รับรองบุตรกับบุตรบุญธรรม ต่างกันอย่างไร เทียบสิทธิในตารางเดียว

การรับรองบุตรใช้กับพ่อที่เป็นพ่อจริงทางสายเลือด ทำให้ลูกเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายย้อนไปถึงวันเกิด ส่วนการรับบุตรบุญธรรมใช้กับคนที่ไม่ใช่พ่อแม่โดยกำเนิด เช่น พ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยง โดยเด็กยังไม่ขาดสิทธิในครอบครัวเดิม สองทางนี้ใช้แทนกันไม่ได้

รับรองบุตรกับบุตรบุญธรรม ต่างกันตรงไหนบ้าง

ความต่างสำคัญคือ ทางหนึ่งยืนยันความเป็นพ่อที่มีอยู่จริง อีกทางสร้างความสัมพันธ์ทางกฎหมายขึ้นใหม่ ผลต่อสถานะ อำนาจปกครอง และมรดกจึงต่างกันหลายจุด

ประเด็นจดทะเบียนรับรองบุตรรับบุตรบุญธรรม
ใครใช้พ่อทางสายเลือดที่ไม่ได้สมรสกับแม่ผู้ที่อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี
ต้องเป็นพ่อจริงไหมต้อง ถ้าแม่หรือเด็กคัดค้านว่าไม่ใช่พ่อ ต้องให้ศาลพิพากษาไม่เกี่ยวกับสายเลือด
ฐานกฎหมายป.พ.พ. มาตรา 1547 และ 1548ป.พ.พ. มาตรา 1598/19 เป็นต้นไป
เริ่มมีผลย้อนไปตั้งแต่วันที่เด็กเกิด ตามมาตรา 1557เมื่อจดทะเบียน ตามมาตรา 1598/27
ความสัมพันธ์กับครอบครัวเดิมเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของทั้งพ่อและแม่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวเดิม แต่พ่อแม่โดยกำเนิดหมดอำนาจปกครอง
เด็กรับมรดกของผู้นั้นได้ ในฐานะผู้สืบสันดานได้ ในฐานะผู้สืบสันดาน ตามมาตรา 1627
ผู้นั้นรับมรดกของเด็กได้ ในฐานะบิดาไม่ได้ในฐานะทายาทโดยธรรม ตามมาตรา 1598/29
เลิกได้ไหมไม่มีการเลิกเพราะเปลี่ยนใจเลิกได้ตามเงื่อนไขมาตรา 1598/31 เป็นต้นไป

พ่อแท้ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ ควรเลือกทางไหน

ทางที่ตรงกับข้อเท็จจริงคือ จดทะเบียนรับรองบุตร หรือจดทะเบียนสมรสกับแม่ในภายหลัง ซึ่งมาตรา 1547 ก็ทำให้เด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

การไปรับลูกของตัวเองเป็นบุตรบุญธรรมแทน ทำให้ได้ผลด้อยกว่า เช่น พ่อจะไม่มีสิทธิรับมรดกของลูกในฐานะทายาทโดยธรรม และไม่ได้ยืนยันความเป็นพ่อที่แท้จริงไว้ในทะเบียน

ขั้นตอนจดทะเบียนรับรองบุตรตามมาตรา 1548 มีดังนี้

  1. พ่อยื่นคำร้องขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนที่สำนักทะเบียน
  2. เด็กและแม่ให้ความยินยอม ถ้ามาพร้อมกันที่สำนักทะเบียนก็ดำเนินการได้ในวันนั้น
  3. ถ้าเด็กหรือแม่ไม่มาให้ความยินยอม นายทะเบียนจะแจ้งไป หากไม่คัดค้านหรือให้ความยินยอมภายใน 60 วัน หรือ 180 วันถ้าอยู่ต่างประเทศ ให้สันนิษฐานว่าไม่ยินยอม
  4. ถ้าเด็กหรือแม่คัดค้าน ไม่ยินยอม หรือให้ความยินยอมไม่ได้ เช่น เด็กยังเล็กมาก ต้องยื่นคำร้องให้ศาลพิพากษาก่อน
  5. นำคำพิพากษาไปให้นายทะเบียนจดทะเบียนให้

อ่านเทคนิคการเตรียมคดีเมื่อต้องพึ่งศาลได้ที่ เรื่องน่ารู้และวิธีฟ้องคดีให้รับเด็กเป็นบุตร

พ่อเลี้ยงอยากให้ลูกของคู่สมรสเป็นลูกตามกฎหมาย ทำอย่างไร

พ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงไม่ใช่พ่อแม่ทางสายเลือด จึงใช้การรับรองบุตรไม่ได้ ทางที่กฎหมายเปิดไว้คือการรับบุตรบุญธรรม ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไขหลายข้อ

  • ผู้รับต้องอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และแก่กว่าเด็กอย่างน้อย 15 ปี ตามมาตรา 1598/19
  • ถ้าเด็กอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี เด็กต้องให้ความยินยอมด้วยตนเอง ตามมาตรา 1598/20
  • ถ้าเด็กเป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ที่มีอำนาจปกครอง ตามมาตรา 1598/21
  • ผู้รับที่มีคู่สมรสต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ตามมาตรา 1598/25
  • ถ้าเด็กเป็นผู้เยาว์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมก่อนจดทะเบียน ตามมาตรา 1598/27

ในทางปฏิบัติ การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมต้องยื่นเรื่องผ่านหน่วยงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ตาม พ.ร.บ.การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 แล้วจึงจดทะเบียนที่สำนักทะเบียน จึงใช้เวลานานกว่าการรับรองบุตรมาก

ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล คู่สมรสไม่ว่าเพศใดก็รับบุตรบุญธรรมได้ตามหลักเดียวกัน

มาตรา 1598/28 กำหนดให้พ่อแม่โดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรม ก่อนรับบุตรของคู่สมรสเป็นบุตรบุญธรรม ควรสอบถามหน่วยงานและทนายให้ชัดว่าอำนาจปกครองของคู่สมรสฝ่ายที่เป็นพ่อหรือแม่โดยกำเนิดจะเป็นอย่างไรหลังจดทะเบียน

ผลต่ออำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดู ต่างกันอย่างไร

เมื่อจดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว พ่อมีสถานะเป็นบิดาตามกฎหมายเต็มที่ จึงมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1564 และมีส่วนในอำนาจปกครองร่วมกับแม่ตามหลักทั่วไป

ส่วนบุตรบุญธรรมมีฐานะอย่างเดียวกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้รับตามมาตรา 1598/28 ผู้รับจึงมีหน้าที่เลี้ยงดูและใช้อำนาจปกครอง ขณะที่เด็กยังไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวที่ได้กำเนิดมา เช่น สิทธิรับมรดกของพ่อแม่โดยกำเนิด

ถ้าภายหลังพ่อแม่หย่ากัน เรื่องลูกจะเข้าสู่หลักเรื่องอำนาจปกครองหลังหย่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว

คำถามที่พบบ่อย

บุตรบุญธรรมรับมรดกได้เท่าลูกแท้ไหม

มาตรา 1627 ให้ถือว่าบุตรบุญธรรมเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย จึงรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมในลำดับเดียวกับลูกแท้ ส่วนประเด็นการรับมรดกแทนที่มีรายละเอียดเฉพาะ ดูได้ที่ บุตรบุญธรรมรับมรดกแทนที่ได้หรือไม่

จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว เปลี่ยนนามสกุลลูกได้เลยไหม

การจดทะเบียนรับรองบุตรเป็นเรื่องสถานะ ส่วนการใช้ชื่อสกุลมีขั้นตอนตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคลแยกต่างหาก ควรสอบถามสำนักทะเบียนเรื่องเอกสารที่ต้องใช้

พ่อแท้ไม่ยอมรับรองบุตร แม่ทำอะไรได้บ้าง

เด็กหรือผู้แทนโดยชอบธรรมฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตรได้ เมื่อมีข้อเท็จจริงตามมาตรา 1555 เช่น ชื่อในทะเบียนคนเกิดหรือการอยู่กินกันอย่างเปิดเผย และขอค่าอุปการะเลี้ยงดูไปในคดีเดียวกันได้

ถ้ารับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว พ่อแท้ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูไหม

บุตรบุญธรรมไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวเดิมตามมาตรา 1598/28 แต่ผลต่อหน้าที่เลี้ยงดูของพ่อแม่โดยกำเนิดในแต่ละกรณีควรให้ทนายประเมิน เพราะขึ้นกับสถานะทางกฎหมายของพ่อแท้ด้วย

ควรเริ่มอย่างไร

ตอบคำถามแรกให้ชัดก่อนว่า ผู้ที่ต้องการเป็นพ่อตามกฎหมายเป็นพ่อทางสายเลือดหรือไม่ ถ้าใช่ ให้เริ่มจากการจดทะเบียนรับรองบุตร ถ้าไม่ใช่ ให้เริ่มติดต่อหน่วยงานเรื่องการรับบุตรบุญธรรม

ถ้ามีข้อขัดแย้ง เช่น แม่ไม่ยินยอม เด็กยังเล็กเกินจะให้ความยินยอม หรือพ่อแท้ยังมีอำนาจปกครองอยู่ ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวเพื่อวางลำดับขั้นตอนให้ถูกตั้งแต่ต้น

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ