ตรวจดีเอ็นเอพ่อลูก ใช้ทางกฎหมายอย่างไรให้ศาลรับฟัง

ผลตรวจดีเอ็นเอพ่อลูกที่ศาลรับฟังได้ดีที่สุด คือการตรวจที่ศาลสั่งหรือที่คู่ความตกลงกันในคดี มีการยืนยันตัวผู้ถูกเก็บตัวอย่าง และส่งห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ ศาลสั่งตรวจได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 128/1 และถ้าคู่ความไม่ยอมตรวจ ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงไปตามที่อีกฝ่ายอ้างได้

ผลตรวจดีเอ็นเอแบบไหนที่ศาลรับฟัง

ศาลให้ความเชื่อถือผลตรวจดีเอ็นเอสูง แต่ น้ำหนักขึ้นกับที่มาของตัวอย่าง มากกว่าตัวเลขในใบผล ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าตัวอย่างเป็นของใคร ผลที่แม่นยำแค่ไหนก็ถูกโต้แย้งได้

สิ่งที่ทำให้ผลตรวจหนักแน่นในศาล ได้แก่

  • มีการตรวจบัตรประจำตัวและถ่ายภาพผู้ถูกเก็บตัวอย่างในวันเก็บ
  • เก็บตัวอย่างโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่เก็บเองที่บ้าน
  • มีบันทึกการส่งต่อตัวอย่างตั้งแต่เก็บจนถึงห้องปฏิบัติการ
  • ห้องปฏิบัติการเป็นที่ยอมรับ เช่น หน่วยงานของรัฐหรือคณะแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย
  • ผลส่งตรงถึงศาล หรือมีผู้ตรวจพร้อมมาอธิบายเมื่อถูกโต้แย้ง
วิธีตรวจความน่าเชื่อถือในศาลเหมาะกับ
ชุดตรวจที่เก็บตัวอย่างเองแล้วส่งไปรษณีย์ต่ำ เพราะพิสูจน์ตัวผู้ให้ตัวอย่างยากการรู้ผลเป็นการส่วนตัวเท่านั้น
ตรวจที่สถานพยาบาลโดยทั้งสองฝ่ายสมัครใจและยืนยันตัวตนปานกลางถึงดี ถ้าเอกสารครบใช้เจรจาหรือประกอบคดี
ตรวจตามคำสั่งศาลหรือตามที่ตกลงกันในคดีสูงที่สุดคดีฟ้องรับรองบุตร หรือคดีที่ต้องพิสูจน์ความเป็นบิดา

ศาลสั่งตรวจดีเอ็นเอได้ไหม

ได้ มาตรา 128/1 ให้ศาลมีอำนาจ สั่งตรวจพิสูจน์บุคคลด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เมื่อจำเป็นต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่เป็นประเด็นสำคัญ โดยศาลสั่งเองหรือคู่ความร้องขอก็ได้

ถ้าผลตรวจอาจทำให้คดีจบได้โดยไม่ต้องสืบพยานอื่น ศาลสั่งตรวจก่อนวันสืบพยานได้ การเก็บเลือด เนื้อเยื่อ หรือสารพันธุกรรม ให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทำเท่าที่จำเป็นและสมควร

  1. ปรึกษาทนายเพื่อดูว่าคดีของเราคือคดีประเภทใด เช่น ฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตร
  2. ยื่นคำฟ้องหรือคำร้อง และขอให้ศาลสั่งตรวจดีเอ็นเอ
  3. ศาลกำหนดสถานที่ ผู้ตรวจ และวันนัดเก็บตัวอย่าง
  4. ผู้เกี่ยวข้องไปตามนัดพร้อมบัตรประจำตัว และเด็กไปพร้อมผู้แทนโดยชอบธรรม
  5. ห้องปฏิบัติการส่งผลถึงศาล แล้วศาลนำไปชั่งน้ำหนักกับพยานอื่น

ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมตรวจดีเอ็นเอ ทำอย่างไร

บุคคลมีสิทธิไม่ยินยอมให้เก็บตัวอย่าง แต่ถ้า คู่ความไม่ยินยอมหรือขัดขวาง โดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 128/1 ให้ศาลสันนิษฐานไว้ก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

ข้อสันนิษฐานนี้ช่วยได้มาก แต่ไม่ควรพึ่งอย่างเดียว ควรเตรียมพยานอื่นประกอบ เช่น หลักฐานการอยู่กินในช่วงที่ตั้งครรภ์ ข้อความที่อีกฝ่ายยอมรับว่าเป็นลูก การให้ใช้นามสกุล หรือการส่งเงินเลี้ยงดู

ถ้าผู้ที่อ้างว่าเป็นพ่อเสียชีวิตแล้ว ศาลเคยรับฟังผลตรวจเปรียบเทียบกับญาติทางสายเลือด เช่น ปู่กับหลาน ประกอบกับพยานหลักฐานอื่น จึงยังมีทางพิสูจน์ได้

อย่าแอบเก็บแปรงสีฟัน เส้นผม หรือแก้วน้ำของอีกฝ่ายไปตรวจเอง นอกจากผลจะมีน้ำหนักน้อยเพราะพิสูจน์ที่มาไม่ได้ ยังอาจถูกโต้แย้งเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัว ทางที่ปลอดภัยคือขอให้ศาลสั่งตรวจ

ใช้ผลดีเอ็นเอในคดีอะไรได้บ้าง

ผลดีเอ็นเอใช้ได้ใน ทุกคดีที่ต้องพิสูจน์ความเป็นพ่อลูก ที่พบบ่อยคือคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1555 ซึ่งมีข้อสันนิษฐานหลายกรณีให้ศาลใช้ และผลดีเอ็นเอช่วยยืนยันได้ชัดที่สุด

  • ฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตร เพื่อให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา
  • เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรควบคู่ไปในคดีเดียวกัน
  • พิสูจน์สิทธิของเด็กในฐานะทายาทเมื่อบิดาเสียชีวิต
  • คดีที่ฝ่ายชายโต้แย้งว่าเด็กไม่ใช่ลูกของตน

ดูวิธีทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายทั้งแบบจดทะเบียนและแบบฟ้องคดีได้ที่ 3 วิธีทำให้เด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา และขั้นตอนฟ้องที่ เรื่องน่ารู้และวิธีฟ้องคดีให้รับเด็กเป็นบุตร

ค่าตรวจดีเอ็นเอในคดีใครจ่าย

ตามมาตรา 128/1 ฝ่ายที่ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายไปก่อน และค่าใช้จ่ายนี้นับเป็นค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งเมื่อคดีจบ ศาลจะชี้ว่าใครต้องรับผิด โดยทั่วไปฝ่ายที่แพ้คดีรับผิด

ถ้าผู้ร้องขอไม่สามารถจ่ายได้ หรือศาลเป็นผู้สั่งตรวจเอง ศาลสั่งจ่ายเงินตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมได้ อัตราค่าตรวจแตกต่างกันตามห้องปฏิบัติการและจำนวนคนที่ตรวจ จึงควรสอบถามที่ศาลหรือห้องปฏิบัติการที่ศาลกำหนด อ่านหลักเรื่องผู้รับผิดเมื่อคดีจบได้ที่ ใครเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายค่าตรวจดีเอ็นเอหลังเสร็จคดี

คำถามที่พบบ่อย

ผลตรวจดีเอ็นเอจากต่างประเทศใช้ในศาลไทยได้ไหม

ยื่นเป็นพยานได้ แต่ควรแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองเอกสารตามขั้นตอน และน้ำหนักยังขึ้นกับการยืนยันตัวผู้ถูกเก็บตัวอย่าง ถ้าอีกฝ่ายโต้แย้ง ศาลอาจสั่งตรวจใหม่ในไทย

ตรวจแล้วพบว่าไม่ใช่พ่อ ทำอะไรต่อ

ผลนี้เป็นพยานสำคัญที่ศาลจะชั่งน้ำหนักร่วมกับพยานอื่น ฝ่ายที่ต้องการพิสูจน์อาจขอตรวจซ้ำได้ถ้ามีเหตุสงสัยเรื่องการเก็บตัวอย่าง ควรให้ทนายดูรายละเอียดของรายงานผลก่อนตัดสินใจ

ตกลงกันตรวจเองก่อนฟ้อง ผลจะใช้ได้ไหม

ใช้ประกอบการเจรจาหรือเป็นพยานได้ ถ้าทั้งสองฝ่ายไปตรวจพร้อมกันที่สถานพยาบาลที่ยืนยันตัวตนและเก็บเอกสารครบ แต่ถ้าอีกฝ่ายเปลี่ยนใจภายหลัง ก็ยังโต้แย้งได้ การตรวจตามคำสั่งศาลจึงมั่นคงกว่า

ถ้าพ่อยอมรับเป็นลูก ยังต้องตรวจดีเอ็นเอไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ถ้าทั้งสองฝ่ายยินยอม พ่อจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรที่สำนักทะเบียนได้ การตรวจจะสำคัญเมื่อมีการปฏิเสธหรือมีข้อสงสัย

ควรเริ่มอย่างไร

อย่าเริ่มจากการซื้อชุดตรวจหรือแอบเก็บตัวอย่าง ให้เริ่มจากรวบรวมหลักฐานรอบตัวที่แสดงความสัมพันธ์ เช่น ภาพถ่าย ข้อความ และหลักฐานการอยู่ด้วยกันในช่วงที่ตั้งครรภ์

จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัวว่าควรยื่นคดีประเภทใด จะขอเรื่องค่าเลี้ยงดูไปพร้อมกันหรือไม่ และควรขอให้ศาลสั่งตรวจในจังหวะใด เพื่อให้ผลตรวจที่ได้มีน้ำหนักเต็มที่ในศาล

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ