน่ายไปเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว จำหน่ายโดยเจตนาให้อีกฝ่ายเสียหาย จำหน่ายโดยไม่ได้รับความยินยอมในกรณีที่ต้องได้รับความยินยอม หรือทำลายเสียโดยเจตนา ให้ถือเสมือนยังมีอยู่ในการแบ่ง

ถ้าอีกฝ่ายได้ส่วนไม่ครบ ฝ่ายที่ทำให้ทรัพย์หายไปต้องชดใช้จากส่วนของตนในสินสมรสหรือจากสินส่วนตัว ผู้ที่สงสัยว่ามีการยักย้ายทรัพย์ควรรวบรวมหลักฐาน เช่น สำเนาโฉนด รายการเดินบัญชี หรือสัญญาซื้อขาย ให้เร็วที่สุด

แบ่งสินสมรส ตกลงกันเอง หรือฟ้องศาล ต่างกันอย่างไร

ถ้าตกลงกันได้ การแบ่งเองเร็วและประหยัดกว่ามาก ถ้าตกลงไม่ได้ จึงค่อยให้ศาลชี้ขาด

ประเด็นตกลงกันเองฟ้องให้ศาลแบ่ง
ทำเมื่อไรในหนังสือหย่าตอนจดทะเบียน หรือทำบันทึกข้อตกลงภายหลังขอรวมไปในคดีฟ้องหย่า หรือฟ้องแบ่งภายหลังการหย่า
สัดส่วนตกลงแบ่งต่างจากครึ่งได้ศาลแบ่งตามหลักเท่ากันและตามที่พิสูจน์ได้
ระยะเวลาขึ้นกับการเจรจาและการโอนขึ้นกับการสืบพยานและการอุทธรณ์
ค่าใช้จ่ายค่าโอนและภาษีตามประเภททรัพย์ค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์ ค่าทนาย และค่าโอนภายหลัง
ความเสี่ยงข้อตกลงไม่ชัด บังคับยากใช้เวลานาน ความสัมพันธ์ตึงเครียด

ขั้นตอนการแบ่งโดยตกลงกันมักเป็นดังนี้

  1. ทำรายการทรัพย์สินและหนี้ทั้งหมด พร้อมหลักฐานว่าได้มาเมื่อไรและด้วยเงินอะไร
  2. แยกว่ารายการใดเป็นสินสมรส รายการใดเป็นสินส่วนตัว
  3. ประเมินมูลค่าโดยประมาณ และหักหนี้ที่ผูกกับทรัพย์นั้น
  4. ตกลงว่าใครได้ทรัพย์ชิ้นใด หรือขายแล้วแบ่งเงิน และใครชดเชยส่วนต่าง
  5. เขียนข้อตกลงให้ชัด แล้วไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

บ้านมีชื่อสามีคนเดียว ภรรยามีสิทธิได้ครึ่งหนึ่งไหม

ถ้าบ้านได้มาระหว่างสมรสด้วยเงินที่เป็นสินสมรส บ้านนั้นเป็นสินสมรสแม้มีชื่อฝ่ายเดียว อีกฝ่ายจึงมีสิทธิได้ส่วนแบ่งตามมาตรา 1533 ชื่อในโฉนดเป็นเพียงหลักฐานอย่างหนึ่ง ไม่ได้ตัดสินประเภทของทรัพย์เสมอไป

หย่าแล้วแต่ยังไม่ได้แบ่ง ทรัพย์นั้นเป็นของใคร

สินสมรสที่ยังไม่ได้แบ่งยังเป็นสิทธิของทั้งสองฝ่าย และฝ่ายหนึ่งเรียกให้แบ่งภายหลังได้ แต่ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งเสี่ยงที่ทรัพย์จะถูกโอนไป หรือพยานหลักฐานจะหายไป ดูแนวคำพิพากษาเพิ่มเติมได้ที่ รวมคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องฟ้องแบ่งสินสมรส

หนี้ที่ก่อระหว่างสมรสต้องแบ่งด้วยไหม

หนี้ที่คู่สมรสต้องรับผิดร่วมกัน มาตรา 1535 ให้แบ่งความรับผิดเป็นส่วนเท่ากันเมื่อการสมรสสิ้นสุด ส่วนหนี้ส่วนตัวยังเป็นของฝ่ายที่ก่อ การคิดส่วนแบ่งทรัพย์จึงควรดูคู่กับหนี้เสมอ

ทรัพย์อยู่ต่างประเทศ แบ่งในไทยได้ไหม

สิทธิในสินสมรสไม่ได้หายไปเพราะทรัพย์อยู่ต่างประเทศ แต่การบังคับให้โอนหรือขายทรัพย์ในต่างประเทศอาจต้องอาศัยกฎหมายและกระบวนการของประเทศนั้น จึงควรวางแผนกับทนายความตั้งแต่ต้น

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากรวบรวมเอกสารทรัพย์สินและหนี้ทั้งหมด เช่น สำเนาโฉนด ห้องชุด เล่มทะเบียนรถ รายการบัญชี และสัญญากู้ แล้วจดว่าแต่ละรายการได้มาเมื่อไร ด้วยเงินของใคร

เมื่อเห็นภาพรวมแล้วจึงค่อยเจรจา หากมีทรัพย์หลายรายการ มีการโต้แย้งว่าทรัพย์ใดเป็นสินส่วนตัว หรือสงสัยว่ามีการยักย้ายทรัพย์ การปรึกษาทนายความก่อนลงลายมือชื่อในข้อตกลงหรือก่อนยื่นฟ้องจะช่วยให้ไม่เสียสิทธิโดยไม่รู้ตัว

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ