หย่ากับคู่สมรสต่างชาติ ใช้กฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ

เมื่อฟ้องหย่าในศาลไทย เหตุหย่าใช้กฎหมายไทย แต่ศาลไทยจะพิพากษาให้หย่าได้ต่อเมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสแต่ละฝ่ายยอมให้หย่า ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27 ส่วนการหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์เมื่อกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่า (มาตรา 26)

กฎหมายขัดกันคืออะไร ทำไมเกี่ยวกับการหย่า

กฎหมายขัดกัน คือกฎหมายที่บอกศาลว่าเมื่อเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับหลายประเทศ ควรใช้กฎหมายของประเทศใดตัดสิน ไม่ได้บอกว่าใครชนะ แต่บอกว่าจะใช้กติกาของประเทศไหน ของไทยคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481

การหย่าระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติเกี่ยวกับอย่างน้อยสองประเทศเสมอ คือประเทศของแต่ละฝ่าย บางกรณียังมีประเทศที่สามซึ่งเป็นที่จดทะเบียนสมรสหรือที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ กฎหมายนี้จึงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรง

หย่าโดยความยินยอม ใช้กฎหมายประเทศใด

มาตรา 26 กำหนดว่าการหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ เมื่อกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าโดยความยินยอมได้ ในทางปฏิบัติ คู่สมรสไทยกับต่างชาติที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยจดทะเบียนหย่าที่เขตหรืออำเภอได้ตามขั้นตอนปกติ

สิ่งที่ควรระวังคือผลในประเทศของคู่สมรส การหย่าที่จดในไทยมีผลตามกฎหมายไทย แต่ประเทศของคู่สมรสอาจมีขั้นตอนรับรองหรือบันทึกของตนเองก่อนจะถือว่าหย่าแล้ว ถ้าฝ่ายต่างชาติจะสมรสใหม่ที่ประเทศของตน ควรตรวจขั้นตอนของประเทศนั้นไว้ด้วย

ฟ้องหย่าในศาลไทย ใช้กฎหมายประเทศใด

ใช้สองชั้น ชั้นแรก ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่า เว้นแต่กฎหมายสัญชาติของคู่สมรสแต่ละฝ่ายยอมให้หย่า ชั้นที่สอง เหตุหย่าใช้กฎหมายของถิ่นที่ฟ้องคดี ซึ่งเมื่อฟ้องในไทยก็คือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516

  • ชั้นที่ 1 ประตู: กฎหมายของประเทศคู่สมรสมีการหย่าหรือไม่ ถ้ากฎหมายของประเทศนั้นไม่เปิดให้หย่าเลย ศาลไทยอาจพิพากษาให้หย่าไม่ได้ แม้ข้อเท็จจริงจะเข้าเหตุหย่าตามกฎหมายไทย
  • ชั้นที่ 2 เหตุหย่า: ถ้าผ่านประตูแล้ว ศาลดูเหตุหย่าตามกฎหมายไทย เช่น ทิ้งร้างเกินหนึ่งปี หรือแยกกันอยู่เกินสามปี

คู่มือนี้อธิบายหลักทั่วไปเท่านั้น การปรับใช้ในแต่ละคดียังขึ้นกับข้อเท็จจริงและคำวินิจฉัยของศาล อ่านมุมมองทางวิชาการเพิ่มเติมได้ที่ ฟ้องหย่าชาวต่างชาติ ศาลใช้หลักเกณฑ์และบทกฎหมายใดในการพิจารณาคดี

ต้องพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศอย่างไร

ศาลไทยไม่ได้รู้กฎหมายต่างประเทศเอง ฝ่ายที่อ้างต้องนำสืบให้ศาลเห็น มาตรา 8 ของกฎหมายขัดกันกำหนดว่าถ้าพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศที่ต้องใช้ไม่ได้เป็นที่พอใจของศาล ให้ใช้กฎหมายภายในของไทย แต่ในเรื่องเงื่อนไขการหย่าตามมาตรา 27 มีคดีที่ศาลสูงไม่พิพากษาให้หย่า เพราะโจทก์ไม่ได้นำสืบว่ากฎหมายของประเทศคู่สมรสยอมให้หย่า การเตรียมพิสูจน์ไว้จึงปลอดภัยกว่า

  1. ตัวบทกฎหมายครอบครัวของประเทศคู่สมรสส่วนที่ว่าด้วยการหย่า จากแหล่งทางการ
  2. คำแปลภาษาไทยที่รับรองความถูกต้อง
  3. หนังสือรับรองจากสถานทูตของประเทศนั้น หรือพยานผู้เชี่ยวชาญกฎหมายประเทศนั้นมาเบิกความ ตามที่ทนายเห็นว่าเหมาะ
  4. หลักฐานสัญชาติของคู่สมรส ณ เวลาฟ้อง เพราะบางคนมีหลายสัญชาติ

กรณีมีหลายสัญชาติ มาตรา 6 ของกฎหมายขัดกันมีหลักเลือกว่าจะใช้กฎหมายสัญชาติใด เป็นอีกเรื่องที่ควรให้ทนายตรวจตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างสถานการณ์ เข้าใจง่ายขึ้น

สถานการณ์กฎหมายที่เข้ามาเกี่ยวข้องสิ่งที่ต้องเตรียม
ภรรยาไทยฟ้องสามีชาวยุโรปที่ทิ้งร้างไปเกินหนึ่งปี ฟ้องที่ศาลไทยเหตุหย่าตามกฎหมายไทย และกฎหมายสัญชาติของทั้งสองฝ่ายต้องยอมให้หย่าหลักฐานการทิ้งร้าง และตัวบทกฎหมายประเทศของสามีพร้อมคำแปล
คู่สมรสไทยกับต่างชาติตกลงหย่ากันด้วยดี จดทะเบียนสมรสไว้ที่เขตในไทยมาตรา 26 และขั้นตอนจดทะเบียนหย่าของไทยเอกสารจดทะเบียนหย่า และตรวจขั้นตอนบันทึกการหย่าในประเทศของคู่สมรส
คู่สมรสชาวต่างชาติสองคนสัญชาติเดียวกัน อาศัยในไทยและฟ้องหย่าที่ศาลไทยกฎหมายสัญชาติร่วมของทั้งคู่ต้องยอมให้หย่า เหตุหย่าใช้กฎหมายไทยหลักฐานสัญชาติ ตัวบทกฎหมายประเทศของทั้งคู่ และเรื่องเขตอำนาจศาล
สามีต่างชาติมีสองสัญชาติหลักเลือกกฎหมายสัญชาติตามมาตรา 6หลักฐานการได้สัญชาติแต่ละสัญชาติ

อ่านกรณีคู่สมรสชาวต่างชาติทั้งคู่เพิ่มเติมได้ที่ สามีภริยาเป็นชาวต่างชาติ หากฟ้องหย่าต้องใช้กฎหมายประเทศใด

เรื่องทรัพย์สินหลังหย่า ใช้กฎหมายใด

อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดินและบ้านในไทย อยู่ใต้กฎหมายของประเทศที่ทรัพย์ตั้งอยู่ ตามมาตรา 22 ของกฎหมายขัดกัน ทรัพย์ในไทยจึงใช้กฎหมายไทย ส่วนสังหาริมทรัพย์และเงินในบัญชีต่างประเทศ มาตรา 22 ใช้หลักกฎหมายสัญชาติซึ่งยังเขียนด้วยถ้อยคำเดิมตั้งแต่ปี 2481 การปรับใช้กับคู่สมรสต่างสัญชาติในปัจจุบันจึงควรให้ทนายวิเคราะห์เป็นรายกรณี

ถ้ามีสัญญาก่อนสมรส สัญญานั้นมีผลสำคัญต่อการแบ่งทรัพย์ ควรนำมาให้ทนายดูตั้งแต่ครั้งแรก

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศไม่ได้ ศาลจะใช้กฎหมายไทยแทนไหม

มาตรา 8 ให้ใช้กฎหมายไทยแทนเมื่อพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศไม่ได้ แต่สำหรับเงื่อนไขว่ากฎหมายสัญชาติต้องยอมให้หย่าตามมาตรา 27 มีคดีที่ศาลไม่พิพากษาให้หย่าเพราะไม่ได้นำสืบ จึงไม่ควรพึ่งมาตรา 8 และควรเตรียมหลักฐานกฎหมายต่างประเทศไว้เสมอ

จดทะเบียนสมรสที่ประเทศสามี ต้องหย่าตามกฎหมายประเทศนั้นเท่านั้นไหม

ไม่จำเป็น ศาลไทยรับฟ้องหย่าได้ถ้ามีเขตอำนาจ และใช้หลักตามมาตรา 27 เหมือนเดิม การเลือกว่าจะหย่าที่ไหนขึ้นกับความสะดวก ที่ตั้งของทรัพย์สินและบุตร และว่าผลการหย่าต้องนำไปใช้ที่ใดบ้าง

กฎหมายสมรสเท่าเทียมเปลี่ยนหลักกฎหมายขัดกันไหม

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 แก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ใช้คำว่าคู่สมรสในเหตุฟ้องหย่า แต่ไม่ได้แก้พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย หลักมาตรา 26 และ 27 จึงยังเป็นไปตามเดิม

ศาลต่างประเทศตัดสินหย่าแล้ว ศาลไทยต้องตัดสินซ้ำไหม

โดยทั่วไปไม่ต้องตัดสินซ้ำเพื่อให้สถานะการหย่าปรากฏในไทย สามารถนำเอกสารการหย่าที่รับรองและแปลแล้วไปบันทึกฐานะแห่งครอบครัวที่เขตหรืออำเภอ แต่การบังคับเรื่องทรัพย์สินในไทยตามคำพิพากษาต่างประเทศเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรปรึกษาทนาย

ควรเริ่มอย่างไร

จดสัญชาติปัจจุบันของทั้งสองฝ่าย ประเทศที่จดทะเบียนสมรส และประเทศที่มีทรัพย์สินหรือบุตรอยู่ ข้อมูลสามข้อนี้บอกได้เกือบทั้งหมดว่ากฎหมายประเทศใดจะเข้ามาเกี่ยวข้อง

จากนั้นปรึกษาทนายความคดีครอบครัวที่คุ้นเคยกับคดีคู่สมรสต่างชาติ เพื่อวางแผนพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศตั้งแต่ก่อนยื่นฟ้อง จะช่วยลดความเสี่ยงที่คดีจะสะดุดในชั้นศาลสูง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ