ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เลิกกัน ลูกอยู่กับใคร และพ่อต้องทำอะไรก่อน

ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และพ่อยังไม่เคยจดทะเบียนรับรองบุตร กฎหมายถือว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่เท่านั้น เมื่อเลิกกัน อำนาจปกครองจึงอยู่กับแม่แต่ผู้เดียว พ่อต้องทำให้ตนเป็นบิดาตามกฎหมายก่อน จึงจะมีสิทธิในตัวลูกได้

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ทำไมลูกจึงอยู่กับแม่

เพราะกฎหมายผูกความเป็นพ่อไว้กับการสมรสหรือการรับรองบุตร ไม่ได้ผูกกับความเป็นพ่อทางสายเลือดเพียงอย่างเดียว

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 บัญญัติว่า เด็กที่เกิดจากหญิงซึ่งไม่ได้สมรสกับชาย ให้ถือว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของหญิงนั้น ส่วนพ่อยังไม่ถือเป็นบิดาตามกฎหมาย

มาตรา 1566 กำหนดให้บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา เมื่อพ่อยังไม่ใช่บิดาตามกฎหมาย อำนาจปกครองจึงมีแม่เป็นผู้ใช้เพียงคนเดียว ตั้งแต่ลูกเกิดจนถึงวันที่เลิกกัน

ผลในทางปฏิบัติคือ แม่เป็นผู้กำหนดที่อยู่ของลูก ตัดสินใจเรื่องการเรียนและการรักษาพยาบาล และเป็นผู้ลงนามแทนลูกในเรื่องสำคัญ

พ่อที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีสิทธิในตัวลูกแค่ไหน

ก่อนรับรองบุตร พ่อแทบไม่มีสิทธิตามกฎหมายครอบครัวที่จะบังคับเรื่องตัวลูกได้ แม้จะเลี้ยงดูมาตลอด หรือมีชื่อในสูติบัตรก็ตาม

เรื่องก่อนพ่อรับรองบุตรหลังเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ
อำนาจปกครองแม่แต่ผู้เดียวพ่อและแม่ร่วมกัน ตามมาตรา 1566
สิทธิติดต่อและพบลูกขึ้นกับความยินยอมของแม่เป็นหลักบิดามารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรตามควรแก่พฤติการณ์ ตามมาตรา 1584/1
หน้าที่ค่าเลี้ยงดูต้องให้ความเป็นบิดาได้รับการรับรองก่อน หรือฟ้องรวมไปในคดีรับรองบุตรมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1564
สิทธิรับมรดกของลูกลูกอาจรับมรดกพ่อได้ ถ้าพ่อได้รับรองบุตรโดยพฤตินัยแล้ว ตามมาตรา 1627ลูกเป็นผู้สืบสันดานโดยชอบ

เรื่องมรดกเป็นสิทธิของลูก ไม่ได้ทำให้พ่อมีอำนาจปกครอง ดังนั้นการที่ลูกใช้นามสกุลพ่อ หรือพ่อส่งเสียค่าเรียนมาตลอด ก็ยังไม่ทำให้พ่อตัดสินใจแทนลูกได้

อ่านสิทธิของลูกในภาพรวมได้ที่ บุตรนอกกฎหมาย มีสิทธิอะไรบ้าง

พ่ออยากมีสิทธิในตัวลูก ต้องทำอะไรบ้าง

มาตรา 1547 เปิดไว้ 3 ทาง ที่จะทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ พ่อต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง

  1. จดทะเบียนสมรสกับแม่ในภายหลัง ทางนี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อทั้งสองยังคิดจะอยู่ด้วยกัน จึงมักไม่ใช่ทางของคู่ที่เลิกกันแล้ว
  2. จดทะเบียนรับรองบุตรที่สำนักทะเบียน ต้องได้รับความยินยอมทั้งจากแม่และจากเด็ก ตามมาตรา 1548 ถ้าทั้งสองไม่มาให้ความยินยอม นายทะเบียนจะแจ้งไป และถ้าไม่คัดค้านหรือไม่ให้ความยินยอมภายใน 60 วัน หรือ 180 วันหากอยู่ต่างประเทศ ให้ถือว่าไม่ยินยอม
  3. ร้องขอหรือฟ้องต่อศาล เมื่อแม่หรือเด็กไม่ยินยอม คัดค้านว่าไม่ใช่พ่อ หรือเด็กยังเล็กเกินกว่าจะให้ความยินยอมได้ ต้องมีคำพิพากษาของศาล แล้วนำไปจดทะเบียน

ในคดีที่ศาล ข้อเท็จจริงที่มักใช้ได้แก่ เอกสารของพ่อที่ยอมรับว่าเป็นลูก ชื่อพ่อในทะเบียนคนเกิดที่พ่อแจ้งเองหรือรู้และยินยอม การอยู่กินกันอย่างเปิดเผยในช่วงที่ตั้งครรภ์ หรือการที่คนทั่วไปรู้ว่าเป็นลูก ซึ่งเป็นเหตุตามมาตรา 1555 และศาลอาจให้ตรวจดีเอ็นเอประกอบ

ดูการเตรียมคดีได้ที่ การขอให้รับรองบุตรในคดีครอบครัว ต้องทำเป็นคำร้องหรือคำฟ้อง

จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว ต่อมาเลิกกัน ลูกอยู่กับใคร

เมื่อรับรองบุตรแล้ว พ่อและแม่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองร่วมกัน การแยกบ้านกันอยู่ไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดหมดอำนาจปกครองไปเอง

ถ้าตกลงกันได้ว่าลูกจะอยู่กับใคร ควรทำเป็นหนังสือให้ชัด ทั้งที่อยู่ของลูก วันเวลาที่อีกฝ่ายพบลูก และค่าเลี้ยงดู เพื่อลดการตีความกันภายหลัง

ถ้าตกลงกันไม่ได้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอให้ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาได้ ตามมาตรา 1566 (5) ศาลจะดูความผาสุกและประโยชน์ของเด็กเป็นหลัก ไม่ได้ดูว่าใครเป็นพ่อหรือแม่

ชื่อพ่อในสูติบัตรหรือการให้ลูกใช้นามสกุลพ่อ ไม่ใช่การจดทะเบียนรับรองบุตร ถ้าพ่อต้องการมีสิทธิในตัวลูกจริง ควรรีบดำเนินการรับรองบุตรตั้งแต่ยังคุยกันได้ เพราะหลังเลิกกัน แม่มักไม่ให้ความยินยอม และเรื่องจะต้องไปจบที่ศาล

แม่ต้องการให้พ่อรับผิดชอบค่าเลี้ยงดู ทำอย่างไร

แม่หรือลูกฟ้องให้พ่อรับรองบุตรพร้อมเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูไปในคดีเดียวกันได้ ไม่ต้องรอให้พ่อเต็มใจไปจดทะเบียน

  • เตรียมสูติบัตรของลูก และหลักฐานความสัมพันธ์ เช่น รูปถ่าย แชต หรือหลักฐานการอยู่ด้วยกัน
  • รวบรวมหลักฐานรายจ่ายของลูก เช่น ค่าเทอม ค่านม ค่ารักษาพยาบาล
  • เก็บข้อมูลรายได้และอาชีพของพ่อเท่าที่หาได้โดยชอบ
  • จดลำดับเหตุการณ์ เช่น วันที่เลิกกัน และวันที่พ่อหยุดส่งเงิน

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ กรณีไม่จดทะเบียนสมรส ฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรได้หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ลูกใช้นามสกุลพ่อ และพ่อแจ้งเกิดเอง พ่อมีอำนาจปกครองไหม

ยังไม่มี การแจ้งเกิดและการใช้นามสกุลเป็นหลักฐานที่ดีในคดีรับรองบุตร แต่ไม่ได้ทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของพ่อ อำนาจปกครองจึงยังอยู่กับแม่

แม่ไม่ยอมให้จดทะเบียนรับรองบุตร พ่อทำอะไรได้

พ่อต้องยื่นเรื่องต่อศาล เมื่อศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรแล้ว นายทะเบียนต้องจดทะเบียนให้ตามมาตรา 1548 ระหว่างนั้นควรรักษาความสัมพันธ์กับลูกอย่างสงบ และเก็บหลักฐานการดูแลไว้

ถ้าแม่เสียชีวิต ลูกจะอยู่กับพ่อเลยไหม

ถ้าพ่อยังไม่ได้รับรองบุตร พ่อไม่ได้อำนาจปกครองโดยอัตโนมัติ ต้องร้องขอต่อศาลให้รับรองบุตร หรืออาจมีการขอตั้งผู้ปกครองตามมาตรา 1585 สำหรับผู้เยาว์ที่ไม่มีบิดามารดา

พ่อพาลูกไปอยู่ด้วยโดยแม่ไม่ยินยอม ได้ไหม

ไม่ควรทำ เพราะพ่อไม่มีอำนาจปกครองที่จะกำหนดที่อยู่ของลูก การพาลูกไปเองมักทำให้ข้อพิพาทรุนแรงขึ้น และอาจเกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย ควรปรึกษาทนายก่อนทุกครั้ง

รับรองบุตรแล้ว แม่จะห้ามพ่อพบลูกได้ไหม

บิดามารดามีสิทธิติดต่อกับบุตรตามควรแก่พฤติการณ์ตามมาตรา 1584/1 ถ้าถูกกีดกันโดยไม่มีเหตุสมควร พ่อขอให้ศาลกำหนดวิธีพบลูกที่ชัดเจนได้

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากตรวจสถานะให้ชัดว่าพ่อเคยจดทะเบียนรับรองบุตรแล้วหรือยัง ดูจากทะเบียนที่สำนักทะเบียน ไม่ใช่ดูจากสูติบัตรเพียงอย่างเดียว

จากนั้นตัดสินใจว่าจะตกลงกันเองหรือต้องให้ศาลชี้ ทนายความด้านครอบครัวช่วยประเมินหลักฐาน เลือกช่องทางที่เร็วที่สุด และร่างข้อตกลงเรื่องที่อยู่ของลูก การพบลูก และค่าเลี้ยงดู ให้ใช้ได้จริง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ