ชื่อพ่อในสูติบัตร ยังไม่ใช่การจดทะเบียนรับรองบุตร ลูกจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อเมื่อพ่อแม่จดทะเบียนสมรส พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษาตามมาตรา 1547 แต่สูติบัตรที่พ่อแจ้งเองหรือยินยอมให้แจ้ง ใช้เป็นหลักฐานสำคัญในคดีและเรื่องมรดกได้
มีชื่อพ่อในสูติบัตรแล้ว ถือว่ารับรองบุตรแล้วหรือยัง
ยังไม่ถือ เพราะ การแจ้งเกิดกับการจดทะเบียนรับรองบุตรเป็นคนละเรื่อง การแจ้งเกิดเป็นการลงทะเบียนราษฎรว่ามีเด็กเกิดขึ้น ส่วนการจดทะเบียนรับรองบุตรเป็นการเปลี่ยนสถานะทางครอบครัวตาม ป.พ.พ.
มาตรา 1547 กำหนดว่าเด็กที่เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อได้ในสามกรณีเท่านั้น คือพ่อแม่สมรสกันภายหลัง พ่อจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร
| ประเด็น | มีชื่อพ่อในสูติบัตรอย่างเดียว | จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว |
|---|---|---|
| สถานะของลูกต่อพ่อ | ยังเป็นบุตรนอกกฎหมาย | บุตรชอบด้วยกฎหมาย ย้อนถึงวันเกิด ตามมาตรา 1557 |
| อำนาจปกครอง | อยู่กับแม่ | พ่อมีส่วนในอำนาจปกครองตามหลักทั่วไป |
| หน้าที่ค่าเลี้ยงดูตามมาตรา 1564 | ยังเรียกโดยตรงไม่ได้ ต้องให้ศาลรับรองก่อนหรือพร้อมกัน | เรียกได้ |
| ลูกรับมรดกของพ่อ | อาจได้ ถ้าพิสูจน์ว่าพ่อรับรองแล้วตามมาตรา 1627 | ได้ ในฐานะผู้สืบสันดาน |
| พ่อรับมรดกของลูก | ไม่ได้ในฐานะบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย | ได้ |
สูติบัตรที่มีชื่อพ่อ ใช้เป็นหลักฐานอะไรได้บ้าง
ในคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร มาตรา 1555 (4) ให้ สันนิษฐานว่าเด็กเป็นบุตรของชายนั้น เมื่อมีการบันทึกในทะเบียนคนเกิดว่าเป็นบุตร โดยชายนั้นเป็นผู้แจ้งหรือรู้เห็นยินยอมให้แจ้ง
ดังนั้นคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ "มีชื่อพ่อไหม" แต่คือ "ใครเป็นผู้แจ้ง" ถ้าแม่แจ้งชื่อพ่อเองโดยพ่อไม่รู้เห็น น้ำหนักจะน้อยลง และต้องหาหลักฐานอื่นมาเสริม
หลักฐานที่มักใช้ควบคู่กับสูติบัตร ได้แก่
- เอกสารหรือข้อความที่พ่อเขียนยอมรับว่าเป็นลูก ตามมาตรา 1555 (3)
- หลักฐานว่าพ่อแม่อยู่กินกันอย่างเปิดเผยในช่วงที่ตั้งครรภ์ ตามมาตรา 1555 (5)
- หลักฐานว่าพ่อส่งเสียค่าเรียน ค่าเลี้ยงดู หรือให้ลูกใช้นามสกุล ตามมาตรา 1555 (7)
- ผลตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งศาลสั่งตรวจได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 128/1
เรื่องค่าใช้จ่ายการตรวจดีเอ็นเอ อ่านได้ที่ ใครต้องจ่ายค่าตรวจดีเอ็นเอในคดีรับรองบุตร
ผลต่อมรดก ถ้าพ่อเสียชีวิตโดยยังไม่ได้จดทะเบียน
มาตรา 1627 ให้ถือว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว เป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย คำว่า "รับรองแล้ว" ในมาตรานี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะการจดทะเบียน แต่ต้องพิสูจน์จากพฤติการณ์ที่พ่อแสดงออก
สูติบัตรที่พ่อเป็นผู้แจ้ง การให้ใช้นามสกุล และการส่งเสียเลี้ยงดู จึงเป็นหลักฐานสำคัญเมื่อลูกต้องขอรับมรดกของพ่อ
อีกทางหนึ่งคือฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรหลังพ่อเสียชีวิต ซึ่งมาตรา 1558 ให้ลูกที่ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ถ้าฟ้องภายในอายุความมรดก
ถ้าพ่อเสียชีวิตแล้ว เรื่องมรดกมีกำหนดเวลาที่สั้นและนับจากวันที่รู้ถึงความตาย อย่ารอจนแบ่งทรัพย์กันเสร็จ ให้รวบรวมสูติบัตรและหลักฐานการรับรองโดยพฤติการณ์แล้วปรึกษาทนายทันที
ผลต่อค่าเลี้ยงดู ถ้าพ่อไม่ส่งเสีย
หน้าที่ตามมาตรา 1564 เป็นหน้าที่ของบิดามารดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ชื่อในสูติบัตรอย่างเดียวจึงยังไม่พอเรียกค่าเลี้ยงดูโดยตรง ต้องให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรก่อน หรือขอทั้งสองเรื่องในคดีเดียวกัน
ศาลฎีกาในคำพิพากษาที่ 7345/2560 วางหลักว่า เมื่อศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ผลย้อนไปถึงวันเกิดตามมาตรา 1557 จึงเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูนับแต่วันเกิดได้ในคดีเดียวกัน อ่านเพิ่มที่ ฟ้องรับรองบุตรและค่าอุปการะเลี้ยงดูในคดีเดียวกันได้ไหม
จดทะเบียนรับรองบุตรต้องทำอย่างไร
- พ่อยื่นคำร้องขอจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน พร้อมสูติบัตรของลูกและเอกสารประจำตัว
- เด็กและแม่ให้ความยินยอมตามมาตรา 1548
- ถ้าเด็กหรือแม่ไม่มา นายทะเบียนแจ้งไป และถ้าไม่ตอบภายใน 60 วัน หรือ 180 วันถ้าอยู่ต่างประเทศ ให้สันนิษฐานว่าไม่ยินยอม
- ถ้าคัดค้าน ไม่ยินยอม หรือเด็กยังเล็กเกินจะให้ความยินยอมได้ ต้องให้ศาลพิพากษา แล้วนำคำพิพากษาไปจดทะเบียน
ดูสิทธิของบุตรนอกสมรสในภาพรวมได้ที่ บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อย
ลูกใช้นามสกุลพ่อแล้ว ถือว่าจดทะเบียนรับรองบุตรไหม
ไม่ถือ การใช้นามสกุลเป็นเรื่องตามกฎหมายชื่อบุคคล แต่เป็นพฤติการณ์ที่ใช้พิสูจน์ได้ทั้งในคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรตามมาตรา 1555 (7) และในเรื่องการรับรองตามมาตรา 1627
แม่ไม่ยอมให้พ่อจดทะเบียนรับรองบุตร พ่อทำอะไรได้
พ่อยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาได้ตามมาตรา 1548 ศาลจะดูทั้งความเป็นพ่อจริงและประโยชน์ของเด็ก เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว นายทะเบียนต้องจดทะเบียนให้
ลูกอายุ 20 ปีแล้ว ยังฟ้องให้พ่อรับเป็นบุตรได้ไหม
มาตรา 1556 ให้ลูกฟ้องได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันบรรลุนิติภาวะ ถ้าพ้นกำหนดนี้ไปแล้ว ควรให้ทนายตรวจว่ามีช่องทางอื่น เช่น เรื่องการรับรองตามมาตรา 1627 หรือไม่
จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว จะแก้ชื่อพ่อในสูติบัตรต้องทำอะไรอีกไหม
ถ้าสูติบัตรยังไม่มีชื่อพ่อ หรือข้อมูลไม่ตรงกับทะเบียนรับรองบุตร ให้นำหลักฐานการจดทะเบียนไปติดต่อสำนักทะเบียนเพื่อขอแก้ไขรายการทะเบียนราษฎร เอกสารที่ใช้ควรสอบถามสำนักทะเบียนที่จะยื่น
ไม่มีชื่อพ่อในสูติบัตรเลย ยังฟ้องได้ไหม
ฟ้องได้ ถ้ามีข้อเท็จจริงอื่นตามมาตรา 1555 เช่น การอยู่กินกันอย่างเปิดเผย หรือหลักฐานการส่งเสีย และผลตรวจดีเอ็นเอมักเป็นหลักฐานที่ชี้ขาด
ควรเริ่มอย่างไร
ขอสำเนาสูติบัตรฉบับเต็มของลูก แล้วดูว่าใครเป็นผู้แจ้งเกิด จากนั้นรวบรวมหลักฐานที่แสดงว่าพ่อยอมรับลูก เช่น ข้อความ ภาพครอบครัว และหลักฐานการโอนเงิน
ถ้าพ่อยังมีชีวิตและยินดี การจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนเป็นทางที่ง่ายที่สุด ถ้ามีข้อขัดแย้งหรือพ่อเสียชีวิตแล้ว ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวโดยเร็ว เพราะทั้งเรื่องคดีและมรดกมีกำหนดเวลา
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
