ลูกนอกสมรสใช้นามสกุลพ่อได้ไหม ใครต้องยินยอม มีผลทางกฎหมายแค่ไหน

ลูกนอกสมรสใช้นามสกุลพ่อได้ เมื่อพ่อยินยอม ในทางปฏิบัติ งานทะเบียนจะขอให้พ่อแสดงความยินยอมเป็นหนังสือหรือให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ แต่การใช้นามสกุลไม่ได้ทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ สิทธิทางกฎหมายส่วนใหญ่ยังต้องอาศัยการจดทะเบียนรับรองบุตรหรือคำพิพากษา

ลูกนอกสมรสใช้นามสกุลใคร ตามหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เด็กที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้สมรส ถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ คู่มือทางการทะเบียนของกรมการปกครองก็อธิบายว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของมารดาแต่เพียงฝ่ายเดียว จนกว่าพ่อจะทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของตน

เด็กจึงมักใช้นามสกุลของแม่ตั้งแต่แรกเกิด และแม่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงคนเดียว เว้นแต่ภายหลังพ่อจะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 วางทางให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อไว้ 3 ทาง คือ

  1. พ่อแม่จดทะเบียนสมรสกันภายหลัง
  2. พ่อจดทะเบียนรับรองว่าเป็นบุตร
  3. ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร

การใช้นามสกุลพ่อไม่อยู่ในรายการนี้ ใช้นามสกุลพ่อมานานเท่าไร ก็ยังไม่ทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อเอง

ลูกนอกสมรสใช้นามสกุลพ่อ ต้องได้รับความยินยอมจากใคร

ต้องได้ความยินยอมจากพ่อซึ่งเป็นผู้ใช้นามสกุลนั้น ตัวอย่างที่เห็นชัดคือแบบบันทึกการสอบปากคำบิดา กรณีบุตรนอกสมรสใช้นามสกุลของบิดา ของสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งให้พ่อยืนยันว่าอยู่กินกับแม่โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส และยินยอมให้บุตรใช้นามสกุลของตน พร้อมระบุพยานบุคคล

เพราะลูกยังเป็นผู้เยาว์ ผู้ยื่นคำขอแทนลูกคือแม่ในฐานะผู้ใช้อำนาจปกครอง แม่จึงเป็นอีกคนที่ต้องเห็นด้วย ถ้าแม่ไม่ต้องการให้ลูกเปลี่ยนนามสกุล พ่อจะไปยื่นเปลี่ยนเองโดยลำพังไม่ได้

สถานการณ์ใครต้องยินยอมข้อสังเกต
แจ้งเกิด แล้วอยากให้ใช้นามสกุลพ่อตั้งแต่แรกพ่อ และแม่ผู้แจ้งในฐานะผู้ปกครองถามสำนักทะเบียนว่าต้องให้พ่อมาให้ถ้อยคำหรือทำหนังสือยินยอมแบบใด
ลูกใช้นามสกุลแม่อยู่ อยากเปลี่ยนเป็นของพ่อพ่อ และแม่ผู้ใช้อำนาจปกครองยื่นคำขอเปลี่ยนชื่อสกุลที่สำนักทะเบียนตามทะเบียนบ้านของลูก
พ่อจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วตามหลักเกณฑ์การเปลี่ยนชื่อสกุลตามบิดาใช้สำเนาทะเบียนรับรองบุตร (คร.11) เป็นหลักฐาน
ลูกบรรลุนิติภาวะแล้วลูกเป็นผู้ยื่นเอง และพ่อยินยอมให้ใช้นามสกุลแม่ไม่ใช่ผู้ยื่นแทนอีกต่อไป

เปลี่ยนนามสกุลลูกเป็นของพ่อ ต้องใช้อะไรบ้าง

ยื่นคำขอเปลี่ยนชื่อสกุลด้วยแบบ ช.1 ต่อนายทะเบียนท้องที่ ที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ลูกมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตามคู่มือของกรมการปกครอง เอกสารที่มักใช้มีดังนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่น และสูติบัตรของลูก
  • หลักฐานที่เป็นเหตุให้เปลี่ยนชื่อสกุล เช่น สำเนาทะเบียนรับรองบุตร (คร.11) ถ้ามี
  • หนังสือยินยอมหรือบันทึกถ้อยคำของพ่อ ถ้ายังไม่ได้จดทะเบียนรับรองบุตร ตามที่สำนักทะเบียนกำหนด
  • ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อสกุล (ช.5) ฉบับเดิมถ้าเคยมี หากหายใช้หลักฐานการแจ้งความ

คู่มือของกรมการปกครองระบุค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนชื่อสกุลกรณีนี้ 100 บาท รายการเอกสารอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละสำนักทะเบียน ควรโทรถามก่อนพาลูกไป

อย่าใช้ "ลูกใช้นามสกุลพ่อแล้ว" แทนการจดทะเบียนรับรองบุตร ถ้าวันหนึ่งพ่อเสียชีวิต หรือเลิกส่งเสีย ลูกอาจต้องไปพิสูจน์ความเป็นบุตรในศาลอีกรอบ ซึ่งยากกว่าการจดทะเบียนตอนพ่อยังยินดีร่วมมือ

ใช้นามสกุลพ่อแล้ว ลูกมีสิทธิอะไรบ้าง

การใช้นามสกุลเป็นเรื่องทะเบียนชื่อบุคคล จึงให้ผลทางกฎหมายครอบครัวน้อยกว่าที่หลายคนคิด

เรื่องใช้นามสกุลพ่ออย่างเดียวจดทะเบียนรับรองบุตรหรือมีคำพิพากษา
สถานะบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อยังไม่เป็นเป็นตามมาตรา 1547
อำนาจปกครองของพ่อไม่มี แม่ยังเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองคนเดียวพ่อมีอำนาจปกครองร่วม เว้นแต่ตกลงหรือศาลสั่งเป็นอย่างอื่น
ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรจากพ่อต้องขอให้ศาลรับรองความเป็นบุตรไปพร้อมกันฟ้องได้ตามหน้าที่ในมาตรา 1564
สิทธิรับมรดกของพ่อขึ้นกับว่าพิสูจน์ได้ว่าพ่อ "รับรองแล้ว" ตามมาตรา 1627 หรือไม่เป็นทายาทโดยธรรม

ในเรื่องมรดก มาตรา 1627 ให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย ในคดีลักษณะนี้ ศาลมักดูพฤติการณ์หลายอย่างประกอบกัน เช่น การให้ใช้นามสกุล การส่งเสียเลี้ยงดู และการแสดงต่อคนทั่วไปว่าเป็นลูก การใช้นามสกุลจึงเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

สิทธิของบุตรนอกกฎหมายในภาพรวม อ่านได้ที่ บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง

พ่อไม่ยอมให้ใช้นามสกุล หรือแม่ไม่ยอม ทำอย่างไร

ถ้าพ่อไม่ยินยอม แม่จะยื่นเปลี่ยนนามสกุลลูกเป็นของพ่อเองไม่ได้ ทางที่เหลือคือฟ้องให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ซึ่งมักขอค่าอุปการะเลี้ยงดูไปในคดีเดียวกันได้ เมื่อเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงค่อยดำเนินเรื่องนามสกุลตามหลักเกณฑ์การเปลี่ยนชื่อสกุลตามบิดา

ถ้าแม่ไม่ยินยอม ขณะที่พ่ออยากให้ลูกใช้นามสกุลของตน พ่อควรเริ่มจากเรื่องสถานะก่อน คือจดทะเบียนรับรองบุตร ซึ่งต้องมีความยินยอมของเด็กและแม่ หากให้ความยินยอมไม่ได้หรือไม่ยินยอม ต้องมีคำพิพากษาของศาล ตามหลักที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวางไว้ในเรื่องเสร็จที่ 451/2535

การฟ้องให้รับรองบุตรพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูในคดีเดียว อธิบายไว้ที่ คดีฟ้องให้รับรองบุตร และฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู สามารถฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ชื่อพ่ออยู่ในสูติบัตรแล้ว ลูกใช้นามสกุลพ่อได้เลยไหม

การมีชื่อพ่อในสูติบัตรไม่ได้ทำให้ลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อโดยอัตโนมัติ และไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนนามสกุลได้โดยไม่ต้องมีความยินยอม สำนักทะเบียนยังจะขอหลักฐานความยินยอมของพ่อ หรือหลักฐานการรับรองบุตรตามกรณี

เลิกกับพ่อแล้ว อยากเปลี่ยนนามสกุลลูกกลับมาใช้ของแม่ ได้ไหม

ถ้าพ่อยังไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย แม่ยังเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองคนเดียว และยื่นคำขอเปลี่ยนชื่อสกุลตามมารดาให้ลูกได้ ถ้าพ่อจดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว เรื่องนามสกุลลูกอาจกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้อำนาจปกครองทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจต้องให้ศาลชี้ขาด

พ่อเป็นชาวต่างชาติ ลูกใช้นามสกุลพ่อได้ไหม

หลักเรื่องความยินยอมของพ่อยังใช้เช่นเดียวกัน แต่การบันทึกนามสกุลต่างประเทศในทะเบียนราษฎรไทยมีรายละเอียดเฉพาะ เช่น การถอดเสียงเป็นภาษาไทยและเอกสารของพ่อที่ต้องแปลและรับรอง ควรสอบถามสำนักทะเบียนหรือสถานเอกอัครราชทูตไทยที่เกี่ยวข้องก่อนยื่น

ใช้นามสกุลพ่อแล้ว ต้องจดทะเบียนรับรองบุตรอีกไหม

ควรทำ ถ้าต้องการให้ลูกมีสถานะและสิทธิครบ เช่น สิทธิเรียกค่าเลี้ยงดู อำนาจปกครองของพ่อ และสิทธิรับมรดกที่ไม่ต้องพิสูจน์ภายหลัง การจดทะเบียนรับรองบุตรเป็นเรื่องแยกจากนามสกุลโดยสิ้นเชิง

ควรเริ่มอย่างไร

ถามตัวเองก่อนว่าต้องการแค่ "ชื่อ" หรือต้องการ "สถานะ" ของลูก ถ้าต้องการเพียงให้ลูกใช้นามสกุลเดียวกับพ่อ และทั้งพ่อแม่เห็นตรงกัน การยื่นเปลี่ยนชื่อสกุลที่สำนักทะเบียนก็เพียงพอ

แต่ถ้าต้องการสิทธิค่าเลี้ยงดู มรดก หรือความชัดเจนเรื่องอำนาจปกครอง ควรวางแผนเรื่องการรับรองบุตรไปพร้อมกัน และปรึกษาทนายความด้านครอบครัว เมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอม หรือพ่อแม่มีข้อขัดแย้งเรื่องลูก ข้อมูลเรื่องนามสกุลลูกเมื่อพ่อแม่เห็นต่างกัน ดูเพิ่มได้ที่ บิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ใช้นามสกุลของตนฝ่ายเดียวหรือไม่

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ