ค่าเลี้ยงชีพหลังหย่า ใครเรียกได้ ต่างจากค่าเลี้ยงดูบุตรอย่างไร

ค่าเลี้ยงชีพคือเงินที่อดีตคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจ่ายให้อีกฝ่ายหลังหย่า เรียกได้เมื่อเหตุหย่าเกิดจากความผิดของอีกฝ่ายแต่ฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้เรายากจนลง ต้องขอไว้ในคดีหย่าเท่านั้น และสิทธิหมดไปเมื่อผู้รับสมรสใหม่ ต่างจากค่าเลี้ยงดูบุตรซึ่งเป็นสิทธิของลูก

ค่าเลี้ยงชีพคืออะไร

ค่าเลี้ยงชีพเป็นเงินช่วยการดำรงชีพของอดีตคู่สมรสหลังการหย่า เพื่อไม่ให้ฝ่ายที่ไม่ได้ทำผิดต้องลำบากเพราะการหย่าที่อีกฝ่ายเป็นต้นเหตุ ไม่ใช่เงินชดเชยความเสียใจ และไม่ใช่ค่าเลี้ยงดูลูก

หลักอยู่ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1526 ซึ่งหลังการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ที่มีผลตั้งแต่ 22 มกราคม 2568 ใช้กับคู่สมรสทุกเพศเท่ากัน ทั้งในฐานะผู้รับและผู้จ่าย

ใครมีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงชีพ เงื่อนไขมีอะไรบ้าง

ผู้มีสิทธิคือคู่สมรสฝ่ายที่ไม่ได้ทำผิด และต้องเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 1526 ครบทุกข้อ

  1. เป็นคดีหย่า และเหตุแห่งการหย่าเกิดขึ้นเพราะความผิดของคู่สมรสอีกฝ่ายแต่ฝ่ายเดียว
  2. การหย่าทำให้ผู้ขอยากจนลง เพราะไม่มีรายได้พอจากทรัพย์สินหรือจากการงานที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรส
  3. ต้องฟ้องหรือฟ้องแย้งขอไว้ในคดีหย่า ถ้าไม่ได้ขอไว้ สิทธิเรียกร้องค่าเลี้ยงชีพเป็นอันสิ้นสุด

เงื่อนไขข้อสามสำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะคนจำนวนมากคิดจะหย่าก่อนแล้วค่อยเรียกทีหลัง ซึ่งทำไม่ได้ ฝ่ายที่ถูกฟ้องหย่าก็ต้องฟ้องแย้งขอค่าเลี้ยงชีพเข้ามาในคดีเดียวกัน

ถ้าเหตุหย่ามาจากความผิดของทั้งสองฝ่าย หรือเป็นเหตุที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของใคร เช่น การสมัครใจแยกกันอยู่ โดยหลักจะเข้ามาตรา 1526 ได้ยาก อ่านประกอบฟ้องหย่าเพราะสมัครใจแยกกันอยู่ เรียกค่าเลี้ยงชีพได้หรือไม่

หย่าเพราะวิกลจริตหรือโรคติดต่อร้ายแรง มีค่าเลี้ยงชีพไหม

มีบทเฉพาะไว้ในมาตรา 1527 ถ้าหย่ากันเพราะเหตุวิกลจริตตามมาตรา 1516 (7) หรือเพราะโรคติดต่ออย่างร้ายแรงตามมาตรา 1516 (9) คู่สมรสฝ่ายที่ฟ้องหย่าต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพให้อีกฝ่าย โดยนำหลักของมาตรา 1526 มาใช้โดยอนุโลม

เหตุผลคือฝ่ายที่ป่วยไม่ได้ทำผิด แต่กลับเป็นฝ่ายที่ต้องเสียหลักพึ่งพิง กฎหมายจึงให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษ

ศาลกำหนดค่าเลี้ยงชีพเท่าไร และสิ้นสุดเมื่อไร

ศาลมีดุลพินิจจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ โดยคำนึงถึงความสามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับ ไม่มีอัตราตายตัว และศาลอาจกำหนดเป็นรายเดือนหรือเงินก้อนตามความเหมาะสมของคดี

  • ปัจจัยที่มักถูกพิจารณา ได้แก่ อายุและสุขภาพของผู้ขอ ระยะเวลาสมรส ความสามารถกลับไปทำงาน และรายได้กับทรัพย์สินของผู้จ่าย
  • มาตรา 1528 บัญญัติว่าถ้าฝ่ายที่รับค่าเลี้ยงชีพสมรสใหม่ สิทธิรับค่าเลี้ยงชีพย่อมหมดไป
  • มาตรา 1526 ให้นำบทว่าด้วยค่าอุปการะเลี้ยงดู คือมาตรา 1598/39 ถึง 1598/41 มาใช้โดยอนุโลม จึงขอให้ศาลปรับเพิ่ม ลด หรืองดได้เมื่อฐานะของคู่กรณีเปลี่ยน และสิทธินี้สละหรือโอนไม่ได้

ฝ่ายที่ขอค่าเลี้ยงชีพต้องพิสูจน์ทั้งความผิดของอีกฝ่ายและความยากจนลงที่เกิดจากการหย่า หลักฐานที่ควรเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนยื่นคำฟ้องหรือฟ้องแย้ง ได้แก่

  • หลักฐานรายได้ของตนเองก่อนและหลังแยกทาง เช่น สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชี
  • หลักฐานว่าเคยพึ่งพารายได้ของอีกฝ่าย หรือหยุดทำงานเพื่อดูแลครอบครัวตามที่ตกลงกัน
  • ค่าใช้จ่ายจำเป็นรายเดือน เช่น ค่าเช่าที่พัก ค่ารักษาพยาบาล และค่าครองชีพ
  • ใบรับรองแพทย์ หากมีปัญหาสุขภาพที่ทำให้กลับไปทำงานได้ยาก
  • ข้อมูลรายได้และทรัพย์สินของอีกฝ่ายเท่าที่ทราบ

ค่าเลี้ยงชีพต่างจากค่าเลี้ยงดูบุตรและค่าทดแทนอย่างไร

สามเรื่องนี้มักถูกเรียกรวมกันว่า “ค่าเลี้ยงดู” แต่มีเจ้าของสิทธิ เงื่อนไข และฐานกฎหมายต่างกัน การขอผิดประเภทอาจทำให้เสียสิทธิได้

ประเด็นค่าเลี้ยงชีพค่าเลี้ยงดูบุตรค่าทดแทน
ใครเป็นเจ้าของสิทธิอดีตคู่สมรสฝ่ายที่ไม่ผิดบุตรผู้เยาว์คู่สมรสที่ได้รับความเสียหาย
ฐานกฎหมายหลักมาตรา 1526 ถึง 1528มาตรา 1522 1564 และ 1598/38มาตรา 1523 ถึง 1525
เงื่อนไขสำคัญอีกฝ่ายผิดแต่ฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้ยากจนลงไม่ขึ้นกับว่าใครผิดมีเหตุตามกฎหมาย เช่น เหตุหย่าตามมาตรา 1516 (1)
ลักษณะการจ่ายต่อเนื่องจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือสิ้นสุดต่อเนื่องจนบุตรบรรลุนิติภาวะกำหนดครั้งเดียว หรือแบ่งชำระเป็นงวด
ต้องขอเมื่อไรในคดีหย่าเท่านั้นในคดีหย่า หรือฟ้องแยกภายหลังได้ภายในอายุความตามมาตรา 1529

ยังมีค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างคู่สมรสตามมาตรา 1461 และ 1598/38 ซึ่งใช้ขณะยังไม่ได้หย่า เป็นคนละเรื่องกับค่าเลี้ยงชีพหลังหย่า

คำถามที่พบบ่อย

จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอมที่อำเภอ ตกลงค่าเลี้ยงชีพได้ไหม

ตกลงกันได้โดยเขียนไว้ในบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า ข้อตกลงนี้มีผลเป็นสัญญาระหว่างกัน ควรกำหนดจำนวน วันจ่าย ระยะเวลา และเหตุสิ้นสุดให้ชัดเจน เพราะเงื่อนไขของมาตรา 1526 ใช้กับกรณีที่ศาลกำหนดในคดีหย่า

เป็นแม่บ้านไม่มีรายได้ ได้ค่าเลี้ยงชีพแน่นอนไหม

ไม่แน่นอนเสมอไป การไม่มีรายได้ช่วยแสดงว่าการหย่าทำให้ยากจนลง แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าการหย่าเกิดจากความผิดของอีกฝ่ายแต่ฝ่ายเดียว และต้องขอไว้ในคดีหย่าด้วย

ฝ่ายที่ทำผิดเรียกค่าเลี้ยงชีพได้ไหม

ไม่ได้ตามมาตรา 1526 เพราะกฎหมายให้สิทธินี้แก่ฝ่ายที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุของการหย่าเท่านั้น ส่วนสิทธิอื่น เช่น การแบ่งสินสมรสยังคงมีตามปกติ

อดีตคู่สมรสไปมีแฟนใหม่แต่ไม่ได้จดทะเบียน ต้องจ่ายค่าเลี้ยงชีพต่อไหม

มาตรา 1528 ใช้คำว่าสมรสใหม่ ซึ่งหมายถึงการสมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมาย การมีความสัมพันธ์ใหม่โดยไม่จดทะเบียนจึงไม่ทำให้สิทธิหมดไปเองโดยอัตโนมัติ แต่อาจเป็นพฤติการณ์ที่ขอให้ศาลทบทวนจำนวนตามมาตรา 1598/39 ได้

ควรเริ่มอย่างไร

ถ้ากำลังจะฟ้องหย่าหรือถูกฟ้องหย่า ให้ตัดสินใจเรื่องค่าเลี้ยงชีพตั้งแต่ก่อนยื่นคำฟ้องหรือคำให้การ เพราะถ้าไม่ได้ขอไว้ในคดีหย่า สิทธินี้จะหมดไป

รวบรวมหลักฐานรายได้ก่อนและหลังแยกทาง ภาระค่าใช้จ่ายจำเป็น สุขภาพ และหลักฐานว่าเหตุหย่ามาจากอีกฝ่าย แล้วปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อเลือกขอค่าเลี้ยงชีพ ค่าเลี้ยงดูบุตร และค่าทดแทนให้ครบถ้วนในคราวเดียว

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ