แบ่งสินสมรสที่ยังติดผ่อน บ้านและรถ ทำอย่างไรได้บ้าง

บ้านหรือรถที่ซื้อระหว่างสมรสแม้ยังติดผ่อนก็เป็นสินสมรสที่ต้องแบ่ง สิ่งที่แบ่งในทางปฏิบัติคือมูลค่าที่เหลือหลังหักหนี้ ทางเลือกหลักคือขายแล้วปิดหนี้และแบ่งเงิน ให้ฝ่ายหนึ่งรับไว้และชดเชยอีกฝ่ายโดยรีไฟแนนซ์หรือเปลี่ยนผู้กู้ หรือถือร่วมกันต่อไปตามข้อตกลง

บ้านหรือรถที่ยังผ่อนอยู่ เป็นสินสมรสไหม

โดยหลักเป็น ถ้าได้มาระหว่างสมรส ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1474 (1) ให้ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส การที่ยังมีหนี้ธนาคารผูกอยู่ไม่ได้เปลี่ยนประเภทของทรัพย์ และเมื่อหย่า มาตรา 1533 ให้แบ่งสินสมรสให้แต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน

ส่วนหนี้เงินกู้ที่ใช้ซื้อทรัพย์นั้น มักเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรสตามมาตรา 1490 (2) เมื่อการสมรสสิ้นสุด มาตรา 1535 ให้แบ่งความรับผิดในหนี้ร่วมเป็นส่วนเท่ากัน การแบ่งบ้านที่ติดผ่อนจึงต้องคิดทั้งทรัพย์และหนี้ไปพร้อมกัน

ข้อยกเว้นที่พบบ่อยคือบ้านที่ซื้อก่อนสมรสแล้วผ่อนต่อระหว่างสมรส ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงละเอียดกว่า ดูตัวอย่างที่ใกล้เคียงได้ที่ ที่ดินสินส่วนตัวนำไปจำนอง ภริยาร่วมผ่อนชำระ จะเป็นสินสมรสหรือไม่

แบ่งสินสมรส ยังติดผ่อน คิดมูลค่าอย่างไร

ในทางปฏิบัติมักเริ่มจากมูลค่าทรัพย์ในปัจจุบัน หักยอดหนี้คงเหลือ ได้เป็นส่วนที่เหลือซึ่งนำมาแบ่ง ตัวเลขที่ใช้ควรมาจากแหล่งที่ตรวจสอบได้ เช่น ราคาประเมินของธนาคาร ราคาตลาด หรือใบแจ้งยอดหนี้ล่าสุด

ตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักคิดเท่านั้น สมมติบ้านมีมูลค่า 3,000,000 บาท ยังมีหนี้ 1,800,000 บาท ส่วนที่เหลือคือ 1,200,000 บาท ถ้าแบ่งเท่ากัน แต่ละฝ่ายมีส่วนประมาณ 600,000 บาท ฝ่ายที่จะรับบ้านไว้จึงมักต้องชดเชยอีกฝ่ายประมาณนั้น และรับภาระหนี้ที่เหลือไปทั้งหมด

ตัวเลขจริงอาจต่างไปตามข้อเท็จจริง เช่น วันที่ใช้ตัดยอดทรัพย์ตามมาตรา 1532 เงินส่วนตัวที่ฝ่ายหนึ่งใส่ไว้ตอนดาวน์ หรือยอดที่ฝ่ายหนึ่งผ่อนไปหลังวันตัดยอด จึงควรรวบรวมหลักฐานการชำระไว้ทั้งหมด

ทางเลือกในการแบ่งบ้านหรือรถที่ยังผ่อน มีอะไรบ้าง

ทางเลือกที่ใช้กันมีหลายแบบ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน

ทางเลือกเหมาะกับข้อควรระวัง
ขายทรัพย์ ปิดหนี้ แล้วแบ่งเงินที่เหลือไม่มีใครต้องการเก็บทรัพย์ไว้ หรือไม่มีใครผ่อนต่อไหวต้องตกลงราคาและผู้ดูแลการขาย ใช้เวลาหาผู้ซื้อ
ฝ่ายหนึ่งซื้อส่วนของอีกฝ่าย แล้วรีไฟแนนซ์ในชื่อตนเองฝ่ายที่อยากเก็บบ้านมีรายได้พอให้ธนาคารอนุมัติต้องผ่านการพิจารณาสินเชื่อ และมีค่าใช้จ่ายในการโอนและจดจำนอง
ฝ่ายหนึ่งรับทรัพย์และผ่อนต่อ โดยธนาคารยอมเปลี่ยนผู้กู้ธนาคารยินยอมเปลี่ยนหรือปลดผู้กู้ร่วมถ้าธนาคารไม่ยินยอม อีกฝ่ายยังมีชื่อเป็นผู้กู้ตามสัญญา
ถือร่วมกันต่อ แล้วขายภายหลังต้องการรอให้ลูกเรียนจบหรือรอราคาดีขึ้นต้องเขียนข้อตกลงเรื่องใครผ่อน ใครอยู่ และวันขายให้ชัด เพราะเสี่ยงเกิดข้อพิพาท

สำหรับรถที่ยังผ่อนในรูปแบบสัญญาเช่าซื้อ ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 กรรมสิทธิ์ในรถยังเป็นของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบตามสัญญา สิ่งที่คู่หย่ามีคือสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ การเปลี่ยนตัวผู้เช่าซื้อจึงต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ

ขั้นตอนตกลงแบ่งทรัพย์ที่ยังผ่อน ควรทำอย่างไร

ควรคุยกับธนาคารหรือบริษัทผู้ให้เช่าซื้อตั้งแต่ก่อนลงลายมือชื่อในหนังสือหย่า เพราะทางเลือกส่วนใหญ่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้

  1. ขอใบแจ้งยอดหนี้คงเหลือ และตรวจว่าใครเป็นผู้กู้ ผู้กู้ร่วม หรือผู้ค้ำประกัน
  2. หามูลค่าทรัพย์โดยประมาณจากแหล่งที่ตรวจสอบได้
  3. คำนวณส่วนที่เหลือหลังหักหนี้ และพิจารณาเงินส่วนตัวที่แต่ละฝ่ายใส่ไว้ถ้ามี
  4. เลือกทางเลือกที่เป็นไปได้จริง และสอบถามธนาคารว่าจะอนุมัติการรีไฟแนนซ์หรือเปลี่ยนผู้กู้หรือไม่
  5. เขียนข้อตกลงให้ระบุทรัพย์ เงินชดเชย กำหนดวันโอน ผู้ผ่อนแต่ละงวดจนกว่าจะโอนเสร็จ และผู้ออกค่าธรรมเนียม
  6. ไปดำเนินการที่ธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือสำนักงานขนส่งตามข้อตกลง

ระหว่างรอขายหรือรอโอน ใครผ่อน

ควรตกลงให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเรื่องนี้เป็นต้นเหตุข้อพิพาทที่พบบ่อยหลังหย่า

ต่อธนาคาร ผู้ที่ลงชื่อในสัญญายังต้องรับผิดตามสัญญา ถ้ายอดค้างชำระสะสม ประวัติสินเชื่อของทุกคนที่มีชื่ออยู่อาจได้รับผลกระทบ ส่วนระหว่างคู่หย่า ข้อตกลงควรระบุว่าเงินที่ฝ่ายหนึ่งผ่อนระหว่างรอจะนำมาหักหรือชดเชยตอนแบ่งเงินอย่างไร เรื่องหนี้หลังหย่าโดยรวมดูเพิ่มได้ที่ แบ่งสินสมรสและหนี้สินตอนหย่า

คำถามที่พบบ่อย

ธนาคารไม่อนุมัติให้เปลี่ยนเป็นผู้กู้คนเดียว ทำอย่างไรได้บ้าง

ทางที่เหลือมักเป็นการขายทรัพย์แล้วปิดหนี้ การหาผู้กู้ร่วมรายใหม่ที่ธนาคารยอมรับ หรือถือร่วมกันต่อพร้อมข้อตกลงที่รัดกุม ไม่ควรเพียงเขียนในหนังสือหย่าว่าอีกฝ่ายรับหนี้ไป เพราะข้อตกลงนั้นไม่ผูกพันธนาคาร

อีกฝ่ายอยู่บ้านต่อแต่ไม่ยอมผ่อน ทำอย่างไร

ถ้าเรายังมีชื่อในสัญญากู้ ควรติดต่อธนาคารโดยเร็วเพื่อป้องกันหนี้ค้างสะสม แล้วใช้สิทธิตามข้อตกลงหย่าหรือสิทธิในฐานะเจ้าของรวม ซึ่งอาจต้องขอให้ศาลบังคับหรือสั่งให้แบ่งทรัพย์ ควรปรึกษาทนายความพร้อมหลักฐานการชำระ

รถเช่าซื้อเป็นชื่อเราคนเดียว แต่ให้อีกฝ่ายใช้ ผ่อนไม่ไหว เสี่ยงอะไร

ผู้เช่าซื้อตามสัญญาเป็นผู้รับผิดต่อบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ หากผิดนัด บริษัทอาจบอกเลิกสัญญาและติดตามรถ รวมทั้งเรียกค่าเสียหายตามสัญญาจากผู้เช่าซื้อ จึงควรตกลงให้ชัดว่าใครผ่อน และพิจารณาโอนสิทธิการเช่าซื้อโดยได้รับความยินยอมจากบริษัท

ตกลงยกบ้านให้ลูกแทนการแบ่งได้ไหม

ตกลงได้ แต่บ้านที่ติดจำนองต้องคำนึงถึงสิทธิของธนาคารผู้รับจำนอง และหากลูกยังเป็นผู้เยาว์ การรับทรัพย์ที่มีภาระผูกพันอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติมตามกฎหมาย ควรตรวจกับธนาคารและปรึกษาทนายความก่อนเขียนข้อตกลง

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากขอใบแจ้งยอดหนี้และสำเนาสัญญากู้หรือสัญญาเช่าซื้อ ตรวจว่าใครมีชื่ออยู่ในฐานะใด แล้วประเมินมูลค่าทรัพย์ เพื่อให้เห็นตัวเลขจริงก่อนเจรจา

เมื่อรู้ว่าทางเลือกใดธนาคารยอมรับได้ จึงค่อยเขียนข้อตกลงหย่า หากมีหลายทรัพย์ มีเงินส่วนตัวใส่ไว้ หรืออีกฝ่ายไม่ร่วมมือ ควรปรึกษาทนายความเพื่อวางข้อตกลงที่บังคับได้จริงและไม่ทิ้งหนี้ไว้ในชื่อเราโดยไม่ตั้งใจ

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ