ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวทำได้ แม้อีกฝ่ายไม่ยอมเซ็นหย่า แต่ต้องมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 และพิสูจน์ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้ได้ ถ้าอีกฝ่ายไม่มาศาล ศาลยังต้องสืบพยานของผู้ฟ้องก่อน จึงจะพิพากษาให้หย่าได้
หย่าฝ่ายเดียวต่างจากจดทะเบียนหย่าอย่างไร
กฎหมายเปิดทางหย่าไว้เพียงสองทาง คือ หย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือหย่าโดยคำพิพากษาของศาล ตามมาตรา 1514 ไม่มีวิธีที่ฝ่ายเดียวจะไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอได้เอง ดังนั้น "หย่าฝ่ายเดียว" ในความหมายทางกฎหมายจึงหมายถึงการฟ้องหย่านั่นเอง
| ประเด็น | จดทะเบียนหย่าโดยความยินยอม | ฟ้องหย่า (ฝ่ายเดียวเริ่มได้) |
|---|---|---|
| ความยินยอมของอีกฝ่าย | ต้องยินยอมทั้งสองฝ่าย ทำเป็นหนังสือ มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน | ไม่ต้องได้รับความยินยอม |
| ต้องมีเหตุหย่าหรือไม่ | ไม่ต้อง | ต้องมีเหตุตามมาตรา 1516 |
| ยื่นที่ไหน | สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขต | ศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ |
| ค่าธรรมเนียมภาครัฐ | จดทะเบียนการหย่าไม่เสียค่าธรรมเนียม | ค่าขึ้นศาลคดีหย่าอย่างเดียว 200 บาท และค่านำหมายตามที่ศาลกำหนด |
| หย่ามีผลเมื่อไร | เมื่อจดทะเบียนการหย่า | เมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 1531) |
| เรื่องบุตร | ตกลงกันเป็นหนังสือ ถ้าตกลงไม่ได้ให้ศาลชี้ขาด | ศาลที่พิจารณาคดีหย่าชี้ขาดผู้ใช้อำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดู |
อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ต้องมีเหตุอะไรจึงฟ้องได้
ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งเหตุในมาตรา 1516 ซึ่งมีทั้งหมด 12 กรณี เหตุที่พบบ่อยในคดีที่อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ได้แก่ มีชู้หรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจอย่างร้ายแรง จงใจละทิ้งร้างเกิน 1 ปี และไม่อุปการะเลี้ยงดูหรือเป็นปฏิปักษ์อย่างร้ายแรงจนเดือดร้อนเกินควร
สิ่งที่ใช้เป็นเหตุไม่ได้คือ "อยากเลิกเพราะไม่รักแล้ว" เพียงอย่างเดียว และควรระวังเหตุแยกกันอยู่เกิน 3 ปีตามอนุมาตรา (4/2) เพราะต้องเป็นการสมัครใจแยกของทั้งสองฝ่าย ถ้าเราย้ายออกเองโดยอีกฝ่ายยังอยากให้กลับ เหตุนี้มักใช้ไม่ได้ อ่านมุมมองเพิ่มเติมได้ที่ อยากหย่าแต่อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ฟ้องหย่าฝ่ายเดียวได้หรือไม่
ขั้นตอนฟ้องหย่าฝ่ายเดียวมีอะไรบ้าง
- ประเมินเหตุหย่าและกำหนดเวลา ตรวจว่าเหตุยังอยู่ในกำหนด เช่น เหตุตามอนุมาตรา (1) (2) (3) (6) ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ (มาตรา 1529) และยังไม่ได้ให้อภัย (มาตรา 1518)
- เตรียมเอกสารและพยาน ทะเบียนสมรส บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตรบุตร และหลักฐานของเหตุหย่า
- ยื่นคำฟ้อง ต่อศาลเยาวชนและครอบครัว พร้อมคำขอเรื่องบุตร ทรัพย์สิน ค่าทดแทน หรือค่าเลี้ยงชีพที่ต้องการ
- ศาลส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ให้อีกฝ่าย ซึ่งต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177)
- ไกล่เกลี่ยหรือสืบพยาน ถ้าอีกฝ่ายมาและโต้แย้ง ศาลจะจัดให้มีการไกล่เกลี่ยก่อน ถ้าตกลงไม่ได้จึงสืบพยาน
- คำพิพากษาและคดีถึงที่สุด เมื่อพ้นระยะอุทธรณ์ ขอหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด แล้วนำไปบันทึกการหย่าที่สำนักทะเบียน
ถ้าอีกฝ่ายไม่มาศาล หรือไม่ยื่นคำให้การ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าอีกฝ่ายได้รับหมายเรียกแล้วไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด กฎหมายถือว่า "ขาดนัดยื่นคำให้การ" (มาตรา 197) แต่คดีไม่ได้จบลงอัตโนมัติ ผู้ฟ้องต้องยื่นคำขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดภายใน 15 วันนับแต่ระยะเวลายื่นคำให้การสิ้นสุด ถ้าไม่ยื่น ศาลจะจำหน่ายคดี (มาตรา 198)
คดีหย่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว มาตรา 198 ทวิ จึงกำหนดให้ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ไปฝ่ายเดียว ผู้ฟ้องจึงยังต้องเบิกความและนำพยานมายืนยันเหตุหย่า ถ้าพยานไม่พอ ศาลยกฟ้องได้แม้อีกฝ่ายไม่มาเลย
ถ้าส่งหมายถึงตัวไม่ได้ ศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีอื่น เช่น ปิดหมายไว้ที่ภูมิลำเนา หรือลงโฆษณา ซึ่งมีผลเมื่อพ้น 15 วันหรือระยะเวลาที่ศาลกำหนด (มาตรา 79) และถ้าศาลสงสัยว่าอีกฝ่ายอาจไม่ทราบหมายจริง ศาลสั่งให้ส่งหมายใหม่ได้ ดูตัวอย่างประกอบได้ที่ ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ไปศาล ศาลตัดสินให้หย่าได้หรือไม่
ศาลพิพากษาแล้ว อีกฝ่ายยังกลับมาสู้คดีได้ไหม
ได้ในบางช่วงเวลา กฎหมายเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ขาดนัดกลับมาต่อสู้ได้ จึงควรรู้ไว้เพื่อไม่ตกใจหากเกิดขึ้น
- ก่อนศาลพิพากษา ถ้ามาศาลและแจ้งว่าจะต่อสู้คดี และศาลเห็นว่าการขาดนัดไม่ได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร ศาลอาจอนุญาตให้ยื่นคำให้การ (มาตรา 199)
- หลังศาลพิพากษาโดยขาดนัด อีกฝ่ายอาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ส่งคำบังคับ และต้องอธิบายเหตุที่ขาดนัดและเหตุที่อาจชนะคดี (มาตรา 199 ตรี และ 199 จัตวา)
- อุทธรณ์ คู่ความที่ไม่พอใจคำพิพากษาอุทธรณ์ได้ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229)
เมื่อพ้นช่วงเหล่านี้และคดีถึงที่สุด ผู้ฟ้องไปบันทึกการหย่าที่สำนักทะเบียนได้เพียงฝ่ายเดียว โดยใช้สำเนาคำพิพากษาที่รับรองถูกต้องและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ไม่ต้องให้อีกฝ่ายไปด้วย
คำถามที่พบบ่อย
อีกฝ่ายไม่ยอมไปอำเภอ แต่ยอมตกลงหย่าในศาล ทำได้ไหม
ทำได้ ระหว่างคดีถ้าตกลงกันได้ ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามนั้น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138) ซึ่งมักจบเร็วกว่าการสืบพยานจนถึงที่สุด แต่ควรเขียนเรื่องบุตร ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายให้ครบในสัญญา
ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน ฟ้องหย่าได้หรือไม่
ฟ้องได้ ผู้ฟ้องควรให้ที่อยู่ล่าสุดที่ทราบ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หากส่งหมายไม่ได้ ศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีอื่น ถ้าอีกฝ่ายหายไปโดยไม่มีใครทราบข่าวเกิน 3 ปี ยังอาจเป็นเหตุฟ้องหย่าตามมาตรา 1516 (5) ได้ด้วย
อีกฝ่ายขาดนัดแล้ว ศาลต้องให้หย่าทุกคดีไหม
ไม่ ศาลพิพากษาให้ชนะคดีโดยขาดนัดได้เฉพาะเมื่อคำฟ้องมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย และในคดีครอบครัวศาลต้องฟังพยานของผู้ฟ้องเสมอ ถ้าเหตุหย่าพิสูจน์ไม่ได้หรือหมดสิทธิฟ้องไปแล้ว ศาลก็ยกฟ้องได้
ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว ขอเรื่องลูกและทรัพย์สินไปพร้อมกันได้ไหม
ได้ และควรขอในคดีเดียวกัน ทั้งผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร (มาตรา 1520) ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร (มาตรา 1522) และการแบ่งสินสมรส ส่วนค่าเลี้ยงชีพต้องฟ้องหรือฟ้องแย้งในคดีหย่าเท่านั้น ไม่เช่นนั้นสิทธิสิ้นสุด (มาตรา 1526)
ระหว่างที่คดียังไม่จบ ยังถือว่าเป็นคู่สมรสกันอยู่ไหม
ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ การหย่าโดยคำพิพากษามีผลเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุด (มาตรา 1531) จึงยังจดทะเบียนสมรสกับคนอื่นไม่ได้ และควรระมัดระวังเรื่องการจัดการทรัพย์สินในช่วงนี้
ควรเริ่มอย่างไร
ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า อย่าเพิ่งตัดสินใจจากความโกรธหรือความเหนื่อยล้าเพียงอย่างเดียว ให้เริ่มจากการแยกให้ชัดว่ามีเหตุตามกฎหมายข้อใด ยังอยู่ในกำหนดหรือไม่ และมีหลักฐานอะไรบ้าง จากนั้นค่อยวางแผนว่าจะเจรจาก่อนหรือฟ้องเลย
การปรึกษาทนายความคดีครอบครัวตั้งแต่ต้นช่วยให้คำฟ้องครบทุกประเด็น ตั้งแต่เหตุหย่า เรื่องบุตร ไปจนถึงทรัพย์สิน และช่วยเตรียมพยานให้พร้อมแม้อีกฝ่ายจะไม่มาศาล ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในคดีลักษณะนี้
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
