ฟ้องรับรองบุตร บิดาเสียชีวิต ต้องฟ้องใคร ภายในกี่ปี และได้มรดกไหม

ถ้าพ่อเสียชีวิตก่อนรับรองบุตร ลูกยังฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายได้ แต่ต้องฟ้องภายในอายุความมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1558 ซึ่งโดยหลักคือหนึ่งปี ถ้าศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร ลูกมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม

พ่อเสียชีวิตก่อนรับรองลูก ยังฟ้องได้ไหม

ได้ มาตรา 1558 รองรับการฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรของผู้ตาย ไว้โดยตรง เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว การจดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียนทำไม่ได้ ช่องทางที่เหลือคือให้ศาลพิพากษา

มาตรา 1555 วางข้อสันนิษฐานที่ช่วยการพิสูจน์ไว้หลายกรณี ที่พบบ่อยเมื่อพ่อเสียชีวิตแล้ว ได้แก่

  • มีเอกสารของพ่อที่แสดงว่าเด็กเป็นบุตรของตน (มาตรา 1555 (3))
  • ทะเบียนคนเกิดระบุว่าเป็นบุตร โดยมีหลักฐานว่าพ่อเป็นผู้แจ้งเกิดหรือรู้เห็นยินยอม (1555 (4))
  • พ่อแม่อยู่กินกันอย่างเปิดเผยในช่วงที่แม่อาจตั้งครรภ์ได้ (1555 (5))
  • มีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร เช่น พ่อให้การศึกษา ส่งเสียเลี้ยงดู หรือยอมให้ใช้นามสกุล (1555 (7))

ต้องฟ้องภายในกี่ปี

มาตรา 1558 ให้ฟ้องภายในกำหนดอายุความมรดก ซึ่งมาตรา 1754 กำหนดไว้ดังนี้

กรณีระยะเวลา
นับแต่พ่อเสียชีวิต1 ปี
นับแต่ทายาทโดยธรรมรู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของพ่อ1 ปี
เพดานสูงสุดในทุกกรณี10 ปีนับแต่พ่อเสียชีวิต

กำหนดหนึ่งปีสั้นมากเมื่อเทียบกับเวลาที่ครอบครัวใช้ทำใจและรวบรวมหลักฐาน หลายคดีเสียสิทธิเพราะรอจนจัดงานศพและแบ่งทรัพย์กันไปแล้ว

เริ่มนับวันตั้งแต่วันที่รู้ว่าพ่อเสียชีวิต และปรึกษาทนายภายในไม่กี่สัปดาห์แรก อายุความมรดกหนึ่งปีผ่านไปเร็วกว่าที่คิด และเมื่อพ้นแล้วอาจแก้ไขไม่ได้อีก

ใครเป็นผู้ฟ้อง และต้องฟ้องใคร

ผู้ฟ้องคือตัวเด็กเอง โดยมาตรา 1556 กำหนดตามอายุของเด็กในวันฟ้อง

  • เด็กอายุยังไม่ครบ 15 ปี ผู้แทนโดยชอบธรรม ซึ่งมักเป็นแม่ เป็นผู้ฟ้องแทน
  • ถ้าไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้แทนทำหน้าที่ไม่ได้ ญาติสนิทหรืออัยการขอให้ศาลตั้งผู้แทนเฉพาะคดีได้
  • เด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป ต้องฟ้องเอง และไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

ฝ่ายที่ถูกฟ้องโดยทั่วไปคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานะของเด็ก เช่น ทายาทของผู้ตาย หรือผู้จัดการมรดกถ้ามีการตั้งแล้ว ทนายจะตรวจรายชื่อทายาทและสถานะกองมรดกเพื่อเรียกบุคคลที่ถูกต้องเข้ามาในคดี เพราะการตั้งคู่ความผิดอาจทำให้คำพิพากษาใช้ยันบางคนไม่ได้

พิสูจน์ความเป็นพ่ออย่างไร เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว

ใช้หลักฐานหลายชิ้นประกอบกัน เพราะตรวจดีเอ็นเอกับพ่อโดยตรงไม่ได้แล้ว หลักฐานที่ควรรวบรวม ได้แก่

  • สูติบัตรและหลักฐานว่าใครเป็นผู้แจ้งเกิด
  • จดหมาย ข้อความ หรือโพสต์ที่พ่อเรียกเด็กว่าลูก
  • หลักฐานการส่งเสีย เช่น สลิปโอนเงิน ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล
  • เอกสารที่ให้เด็กใช้นามสกุลของพ่อ หรือระบุพ่อเป็นผู้ปกครองในโรงเรียน
  • รูปถ่ายครอบครัว และพยานบุคคลที่รู้ความสัมพันธ์

พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 160 ให้ศาลสั่งให้คู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องไปตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้ เช่น ตรวจดีเอ็นเอกับญาติฝ่ายพ่อ ผู้นั้นมีสิทธิไม่ยินยอม แต่ถ้าคู่ความปฏิเสธหรือขัดขวางโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้างได้ เทคนิคการเตรียมคดีประเภทนี้อ่านเพิ่มได้ที่ เทคนิคเตรียมคดีฟ้องรับรองบุตร

ชนะคดีแล้ว มีผลต่อสิทธิรับมรดกอย่างไร

มาตรา 1558 บัญญัติว่าถ้าศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เด็กมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม ซึ่งได้แก่ผู้สืบสันดาน ทายาทลำดับแรกตามมาตรา 1629 (1)

ถ้ามรดกถูกแบ่งไปแล้ว มาตราเดียวกันให้นำหลักลาภมิควรได้มาใช้บังคับโดยอนุโลม คือเรียกส่วนของตนคืนจากผู้ที่รับไปเกินส่วนได้ตามหลักนั้น

ยังมีอีกเส้นทางหนึ่ง มาตรา 1627 ให้บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมีแนวคำพิพากษาที่ยอมรับการรับรองจากพฤติการณ์ เช่น การส่งเสียและให้ใช้นามสกุล แม้ไม่ได้จดทะเบียน

ประเด็นฟ้องตามมาตรา 1558อ้างเป็นบุตรที่บิดารับรองแล้ว ตามมาตรา 1627
ผลที่ได้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีสิทธิรับมรดกเหมือนผู้สืบสันดาน
สิ่งที่ต้องพิสูจน์ความเป็นพ่อตามข้อสันนิษฐานและพยานหลักฐานพฤติการณ์ที่พ่อแสดงออกว่ารับรองเด็กเป็นลูก
กำหนดเวลาภายในอายุความมรดกการเรียกมรดกยังอยู่ภายใต้อายุความมรดก
เหมาะเมื่อต้องการสถานะบุตรที่ชัดเจนตามคำพิพากษามีหลักฐานการรับรองชัด และเป้าหมายหลักคือมรดก

สิทธิของบุตรนอกกฎหมายในภาพรวมอ่านได้ที่ บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง

คำถามที่พบบ่อย

พ่อมีภรรยาที่จดทะเบียนและลูกอยู่แล้ว ยังฟ้องได้ไหม

ฟ้องได้ การมีครอบครัวที่จดทะเบียนไม่ตัดสิทธิของเด็กที่จะพิสูจน์ความเป็นบุตร ครอบครัวนั้นมักเป็นทายาทที่ต้องเข้ามาในคดี และถ้าชนะ เด็กจะรับมรดกร่วมกับทายาทลำดับเดียวกันตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

พ่อทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้คนอื่นทั้งหมด ลูกจะได้อะไรไหม

ทายาทโดยธรรมได้รับทรัพย์ส่วนที่ไม่ได้จำหน่ายไว้ด้วยพินัยกรรม ถ้าพินัยกรรมครอบคลุมทรัพย์ทั้งหมด ส่วนที่เหลือให้ทายาทโดยธรรมอาจน้อยมาก ควรให้ทนายตรวจความสมบูรณ์ของพินัยกรรมและทรัพย์ที่ไม่ได้ระบุไว้

ลูกโตแล้ว อายุ 30 ปี ยังฟ้องได้ไหม

อายุของลูกไม่ใช่ตัวตัดสิทธิ เพราะกำหนดเวลานับจากความตายของพ่อหรือวันที่รู้หรือควรรู้ถึงความตายนั้น ลูกที่อายุเกิน 15 ปีต้องเป็นผู้ฟ้องด้วยตนเอง

เกินหนึ่งปีแล้ว ยังมีทางไหม

ต้องตรวจข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เช่น วันที่รู้หรือควรรู้ถึงความตายจริง ๆ คือวันใด เพราะเป็นจุดเริ่มนับที่โต้แย้งกันได้ แต่ไม่มีอะไรรับประกัน และเพดาน 10 ปีนับแต่พ่อเสียชีวิตใช้กับทุกกรณี

ฟ้องแล้วจะได้ค่าเลี้ยงดูย้อนหลังจากกองมรดกด้วยไหม

เป็นคนละประเด็นกับการรับมรดก และมีหลักกฎหมายของตนเอง ควรให้ทนายประเมินว่าคำขอใดควรรวมไว้ในคดีเดียวกัน เพื่อไม่ให้เสียสิทธิไปเพราะยื่นไม่ครบ

ควรเริ่มอย่างไร

จดวันที่พ่อเสียชีวิตและวันที่คุณรู้ข่าวให้แน่นอน แล้วรวบรวมหลักฐานความสัมพันธ์ที่มีทั้งหมด รวมถึงข้อมูลว่าใครเป็นทายาทและมีการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกแล้วหรือยัง

จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัวและมรดกโดยเร็ว เพื่อเลือกระหว่างฟ้องตามมาตรา 1558 กับอ้างสิทธิในฐานะบุตรที่บิดารับรองแล้ว และยื่นให้ทันภายในอายุความมรดก

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ