ฟ้องเพิกถอนการรับรองบุตร ทำได้เมื่อไร ต้องฟ้องภายในกี่เดือน

การจดทะเบียนรับรองบุตรยกเลิกกันเองไม่ได้ ต้องฟ้องศาลขอให้ถอนการจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1554 ด้วยเหตุเดียวคือผู้ที่ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิดาจริง และต้องฟ้องภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้การจดทะเบียน แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียน

จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว ยกเลิกกันเองได้ไหม

ไม่ได้ การจดทะเบียนตามมาตรา 1548 ทำให้เด็กเป็น บุตรชอบด้วยกฎหมาย ของผู้จดทะเบียน และมีผลนับแต่วันที่เด็กเกิดตามมาตรา 1557 สถานะนี้ไม่ใช่สัญญาที่คู่กรณีตกลงเลิกกันได้

พ่อกับแม่ไปสำนักทะเบียนเพื่อขอยกเลิกพร้อมกันก็ทำไม่ได้ ช่องทางตามกฎหมายคือ ฟ้องคดีต่อศาล และต้องมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น

เหตุต่อไปนี้จึงไม่ใช่เหตุเพิกถอน เช่น เลิกรากับแม่ของเด็ก ลูกไม่เคารพ หรือไม่อยากจ่ายค่าเลี้ยงดูแล้ว หน้าที่ของพ่อที่ชอบด้วยกฎหมายยังคงอยู่ตามเดิม

เหตุที่ฟ้องเพิกถอนการรับรองบุตรได้มีอะไรบ้าง

มาตรา 1554 เปิดให้ ผู้มีส่วนได้เสีย ขอให้ศาลถอนการจดทะเบียนได้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าผู้ขอให้จดทะเบียนนั้นไม่ใช่บิดา ว่าใครเป็นผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกรณี ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง

เรื่องนี้มักสับสนกับกระบวนการอื่นที่ชื่อคล้ายกัน ตารางนี้ช่วยแยกให้เห็นภาพ

เรื่องมาตราใช้เมื่อ
ถอนการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร1554ผู้จดทะเบียนไม่ใช่บิดาจริง
คัดค้านไม่ให้บิดาใช้อำนาจปกครอง1549เด็กหรือแม่เห็นว่าผู้จดทะเบียนไม่สมควรใช้อำนาจปกครอง แต่ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นพ่อ
ฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร1539 เป็นต้นไปเด็กเกิดระหว่างสมรส ซึ่งกฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นบุตรของคู่สมรส (มาตรา 1536)
ถอนอำนาจปกครองหมวดอำนาจปกครองผู้ใช้อำนาจปกครองประพฤติไม่เหมาะสม แต่ยังเป็นพ่อแม่ตามกฎหมาย

ต้องฟ้องภายในเมื่อไร

มาตรา 1554 มีกำหนดเวลาสองชั้น คือ ต้องฟ้อง ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้การจดทะเบียน และห้ามฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียน

กำหนดเวลาเริ่มนับเมื่อผลถ้าเลยกำหนด
3 เดือนวันที่ผู้ฟ้องรู้ว่ามีการจดทะเบียนฟ้องถอนการจดทะเบียนไม่ได้
10 ปีวันจดทะเบียนฟ้องไม่ได้ไม่ว่ารู้เมื่อใด

จุดที่ต้องระวังคือ 3 เดือน นับจากวันที่รู้การจดทะเบียน ไม่ใช่วันที่รู้ว่าตนไม่ใช่พ่อ ผู้ที่ไปจดทะเบียนเองย่อมรู้ตั้งแต่วันจด จึงมีงานวิชาการชี้ว่ากรณีถูกหลอกให้จดทะเบียนเป็นช่องว่างของกฎหมาย เรื่องแบบนี้ควรปรึกษาทนายทันทีที่สงสัย

ระหว่างรอผลตรวจหรือระหว่างคดี อย่าหยุดจ่ายค่าเลี้ยงดูที่มีข้อตกลงหรือคำพิพากษากำหนดไว้แล้ว เพราะหน้าที่นั้นยังผูกพันจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถอนการจดทะเบียน การหยุดจ่ายเองอาจถูกบังคับคดี

การตรวจดีเอ็นเอในคดีเพิกถอนการรับรองบุตร ทำอย่างไร

ศาลมีอำนาจสั่งให้ตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 128/1 โดยศาลสั่งเองหรือคู่ความขอก็ได้ และอาจสั่งตรวจก่อนวันสืบพยานถ้าผลตรวจชี้ขาดคดีได้

  • การเก็บตัวอย่าง เช่น เลือด เนื้อเยื่อ หรือน้ำลาย ทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ เท่าที่จำเป็นและสมควร
  • คู่ความหรือบุคคลนั้นมีสิทธิยินยอมหรือไม่ยินยอมให้เก็บตัวอย่าง
  • ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ยอมรับการตรวจ หรือขัดขวางการเก็บตัวอย่าง ศาลให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง
  • ค่าตรวจเป็นส่วนหนึ่งของค่าฤชาธรรมเนียม ฝ่ายที่ขอเป็นผู้วางก่อน แล้วศาลสั่งความรับผิดตอนพิพากษา

ผลตรวจจากแล็บที่ทำกันเองนอกศาลใช้เป็นข้อมูลตั้งต้นได้ แต่การตรวจตามคำสั่งศาลมีน้ำหนักและตรวจสอบได้มากกว่า อ่านเรื่องค่าตรวจเพิ่มเติมที่ ใครเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายค่าตรวจดีเอ็นเอ หลังจากเสร็จคดี

ขั้นตอนฟ้องเพิกถอนการรับรองบุตร

  1. รวบรวมเอกสาร เช่น ทะเบียนการรับรองบุตร สูติบัตรของเด็ก และหลักฐานว่ารู้การจดทะเบียนเมื่อใด
  2. รวบรวมข้อเท็จจริงที่แสดงว่าไม่ใช่บิดา เช่น ช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน หรือผลตรวจเบื้องต้น
  3. ปรึกษาทนายเพื่อตรวจกำหนดเวลา 3 เดือนและ 10 ปีทันที
  4. ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว และขอให้ศาลสั่งตรวจดีเอ็นเอ
  5. เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด นำไปให้นายทะเบียนดำเนินการตามคำพิพากษา

เมื่อศาลถอนการจดทะเบียน ความเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายที่เกิดจากการจดทะเบียนก็สิ้นไป ซึ่งกระทบเรื่อง อำนาจปกครอง ค่าอุปการะเลี้ยงดู มรดก และชื่อสกุล ผลต่อเรื่องที่ผ่านมาแล้วควรให้ทนายประเมินเป็นรายกรณี

คำถามที่พบบ่อย

แม่ของเด็กขอยกเลิกการรับรองบุตรเองได้ไหม

ทำเองที่สำนักทะเบียนไม่ได้เช่นกัน ถ้าแม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียและอ้างว่าผู้จดทะเบียนไม่ใช่บิดา ต้องฟ้องศาลภายในกำหนดเวลาเดียวกัน ถ้าแม่เพียงไม่อยากให้พ่อมีอำนาจปกครอง เป็นเรื่องของมาตรา 1549 หรือการขอถอนอำนาจปกครอง

ลูกโตแล้ว ยังฟ้องเพิกถอนได้ไหม

ถ้าพ้น 10 ปีนับแต่วันจดทะเบียนแล้ว กฎหมายห้ามฟ้อง ไม่ว่าจะเพิ่งรู้ความจริงเมื่อใด จึงควรตรวจวันที่จดทะเบียนจากเอกสารให้ชัดก่อนวางแผนใด ๆ

พ่อที่แท้จริงอยากรับรองบุตรแทน ต้องทำอย่างไร

ตราบใดที่การจดทะเบียนเดิมยังอยู่ เด็กยังเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้จดทะเบียนเดิม จึงต้องจัดการเรื่องการจดทะเบียนเดิมให้ถูกต้องก่อน ทนายจะช่วยวางลำดับคดีให้ไม่ขัดกันเอง

เด็กยังเล็ก ใครดูแลประโยชน์ของเด็กในคดี

ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมมีส่วนได้เสียขัดกับเด็ก หรือทำหน้าที่ไม่ได้ ศาลมีอำนาจตั้งผู้แทนเฉพาะคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 ศาลเยาวชนและครอบครัวยังคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ

ควรเริ่มอย่างไร

ถ้าสงสัยว่าไม่ใช่พ่อจริง ให้ ดูวันที่จดทะเบียน และจดไว้ว่ารู้ความจริงเมื่อใด เพราะกำหนด 3 เดือนสั้นมาก

เรื่องนี้กระทบชีวิตเด็กโดยตรง ควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัวก่อนพูดคุยหรือตัดสินใจใด ๆ เพื่อให้ทั้งกำหนดเวลาและผลกระทบต่อเด็กได้รับการดูแลอย่างรอบคอบ อ่านภาพรวมคดีรับรองบุตรได้ที่ การขอให้รับรองบุตรในคดีครอบครัว ต้องทำเป็นคำร้องหรือคำฟ้อง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ