ฟ้องเอาลูกคืน 5 ขั้นตอน เมื่ออีกฝ่ายพาลูกไปหรือไม่ยอมคืน

ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิเรียกบุตรคืนจากบุคคลที่กักบุตรไว้โดยมิชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 1567 (4) แต่ถ้าคนที่พาลูกไปเป็นพ่อหรือแม่ที่มีอำนาจปกครองเท่ากับคุณ ศาลต้องชี้ก่อนว่าใครควรใช้อำนาจปกครอง แล้วจึงสั่งเรื่องตัวเด็ก

ใครมีสิทธิฟ้องเอาลูกคืน

คำตอบขึ้นกับว่าใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองในขณะนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1566 ให้บุตรผู้เยาว์อยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา เว้นแต่กรณีที่กฎหมายหรือศาลกำหนดให้อยู่กับฝ่ายเดียว

สถานะของพ่อแม่ใครมีอำนาจปกครองทางที่ใช้ได้
ยังเป็นคู่สมรส ยังไม่หย่าทั้งสองฝ่ายร่วมกันขอศาลสั่งให้ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง (มาตรา 1566 (5)) หรือขอในคดีหย่า
หย่าแล้ว มีข้อตกลงหรือคำพิพากษาให้คุณคนเดียวคุณเรียกคืนตามมาตรา 1567 (4) และบังคับตามคำพิพากษาเดิม
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส พ่อยังไม่รับรองบุตรแม่คนเดียว เพราะเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ (มาตรา 1546)แม่เรียกคืนได้ ส่วนพ่อต้องทำให้ความเป็นพ่อชัดเจนตามกฎหมายก่อน
ปู่ย่าตายายหรือญาติรับไปเลี้ยงแล้วไม่คืนยังเป็นของพ่อแม่พ่อแม่ผู้ใช้อำนาจปกครองเรียกคืนได้

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอำนาจปกครองหลังหย่าอยู่กับใคร อ่านพื้นฐานได้ที่ อำนาจปกครองบุตรหลังหย่า ร่วมกันหรือคนเดียว

ฟ้องเอาลูกคืน มีขั้นตอนอย่างไร

เส้นทางที่ใช้บ่อยมี 5 ขั้นตอน ตั้งแต่เก็บเอกสารจนถึงบังคับตามคำสั่งศาล

  1. รวบรวมเอกสารสถานะ สูติบัตรลูก ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนการหย่า บันทึกข้อตกลง หรือคำพิพากษาเรื่องอำนาจปกครอง
  2. จดบันทึกเหตุการณ์ วันที่ลูกถูกพาไป สถานที่ที่คาดว่าเด็กอยู่ และความพยายามติดต่อที่ผ่านมา
  3. ส่งคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างสุภาพ หรือขอไกล่เกลี่ยก่อน ถ้าปลอดภัยและยังพอคุยกันได้
  4. ยื่นคำฟ้องหรือคำร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ขอให้ส่งตัวบุตรคืนหรือกำหนดผู้ใช้อำนาจปกครอง และขอให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวเกี่ยวกับตัวเด็กระหว่างพิจารณาถ้าเร่งด่วน
  5. ไปตามนัดไกล่เกลี่ยและสืบพยาน เมื่อศาลมีคำสั่งแล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตาม ให้แจ้งศาลเพื่อดำเนินการตามคำสั่งต่อไป

ขั้นที่ 1 ถึง 3 ไม่ควรใช้เวลานาน เพราะยิ่งเด็กอยู่ที่ใหม่นานเท่าไร อีกฝ่ายก็จะอ้างความคุ้นเคยของเด็กกับสภาพแวดล้อมนั้นได้มากขึ้น

ศาลดูอะไรเมื่อตัดสินว่าลูกควรอยู่กับใคร

ศาลให้น้ำหนักกับความผาสุกและประโยชน์ของเด็กเป็นหลัก ตามหลักในมาตรา 1520 ไม่ใช่ดูว่าพ่อหรือแม่ฝ่ายไหนเสียใจมากกว่า ปัจจัยที่มักถูกพิจารณา ได้แก่

  • ใครเป็นผู้เลี้ยงดูหลักมาตลอด และเด็กผูกพันกับใคร
  • ความต่อเนื่องของโรงเรียน ที่อยู่ และการรักษาพยาบาล
  • ความปลอดภัย เช่น ประวัติความรุนแรง สุรา หรือยาเสพติด
  • ความเห็นของเด็กเมื่อโตพอจะให้เหตุผลได้
  • พฤติกรรมของพ่อแม่ เช่น การซ่อนเด็ก หรือการกีดกันไม่ให้อีกฝ่ายพบลูก

แจ้งความตำรวจได้แค่ไหน เมื่อคนพาไปเป็นพ่อหรือแม่

แจ้งความได้ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกกรณีจะเป็นความผิดอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ลงโทษผู้พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปจากบิดามารดาหรือผู้ดูแลโดยปราศจากเหตุอันสมควร คำถามสำคัญจึงอยู่ที่คำว่า "เหตุอันสมควร"

เมื่อผู้พาไปเป็นพ่อหรือแม่ที่ยังมีอำนาจปกครองและพาไปเพื่อเลี้ยงดูโดยสุจริต ศาลมักไม่ถือว่าผิดฐานนี้ ตำรวจจึงมักแนะนำให้ใช้ทางแพ่ง แต่ถ้ามีคำพิพากษาให้คุณเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองคนเดียวแล้ว หรือมีพฤติการณ์ซ่อนเด็กหรือทำร้ายเด็ก น้ำหนักจะต่างไปมาก

ถ้าเด็กตกอยู่ในอันตราย ให้แจ้งเหตุด่วนต่อตำรวจหรือศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 ได้ทันที ความปลอดภัยของเด็กมาก่อนการต่อสู้คดี

อย่าใช้วิธีแย่งตัวเด็กกลับเองด้วยกำลังหรือดักรอที่โรงเรียน นอกจากจะเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเด็กแล้ว ยังอาจกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลนำมาพิจารณาว่าฝ่ายไหนคำนึงถึงประโยชน์ของลูกมากกว่า

ถ้าอีกฝ่ายพาลูกออกนอกประเทศ

กรณีนี้มีกลไกตามอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการลักพาเด็กข้ามชาติ ซึ่งไทยเป็นภาคีและมีกฎหมายอนุวัติการตั้งแต่ปี 2555 ผู้ที่มีสิทธิดูแลเด็กอาจขอให้ส่งเด็กกลับถิ่นที่อยู่ปกติได้ ถ้าประเทศปลายทางเป็นภาคีที่ใช้บังคับกับไทยด้วย

ถ้ายังไม่ได้พาไป แต่มีสัญญาณว่าจะพาไป ควรรีบดำเนินการป้องกันก่อน อ่านแนวทางได้ที่ สามีต่างชาติจะพาลูกกลับประเทศ ป้องกันได้ยังไง

คำถามที่พบบ่อย

ปู่ย่าไม่ยอมคืนหลานให้แม่ ทำอย่างไร

ปู่ย่าตายายไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงเพราะเลี้ยงหลานมา แม่หรือพ่อที่มีอำนาจปกครองจึงเรียกเด็กคืนได้ตามมาตรา 1567 (4) ควรเริ่มจากเจรจาอย่างสงบก่อน ถ้าไม่ได้ผลจึงยื่นคำร้องต่อศาล

ลูกอายุ 15 ปีแล้ว และอยากอยู่กับอีกฝ่าย

ศาลจะฟังความเห็นของเด็กที่โตพอประกอบการพิจารณา แต่ไม่ได้ผูกพันตามนั้นทุกกรณี และเรื่องความผิดอาญามาตรา 317 ใช้กับเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เด็กที่โตกว่านั้นมีบทกฎหมายอื่นที่ดูเรื่องความสมัครใจของเด็กด้วย

ชนะคดีแล้ว อีกฝ่ายยังไม่ส่งลูกคืน

ให้แจ้งศาลที่มีคำสั่งเพื่อดำเนินการตามคำพิพากษา และถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองที่ศาลตั้งไว้ประพฤติไม่สมควร มาตรา 1521 ให้ศาลเปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองได้ เหตุที่ศาลใช้ถอนอำนาจปกครองอ่านได้ที่ เหตุใดบ้างที่ศาลจะสั่งถอนอำนาจปกครองบุตร

ระหว่างรอคดี ลูกควรอยู่กับใคร

ถ้ามีเหตุเร่งด่วน ขอให้ศาลกำหนดวิธีการชั่วคราวเกี่ยวกับตัวเด็กและการติดต่อระหว่างพิจารณาได้ ศาลจะดูความปลอดภัยและความต่อเนื่องในชีวิตของเด็กเป็นหลัก

ต้องแจ้งความก่อนจึงจะฟ้องได้ไหม

ไม่จำเป็น คดีแพ่งเรื่องอำนาจปกครองและการเรียกบุตรคืนยื่นต่อศาลได้เลย บันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจเป็นเพียงหลักฐานประกอบว่าเกิดเหตุเมื่อใด

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากตรวจสถานะของตัวเองให้ชัด ว่าคุณมีอำนาจปกครองคนเดียว ร่วมกับอีกฝ่าย หรือยังไม่มีในทางกฎหมาย เพราะคำตอบนี้กำหนดว่าจะยื่นคำร้องแบบใด

ถ้าลูกถูกพาไปแล้วและติดต่อไม่ได้ ควรปรึกษาทนายความคดีครอบครัวโดยเร็ว เพื่อยื่นคำร้องพร้อมขอวิธีการชั่วคราวให้ทันสถานการณ์ และวางแผนให้ลูกได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ