ฟ้องหย่าต้องทำยังไง 8 ขั้นตอนตั้งแต่ปรึกษาจนบันทึกการหย่า

ฟ้องหย่าเริ่มจากประเมินว่ามีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 หรือไม่ เตรียมเอกสาร ยื่นคำฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ผ่านการไกล่เกลี่ยหรือสืบพยาน รอให้คดีถึงที่สุด แล้วนำคำพิพากษาไปบันทึกการหย่าที่สำนักทะเบียน

ก่อนฟ้องหย่าต้องเช็กอะไรบ้าง

การฟ้องหย่าใช้กับคู่ที่จดทะเบียนสมรสแล้วเท่านั้น ก่อนยื่นควรตอบคำถามในตารางนี้ให้ได้ เพราะจะกำหนดทั้งรูปแบบคำฟ้อง ศาลที่ยื่น และค่าใช้จ่าย

คำถามที่ต้องตอบทำไมสำคัญกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เหตุหย่าคืออะไร ยังอยู่ในกำหนดไหมเหตุตามอนุมาตรา (1) (2) (3) (6) ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ และต้องยังไม่ได้ให้อภัยมาตรา 1516 1518 1529
อีกฝ่ายยอมหย่าหรือไม่ถ้ายอม การจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนเร็วและประหยัดกว่ามากมาตรา 1514 1515
จะขอเรื่องบุตรอะไรบ้างศาลที่พิจารณาคดีหย่าชี้ขาดผู้ใช้อำนาจปกครองและกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรมาตรา 1520 1522
จะขอเรื่องเงินและทรัพย์สินอะไรบ้างแบ่งสินสมรส ค่าทดแทน และค่าเลี้ยงชีพ ซึ่งค่าเลี้ยงชีพต้องขอในคดีหย่าเท่านั้นมาตรา 1523 1524 1526 1532
อีกฝ่ายอยู่ที่ไหนมีผลต่อศาลที่มีเขตอำนาจและระยะเวลาส่งหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4

ขั้นตอนฟ้องหย่ามีอะไรบ้าง

  1. ปรึกษาและวางแผนคดี เล่าลำดับเหตุการณ์ให้ทนายฟัง เพื่อเลือกเหตุหย่าที่มีน้ำหนักที่สุด และกำหนดคำขอทั้งหมด
  2. เตรียมเอกสาร ทะเบียนสมรส บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตรบุตร เอกสารเปลี่ยนชื่อ และหลักฐานของเหตุหย่า หากขอแบ่งทรัพย์สินให้เตรียมเอกสารทรัพย์สินด้วย ดูเช็กลิสต์ละเอียดได้ที่ เตรียมเอกสารอะไรบ้างก่อนยื่นฟ้องหย่า
  3. ยื่นคำฟ้องและชำระค่าขึ้นศาล ยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ คดีหย่าอย่างเดียวเสียค่าขึ้นศาล 200 บาท ถ้ามีคำขอเป็นเงินหรือขอแบ่งทรัพย์ จะคิดเพิ่มตามทุนทรัพย์
  4. ศาลส่งหมายเรียกให้จำเลย จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177) ถ้าไม่ยื่น ผู้ฟ้องต้องขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดภายใน 15 วัน (มาตรา 198)
  5. ไกล่เกลี่ย คดีครอบครัวที่มีข้อพิพาท ก่อนเริ่มพิจารณาศาลจะตั้งผู้ประนีประนอมเพื่อไกล่เกลี่ย (พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 148) และถ้อยคำในชั้นไกล่เกลี่ยไม่นำมารับฟังในชั้นพิจารณา (มาตรา 151)
  6. สืบพยาน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ศาลจะสืบพยานทั้งสองฝ่าย คู่ความต้องยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 7 วัน (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88)
  7. ฟังคำพิพากษา ศาลพิพากษาเรื่องหย่าและประเด็นอื่นที่ขอ ฝ่ายที่ไม่พอใจอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229)
  8. คดีถึงที่สุดและบันทึกการหย่า ขอคัดสำเนาคำพิพากษาที่รับรองถูกต้องและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด แล้วยื่นต่อสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม

ระหว่างคดี ขอให้ศาลคุ้มครองเรื่องลูกและทรัพย์สินได้ไหม

ได้ ในคดีครอบครัว ศาลมีอำนาจกำหนดวิธีการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความหรือบุตรตามความจำเป็น เช่น เรื่องสินสมรส ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดู และการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตร (พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 159)

เรื่องนี้สำคัญเมื่อกังวลว่าอีกฝ่ายจะโอนหรือขายทรัพย์สินระหว่างคดี หรือเมื่อบุตรต้องการค่าใช้จ่ายทันที ควรแจ้งทนายตั้งแต่วันแรก เพราะคำพิพากษาส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินมีผลย้อนหลังไปถึงวันฟ้องหย่า (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1532) แต่การป้องกันไว้ก่อนยังดีกว่าการตามแก้ภายหลัง

ตกลงกันได้กลางคดี ต้องทำอย่างไร

ถ้าคู่ความตกลงกันได้ จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามนั้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138) ซึ่งโดยหลักอุทธรณ์ไม่ได้ เว้นแต่ในเหตุที่กฎหมายกำหนด เช่น อ้างว่ามีการฉ้อฉล

ข้อควรระวังคือ ถ้าต้องการค่าทดแทนจากคู่สมรสเพราะเหตุมีชู้ ควรกำหนดเรื่องนี้ไว้ในสัญญาให้ชัด เพราะศาลฎีกาเคยวินิจฉัยว่าการหย่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่การหย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) จึงเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่งไม่ได้ อ่านขั้นตอนกรณีตกลงกันได้เพิ่มเติมที่ ฟ้องหย่าแล้วตกลงกันได้ มีขั้นตอนอย่างไร

ได้คำพิพากษาแล้ว ต้องทำอะไรต่อ

การหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด แต่จะอ้างให้เสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกผู้ทำการโดยสุจริตไม่ได้ จนกว่าจะจดทะเบียนการหย่า (มาตรา 1531) จึงไม่ควรปล่อยคำพิพากษาไว้เฉย ๆ

  • ไปบันทึกการหย่าที่สำนักทะเบียน ฝ่ายเดียวไปก็ได้ ใช้สำเนาคำพิพากษาที่รับรองถูกต้อง หนังสือรับรองคดีถึงที่สุด และบัตรประชาชน
  • ปรับปรุงเอกสารส่วนตัว เช่น คำนำหน้านาม ชื่อสกุล และข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ในประกันหรือบัญชี
  • ดำเนินการตามคำพิพากษาเรื่องบุตรและทรัพย์สิน หากอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตาม ปรึกษาเรื่องการบังคับคดีต่อไป

คำถามที่พบบ่อย

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องฟ้องหย่าไหม

ไม่ต้อง เพราะในทางกฎหมายไม่มีการสมรสที่ต้องให้ศาลพิพากษาให้หย่า แต่ถ้ามีข้อพิพาทเรื่องบุตร ค่าเลี้ยงดู หรือทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน อาจต้องฟ้องเป็นคดีเรื่องนั้นโดยตรง ซึ่งใช้หลักกฎหมายต่างจากคู่ที่จดทะเบียน

ต้องไปศาลด้วยตัวเองกี่ครั้ง

ไม่มีจำนวนตายตัว ขึ้นกับว่าอีกฝ่ายมาศาลหรือไม่ ตกลงกันได้เร็วแค่ไหน และมีพยานกี่ปาก ผู้ฟ้องมักต้องไปในวันนัดสำคัญ เช่น วันไกล่เกลี่ยและวันที่ตนต้องเบิกความ แม้จะมีทนายความดำเนินคดีให้

ยื่นฟ้องไปแล้ว ถอนฟ้องได้หรือไม่

ถอนได้ เช่น เมื่อคืนดีกัน หรือตกลงไปจดทะเบียนหย่าที่สำนักทะเบียนแทน ศาลมีอำนาจสั่งคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามที่เห็นสมควร (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 151) แต่ควรปรึกษาก่อน เพราะบางเหตุมีกำหนดเวลาฟ้องที่อาจหมดไประหว่างนั้น

ระหว่างฟ้องหย่า ย้ายออกจากบ้านได้ไหม

ทำได้ และในบางสถานการณ์ เช่น มีความรุนแรง ความปลอดภัยต้องมาก่อน แต่ควรบันทึกเหตุผลและวันที่ย้ายไว้ และแจ้งทนาย เพราะการย้ายออกอาจถูกอีกฝ่ายนำไปอ้างในประเด็นเรื่องบุตรหรือเหตุหย่าได้

ควรเริ่มอย่างไร

ขั้นแรกที่ทำได้ทันทีคือเขียนลำดับเหตุการณ์ รวบรวมเอกสารพื้นฐาน และทำรายการทรัพย์สินกับหนี้สินที่ทราบ จากนั้นนำไปปรึกษาทนายความคดีครอบครัว เพื่อประเมินเหตุหย่า ศาลที่ควรยื่น และคำขอที่ต้องใส่ไว้ตั้งแต่ต้น

การฟ้องหย่าที่วางแผนดีไม่ได้รับประกันผลคดี แต่ช่วยลดการเลื่อนนัด ลดการฟ้องซ้ำ และทำให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะบุตร ผ่านช่วงเวลานี้ไปได้เร็วและนุ่มนวลขึ้น

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ