เมื่อหย่ากับคู่สมรสชาวต่างชาติ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสแบ่งคนละครึ่งตามกฎหมายไทย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเป็นสินส่วนตัว ที่ดินที่ซื้อในชื่อภรรยาไทยโดยมีบันทึกว่าเงินเป็นสินส่วนตัว บันทึกนั้นเป็นหลักฐานสำคัญแต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป และฝ่ายต่างชาติรับโอนที่ดินไปไม่ได้
สินสมรสกับสินส่วนตัว แบ่งกันอย่างไรเมื่อหย่ากับชาวต่างชาติ
กฎหมายไทยใช้หลักเดียวกันไม่ว่าคู่สมรสจะมีสัญชาติใด ถ้าไม่มีสัญญาก่อนสมรส ทรัพย์สินแบ่งเป็นสองกลุ่มตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- สินส่วนตัว (มาตรา 1471) เช่น ทรัพย์ที่มีอยู่ก่อนสมรส ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา เครื่องใช้ส่วนตัว และของหมั้น ถ้านำสินส่วนตัวไปแลกหรือซื้อทรัพย์อื่น ทรัพย์ใหม่ยังเป็นสินส่วนตัว (มาตรา 1472)
- สินสมรส (มาตรา 1474) เช่น ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสจากการทำงาน และดอกผลของสินส่วนตัว หากสงสัยว่าทรัพย์ใดเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส
เมื่อหย่า มาตรา 1533 ให้แบ่งสินสมรสให้คู่สมรสได้ส่วนเท่ากัน สินส่วนตัวไม่ต้องแบ่ง ประเด็นที่คู่สมรสไทยกับต่างชาติโต้แย้งกันบ่อยจึงไม่ใช่สัดส่วน แต่เป็นคำถามว่าทรัพย์ชิ้นนั้นซื้อด้วยเงินของใคร
ทำไมตอนซื้อที่ดิน คู่สมรสต่างชาติต้องลงนามว่าเงินเป็นสินส่วนตัวของคนไทย
เพราะประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 86 จำกัดให้คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดินเฉพาะกรณีที่กฎหมายเปิดช่องไว้ ถ้าที่ดินถูกซื้อด้วยสินสมรส คู่สมรสต่างชาติจะมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมทันที สำนักงานที่ดินจึงให้ผู้ซื้อคนไทยยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเงินที่ใช้ซื้อเป็นสินส่วนตัว ไม่ใช่สินสมรส และในทางปฏิบัติมักให้คู่สมรสต่างชาติร่วมลงนามรับรองด้วย
ในปี 2569 มีรายงานว่าภาครัฐเข้มงวดการตรวจแหล่งที่มาของเงินในธุรกรรมที่ดินมากขึ้นเพื่อป้องกันการถือที่ดินแทนคนต่างด้าว การให้ถ้อยคำไม่ตรงความจริง หรือการถือที่ดินแทนคนต่างด้าว มีความเสี่ยงทั้งทางแพ่งและทางอาญาตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไม่ควรลงนามโดยไม่เข้าใจผล
หย่าแล้ว ที่ดินที่ซื้อในชื่อภรรยาไทยเป็นของใคร
ขึ้นกับที่มาของเงินและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ชื่อในโฉนดเพียงอย่างเดียว แนวทางพิจารณาที่พบบ่อยมีดังนี้
- ถ้าเงินซื้อมาจากเงินเก็บก่อนสมรส มรดก หรือการขายสินส่วนตัวของฝ่ายไทยจริง ที่ดินเป็นสินส่วนตัวและไม่ต้องแบ่ง
- ถ้าฝ่ายต่างชาติอ้างภายหลังว่าเงินที่ใช้จริงมาจากรายได้ระหว่างสมรส บันทึกถ้อยคำที่เขาลงนามไว้เป็นพยานเอกสารสำคัญที่ฝ่ายไทยใช้ยืนยัน แต่ผลคดียังขึ้นกับพยานหลักฐานทั้งหมดเป็นรายคดี
- ถ้าเงินเป็นของฝ่ายต่างชาติที่โอนให้ฝ่ายไทย อาจมีประเด็นว่าเป็นการให้ระหว่างคู่สมรสหรือไม่ ซึ่งมาตรา 1469 ให้คู่สมรสบอกล้างสัญญาที่ทำต่อกันระหว่างสมรสได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส
แม้สุดท้ายศาลจะเห็นว่าที่ดินเป็นสินสมรส ฝ่ายต่างชาติก็รับโอนที่ดินไปเป็นของตนไม่ได้ ในทางปฏิบัติจึงแบ่งในรูปตัวเงิน เช่น ฝ่ายไทยจ่ายมูลค่าครึ่งหนึ่งให้ หรือขายที่ดินแล้วแบ่งเงิน อ่านกรณีที่ใกล้เคียงเพิ่มเติมได้ที่ ทรัพย์สินที่ซื้อด้วยเงินสามีต่างชาติ ใส่ชื่อเรา หย่าแล้วเป็นของใคร?
บ้าน คอนโด และบัญชีธนาคารต่างประเทศ แบ่งอย่างไร
| ทรัพย์สิน | ข้อจำกัดของฝ่ายต่างชาติ | วิธีแบ่งที่พบบ่อยเมื่อเป็นสินสมรส |
|---|---|---|
| ที่ดินและบ้านบนที่ดินชื่อฝ่ายไทย | ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้ | ฝ่ายไทยเก็บไว้แล้วจ่ายส่วนต่างเป็นเงิน หรือขายแล้วแบ่ง |
| ห้องชุด (คอนโด) | ถือได้ภายในสัดส่วนห้องชุดของคนต่างด้าวที่ไม่เกินร้อยละ 49 ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในอาคาร และต้องเข้าเงื่อนไขของกฎหมายอาคารชุด | โอนให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วชดเชยเงิน หรือขายแล้วแบ่ง |
| บัญชีเงินฝากและเงินลงทุนในไทย | ไม่มีข้อจำกัดเฉพาะ | แบ่งตามยอด ณ วันที่ตกลงหรือตามที่ศาลกำหนด |
| บัญชีและการลงทุนในต่างประเทศ | ไม่มีข้อจำกัดเรื่องสัญชาติ แต่เข้าถึงข้อมูลยาก | ศาลไทยพิพากษาให้แบ่งได้ แต่การบังคับคดีนอกประเทศต้องพึ่งกฎหมายประเทศนั้น |
ทรัพย์สินที่อยู่ต่างประเทศอาจมีคำถามว่าควรใช้กฎหมายประเทศใด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 ซึ่งต้องวิเคราะห์เป็นรายกรณี เงินที่สามีต่างชาติโอนมาเป็นประจำก็เป็นอีกประเด็นที่ถูกถามบ่อย ดู เงินที่สามีต่างชาติโอนเข้าบัญชีทุกเดือน เป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว?
แบ่งสินสมรสกับคู่สมรสต่างชาติ ต้องเตรียมอะไรและมีขั้นตอนอย่างไร
หัวใจคือหลักฐานเส้นทางเงิน ยิ่งเตรียมเร็ว ยิ่งเจรจาหรือสู้คดีได้ดี
- สัญญาซื้อขาย โฉนด หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และบันทึกถ้อยคำที่ทำไว้ที่สำนักงานที่ดิน
- รายการเดินบัญชีที่แสดงว่าเงินซื้อมาจากบัญชีใด รวมทั้งหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ
- หลักฐานสินส่วนตัว เช่น เงินเก็บก่อนสมรส เอกสารมรดก หรือการขายทรัพย์เดิม
- สัญญากู้และยอดหนี้คงค้าง ถ้าทรัพย์ยังติดผ่อน
- ข้อมูลบัญชี การลงทุน และเงินกองทุนของอีกฝ่ายในต่างประเทศเท่าที่ทราบ
- ทำบัญชีทรัพย์สินและหนี้ทั้งหมด ทั้งในไทยและต่างประเทศ
- แยกว่ารายการใดเป็นสินสมรสหรือสินส่วนตัว พร้อมหลักฐานประกอบ
- เจรจาและเขียนข้อตกลงในหนังสือสัญญาหย่าให้ระบุเลขโฉนด เลขห้องชุด และเลขบัญชีให้ชัด
- ไปจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินตามข้อตกลง อย่าหยุดแค่บันทึกท้ายทะเบียนหย่า
- ถ้าตกลงกันไม่ได้ ฟ้องหย่าพร้อมขอแบ่งสินสมรสที่ศาลเยาวชนและครอบครัว
คำถามที่พบบ่อย
คอนโดซื้อระหว่างสมรสในชื่อสามีต่างชาติ ภรรยาไทยมีสิทธิไหม
มี ถ้าซื้อด้วยเงินที่ได้มาระหว่างสมรส ห้องชุดนั้นเป็นสินสมรสแม้มีชื่อฝ่ายเดียว ภรรยามีสิทธิได้ครึ่งหนึ่ง จะรับโอนเป็นห้องชุดหรือรับเป็นเงินชดเชยก็ตกลงกันได้
ศาลไทยสั่งแบ่งเงินในบัญชีต่างประเทศได้ไหม
ศาลไทยพิพากษาให้แบ่งสินสมรสที่อยู่ต่างประเทศได้ แต่คำพิพากษาไม่มีผลบังคับในต่างประเทศโดยอัตโนมัติ ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมจ่าย อาจต้องดำเนินการตามกฎหมายของประเทศที่บัญชีตั้งอยู่
เคยลงนามที่สำนักงานที่ดินว่าเงินเป็นสินส่วนตัว แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ควรทำอย่างไร
ควรปรึกษาทนายก่อนให้ข้อมูลใด ๆ เพิ่มเติม เพราะเรื่องนี้กระทบทั้งการแบ่งทรัพย์และความรับผิดตามกฎหมายที่ดิน ทนายจะช่วยประเมินความเสี่ยงและวางแนวทางที่ถูกต้อง
มีสัญญาก่อนสมรส ยังต้องแบ่งคนละครึ่งไหม
ถ้าสัญญาก่อนสมรสทำถูกแบบตามมาตรา 1466 การแบ่งทรัพย์สินเป็นไปตามที่ตกลงไว้ในสัญญา ถ้าทำไม่ถูกแบบ สัญญานั้นใช้ไม่ได้ และกลับไปใช้หลักสินสมรสสินส่วนตัวตามปกติ
ตกลงยกที่ดินให้ลูกในบันทึกการหย่า มีผลทันทีไหม
ข้อตกลงผูกพันคู่หย่า แต่การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินด้วย ควรทำให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนใจหรือมีเจ้าหนี้มายึด
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากทำตารางทรัพย์สินทุกชิ้น ระบุว่าซื้อเมื่อไร ด้วยเงินจากบัญชีไหน และอยู่ในชื่อใคร แล้วเก็บเอกสารตัวจริงไว้กับตัว ก่อนเริ่มพูดคุยเรื่องหย่ากับอีกฝ่าย
คดีทรัพย์สินที่มีคู่สมรสต่างชาติมีทั้งเรื่องข้อห้ามถือที่ดิน การแปลเอกสาร และทรัพย์สินต่างประเทศ การปรึกษาทนายความด้านครอบครัวตั้งแต่ก่อนเจรจา จะช่วยให้ข้อตกลงเขียนได้ครบและบังคับได้จริง
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
