ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร ต้องพิสูจน์อะไร ฟ้องภายในกี่ปี

ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรคือคดีที่คู่สมรสหรืออดีตคู่สมรสซึ่งกฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นพ่อ ขอให้ศาลชี้ว่าเด็กไม่ใช่บุตรของตน ต้องฟ้องเด็กและแม่ภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงการเกิดของเด็ก และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เด็กเกิด ถ้าตนแจ้งเกิดว่าเด็กเป็นลูกไว้เอง จะฟ้องไม่ได้

ทำไมสงสัยว่าไม่ใช่ลูก แต่ยังต้องฟ้องศาล

เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1536 สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ของคู่สมรส ถ้าเด็กเกิดในระหว่างสมรส หรือภายใน 310 วันนับแต่การสมรสสิ้นสุด

ข้อสันนิษฐานนี้มีไว้คุ้มครองเด็ก ผลตรวจดีเอ็นเอที่ทำกันเอง หรือการที่แม่ยอมรับว่าไม่ใช่ลูก ไม่ได้ลบสถานะนี้ไปเอง ตราบใดที่ไม่มีคำพิพากษา เด็กยังเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และยังมีสิทธิทั้งค่าเลี้ยงดูและมรดก

ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร ต้องพิสูจน์อะไร

มาตรา 1539 ให้ผู้ฟ้องพิสูจน์ได้สองทาง คือ ไม่ได้อยู่ร่วมกับแม่ในช่วงที่อาจตั้งครรภ์ หรือ ไม่อาจเป็นพ่อของเด็กได้ด้วยเหตุอื่น

  • ช่วงที่อาจตั้งครรภ์ตามกฎหมาย คือระหว่าง 180 ถึง 310 วันก่อนเด็กเกิด เช่น ช่วงนั้นทำงานอยู่ต่างประเทศ หรือแยกกันอยู่คนละที่จริง
  • เหตุอื่นที่ไม่อาจเป็นพ่อได้ ในทางปฏิบัติมักพิสูจน์ด้วยผลตรวจทางพันธุกรรมที่ศาลสั่ง
  • ต้องฟ้องทั้งเด็กและแม่เป็นจำเลยร่วมกัน ถ้าแม่เสียชีวิตแล้ว ฟ้องเด็กได้ฝ่ายเดียว
  • ถ้าเด็กเสียชีวิตแล้ว ยื่นคำร้องขอให้ศาลแสดงว่าเด็กไม่ใช่บุตรของตนได้ และศาลอาจให้พนักงานอัยการดูแลประโยชน์ของเด็ก

ฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร ต้องฟ้องภายในกี่ปี

มาตรา 1542 กำหนดให้ฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รู้ถึงการเกิดของเด็ก และไม่ว่ากรณีใด ฟ้องเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เด็กเกิดไม่ได้ กำหนดนี้นับจากการรู้ว่าเด็กเกิด ไม่ใช่นับจากวันที่เริ่มสงสัย

ผู้ฟ้องหรือผู้ขอกำหนดเวลาหลักกฎหมาย
คู่สมรสหรืออดีตคู่สมรสที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นพ่อ1 ปีนับแต่รู้ถึงการเกิด และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เด็กเกิดมาตรา 1539 และ 1542
กรณีศาลพิพากษาว่าเด็กไม่ใช่บุตรของคู่สมรสใหม่ แล้วข้อสันนิษฐานกลับมาที่คู่สมรสเดิม1 ปีนับแต่รู้ว่าคำพิพากษานั้นถึงที่สุดมาตรา 1542
ทายาทที่ได้รับผลกระทบเรื่องมรดก เมื่อผู้ที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นพ่อเสียชีวิต6 เดือนนับแต่รู้การตายหรือการเกิด แล้วแต่กรณี และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เด็กเกิดมาตรา 1544
ตัวเด็ก โดยขอให้พนักงานอัยการฟ้องแทนภายใน 1 ปีหลังบรรลุนิติภาวะหรือหลังรู้ความจริง แล้วแต่กรณี และไม่เกิน 10 ปีนับแต่บรรลุนิติภาวะมาตรา 1545
ถ้าคุณเป็นคนไปแจ้งเกิดว่าเด็กเป็นลูกของตนเอง หรือจัดให้หรือยอมให้มีการแจ้งเกิดเช่นนั้น มาตรา 1541 ห้ามฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร ก่อนลงชื่อแจ้งเกิดในช่วงที่ยังมีข้อสงสัยจริง จึงควรปรึกษาทนายก่อน

ตรวจดีเอ็นเอในคดีนี้ทำอย่างไร

ศาลมีอำนาจ สั่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 160 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 128/1

  1. ยื่นคำฟ้องพร้อมคำขอให้ศาลสั่งตรวจสารพันธุกรรม
  2. ศาลกำหนดผู้ตรวจ สถานที่ และวันเก็บตัวอย่าง ซึ่งต้องทำเท่าที่จำเป็นและให้เจ็บปวดน้อยที่สุด
  3. ถ้าเด็กอายุยังไม่ครบ 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กก่อนเก็บตัวอย่าง
  4. ผลตรวจส่งถึงศาล แล้วศาลชั่งน้ำหนักร่วมกับพยานอื่น

บุคคลมีสิทธิไม่ยินยอมให้ตรวจ แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดไม่ยินยอมหรือขัดขวางโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 160 ให้สันนิษฐานว่าข้อเท็จจริงที่ต้องการพิสูจน์เป็นผลร้ายแก่ฝ่ายนั้น อ่านเรื่องผู้รับภาระค่าตรวจได้ที่ ใครเป็นผู้มีหน้าที่จ่ายค่าตรวจดีเอ็นเอ

ระหว่างคดี ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกไหม

ระหว่างที่ยังไม่มีคำพิพากษา เด็กยังเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย หน้าที่ตามคำพิพากษาหรือข้อตกลงเรื่องค่าเลี้ยงดูเดิมจึงยังอยู่ การหยุดจ่ายเองอาจถูกบังคับคดี

ถ้าศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าเด็กไม่ใช่บุตร ความเป็นพ่อตามกฎหมายสิ้นไป หน้าที่เลี้ยงดูในอนาคตจึงสิ้นไปด้วย ส่วนเงินที่จ่ายไปแล้วจะเรียกคืนได้หรือไม่ ขึ้นกับข้อเท็จจริงและฐานที่ใช้เรียก ควรให้ทนายประเมินเป็นรายกรณี ดูหลักการกำหนดค่าเลี้ยงดูได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร

คำถามที่พบบ่อย

หย่าแล้วเด็กเกิดภายหลัง ต้องฟ้องด้วยไหม

ถ้าเด็กเกิดภายใน 310 วันนับแต่วันหย่า กฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นบุตรของอดีตคู่สมรส จึงต้องฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรภายในกำหนดเช่นกัน ถ้าเกิดหลังจากนั้นและไม่ได้สมรสกันใหม่ ข้อสันนิษฐานนี้ไม่ใช้ จึงไม่ต้องฟ้อง

แม่ยอมรับว่าไม่ใช่ลูก ไปแก้ทะเบียนที่อำเภอได้เลยไหม

ไม่ได้ การยอมรับของแม่ไม่ได้หักล้างข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1536 สถานะของเด็กเปลี่ยนได้ด้วยคำพิพากษาของศาล แม้ทุกฝ่ายตกลงกัน ก็ยังต้องผ่านคดีและให้ศาลพิจารณาประโยชน์ของเด็กด้วย

รู้ความจริงหลังเด็กอายุเกิน 10 ปีแล้ว ยังทำอะไรได้ไหม

สิทธิฟ้องของผู้ที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นพ่อหมดไปเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่เด็กเกิด ตามมาตรา 1542 ช่องทางที่ยังเหลือคือสิทธิของตัวเด็กเองที่จะขอให้อัยการฟ้องตามมาตรา 1545 ซึ่งเป็นการตัดสินใจของเด็ก

คดีนี้กระทบความรู้สึกของเด็กมาก ควรเตรียมอย่างไร

ศาลเยาวชนและครอบครัวจะฟังความเห็นของผู้อำนวยการสถานพินิจก่อนพิพากษาในคดีที่ผู้เยาว์มีส่วนได้เสีย พ่อแม่ควรตกลงกันว่าจะอธิบายให้เด็กฟังอย่างไรตามวัย และไม่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือต่อรองระหว่างคดี

ควรเริ่มอย่างไร

ทำลำดับวันที่สำคัญ คือ วันจดทะเบียนสมรส วันหย่าถ้ามี วันที่เด็กเกิด วันที่รู้ว่าเด็กเกิด และใครเป็นผู้แจ้งเกิด แล้วตรวจว่ายังอยู่ในกำหนด 1 ปีหรือไม่ เพราะเป็นจุดที่เสียสิทธิบ่อยที่สุด

จากนั้นปรึกษาทนายความด้านครอบครัวก่อนพูดคุยกับเด็กหรือฝ่ายแม่ เพื่อวางแผนคำฟ้อง คำขอตรวจดีเอ็นเอ และการดูแลผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งศาลให้ความสำคัญตลอดคดี

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ