การหย่าเป็นโมฆะคืออะไร ถูกปลอมลายเซ็นหรือถูกบังคับหย่าทำอย่างไร

การหย่าโดยความยินยอมต้องเกิดจากเจตนาของทั้งสองฝ่าย ถ้าลายมือชื่อถูกปลอม หรือมีคนสวมรอยไปจดทะเบียนแทน การหย่านั้นไม่มีผลเพราะไม่มีความยินยอมจริง ส่วนถ้าถูกข่มขู่ให้เซ็น การหย่าเป็นโมฆียะ ต้องรีบบอกล้างและฟ้องศาลภายในกำหนดเวลา

การหย่าเป็นโมฆะได้ด้วยเหตุอะไรบ้าง

คำว่า "การหย่าเป็นโมฆะ" ที่คนทั่วไปใช้ ในทางกฎหมายต้องแยกโมฆะกับโมฆียะให้ออก เพราะกำหนดเวลาและวิธีดำเนินการต่างกันมาก

การหย่าโดยความยินยอมเป็นนิติกรรมอย่างหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือ มีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 และสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนตามมาตรา 1515 หลักทั่วไปเรื่องโมฆะและโมฆียะจึงนำมาใช้ได้

เหตุที่เกิดขึ้นผลโดยหลักต้องรีบแค่ไหน
ลายมือชื่อถูกปลอม หรือมีคนสวมรอยไปจดทะเบียนไม่มีการแสดงเจตนาของเรา การหย่าจึงไม่มีผลไม่มีกำหนดแบบโมฆียะ แต่ควรรีบเพื่อไม่ให้ผลกระทบลามไป
ถูกหลอกว่าเซ็นเอกสารอย่างอื่น ไม่รู้ว่าเป็นการหย่าอาจเป็นสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ซึ่งเป็นโมฆะพิสูจน์ยาก ยิ่งช้ายิ่งเสียเปรียบ
ถูกข่มขู่ให้ไปจดทะเบียนหย่าโมฆียะ ตามมาตรา 164บอกล้างภายใน 1 ปีนับแต่พ้นจากการข่มขู่ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่จดทะเบียน
ถูกหลอกลวงจนยอมหย่าอาจเป็นโมฆียะเพราะกลฉ้อฉลอยู่ในกรอบเวลาตามมาตรา 181 เช่นเดียวกัน

ถ้าเป็นโมฆะ มาตรา 172 ให้ผู้มีส่วนได้เสียคนใดยกขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ และให้สัตยาบันไม่ได้ ส่วนโมฆียะยังมีผลไปก่อนจนกว่าจะถูกบอกล้าง

ถูกปลอมลายมือชื่อ หรือมีคนสวมรอยจดทะเบียนหย่า ทำอย่างไร

ตามแนวปฏิบัติที่กรมการปกครองชี้แจงไว้ คู่หย่าต้องไปลงลายมือชื่อต่อหน้านายทะเบียนด้วยตนเอง มอบอำนาจให้ผู้อื่นลงชื่อแทนไม่ได้ ถ้ามีการหย่าที่เราไม่ได้ไปเอง จึงมักมีการปลอมเอกสารหรือการสวมรอยเกิดขึ้น

  1. ขอคัดสำเนาทะเบียนการหย่าและเอกสารประกอบคำร้องจากสำนักทะเบียนที่จดทะเบียน เพื่อดูลายมือชื่อ พยาน และวันเวลา
  2. จดว่าในวันและเวลานั้นเราอยู่ที่ไหน พร้อมหลักฐาน เช่น เวลาเข้างาน ตั๋วเดินทาง หรือตราประทับหนังสือเดินทาง
  3. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพราะการปลอมเอกสาร และการแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จลงในเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 เป็นความผิดอาญา
  4. ปรึกษาทนายเพื่อฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัว ขอให้พิพากษาว่าการหย่าไม่มีผล และให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่า

ในคดีลักษณะนี้ พยานสองคนที่ลงชื่อในหนังสือหย่ามักเป็นจุดสำคัญ ถ้าพยานไม่รู้จักเรา หรือยอมรับว่าไม่ได้เห็นเราลงชื่อ ข้อเท็จจริงจะชัดขึ้นมาก อ่านเรื่องการหย่าต่างสำนักทะเบียนและข้อห้ามมอบอำนาจได้ที่ มอบอำนาจจดทะเบียนหย่าได้ไหม

ถูกบังคับให้เซ็นหย่า ต้องรีบแค่ไหน

การข่มขู่ที่ทำให้นิติกรรมเป็นโมฆียะตามมาตรา 164 ต้องเป็นภัยที่ใกล้จะถึงและร้ายแรง ถึงขนาดที่วิญญูชนจะกลัว และถ้าไม่ถูกขู่ก็จะไม่ทำนิติกรรมนั้น เช่น ถูกขู่ทำร้ายร่างกายตนเองหรือลูก

ความกดดันทางอารมณ์ทั่วไป หรือการขู่ว่าจะใช้สิทธิตามปกติ เช่น ขู่ว่าจะฟ้องหย่า มักไม่พอ เพราะกฎหมายแยกเรื่องการใช้สิทธิตามปกติออกจากการข่มขู่

กำหนด 1 ปีตามมาตรา 181 เริ่มนับเมื่อพ้นจากการข่มขู่แล้ว ไม่ใช่เมื่อพร้อมใจจะสู้ และถ้าหลังพ้นภัยแล้วเรายังทำเหมือนยอมรับการหย่า เช่น แบ่งทรัพย์ตามข้อตกลงหย่าโดยไม่โต้แย้ง อีกฝ่ายอาจอ้างว่าเรายอมรับการหย่านั้นแล้ว

หลักฐานที่ช่วยพิสูจน์การข่มขู่ ได้แก่ ข้อความขู่ บันทึกแจ้งความ ใบรับรองแพทย์ หรือพยานที่รู้เห็น ควรเก็บไว้ตั้งแต่วันแรก แม้ยังไม่แน่ใจว่าจะดำเนินคดี

ฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนหย่า มีขั้นตอนอย่างไร

นายทะเบียนไม่ได้มีหน้าที่ชี้ขาดว่าใครปลอมเอกสาร เมื่อมีข้อพิพาท ทางที่ชัดที่สุดคือให้ศาลมีคำพิพากษา แล้วนำคำพิพากษาไปให้นายทะเบียนดำเนินการ

  1. ทนายตรวจเอกสารทะเบียน และเลือกฐานของคดีว่าเป็นโมฆะหรือโมฆียะ
  2. ถ้าเป็นโมฆียะ ส่งหนังสือบอกล้างถึงอีกฝ่ายให้มีหลักฐานชัดเจน
  3. ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ ขอให้พิพากษาว่าการหย่าไม่มีผล และให้เพิกถอนการจดทะเบียนหย่า
  4. สืบพยาน เช่น ผู้เชี่ยวชาญตรวจลายมือชื่อ พยานในหนังสือหย่า และเจ้าหน้าที่สำนักทะเบียน
  5. เมื่อคดีถึงที่สุด นำคำพิพากษาไปยื่นต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในทะเบียน

ผู้ที่ต้องเป็นคู่ความในคดีอาจไม่ได้มีแค่คู่สมรส ทนายจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าควรเรียกใครเข้ามาในคดีบ้าง เพื่อให้คำพิพากษาใช้บังคับได้ครบ

ถ้าอีกฝ่ายไปจดทะเบียนสมรสใหม่แล้ว หรือโอนทรัพย์ไปแล้ว

เรื่องจะซับซ้อนขึ้นทันที ถ้าการหย่าไม่มีผล เราก็ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ และมาตรา 1452 ห้ามสมรสขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่ การสมรสใหม่ที่ฝ่าฝืนข้อนี้เป็นโมฆะตามมาตรา 1495

ส่วนทรัพย์ที่ถูกโอนไปให้บุคคลอื่นหลังการหย่า อาจมีประเด็นเรื่องบุคคลภายนอกผู้สุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ยิ่งปล่อยไว้นาน ทรัพย์ยิ่งเปลี่ยนมือหลายทอด การติดตามคืนก็ยิ่งยาก

อีกกรณีที่คนมักสับสนคือการหย่าที่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจหย่าจริงแต่ยังอยู่ด้วยกัน หรือการหย่าที่เจ้าหนี้มองว่าทำเพื่อหนีหนี้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการปลอมหรือข่มขู่ อ่านได้ที่ จดทะเบียนหย่าแล้วยังอยู่บ้านเดียวกัน ถือว่าการหย่าเป็นโมฆะหรือไม่ และ ตกลงหย่ากันแล้วทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ฟ้องเพิกถอนได้หรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

เพิ่งรู้ว่าถูกจดทะเบียนหย่าไปแล้วหลายปี ยังแก้ได้ไหม

ถ้าเป็นกรณีไม่มีความยินยอมเลย เช่น ถูกปลอมลายมือชื่อ หลักเรื่องโมฆะไม่ได้มีกำหนดเวลาแบบโมฆียะ แต่หลักฐานจะหายไปตามเวลา และอาจมีการโอนทรัพย์หรือสมรสใหม่เกิดขึ้นแล้ว ควรเริ่มทันทีที่รู้

เซ็นหนังสือหย่าไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ไปจดทะเบียน ต้องเพิกถอนไหม

การหย่าโดยความยินยอมสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนตามมาตรา 1515 ถ้ายังไม่จดทะเบียน การหย่ายังไม่เกิด แต่ถ้าเซ็นเพราะถูกขู่ ควรเก็บหลักฐานไว้ และอาจแจ้งให้อีกฝ่ายทราบเป็นหนังสือว่าไม่ประสงค์จะหย่า

คดีอาญาเรื่องปลอมเอกสารกับคดีครอบครัว ต้องทำพร้อมกันไหม

ไม่จำเป็นต้องพร้อมกัน แต่มักช่วยกัน การแจ้งความทำให้มีการสอบสวนและเก็บหลักฐาน ส่วนคดีครอบครัวทำให้สถานะในทะเบียนถูกแก้ไข ทนายจะวางลำดับให้เหมาะกับเรื่อง

ถ้าศาลเพิกถอนการหย่า สินสมรสที่แบ่งกันไปแล้วเป็นอย่างไร

เมื่อการหย่าไม่มีผล ทรัพย์ที่แบ่งตามข้อตกลงหย่าอาจต้องย้อนกลับมาพิจารณาใหม่ ส่วนจะคืนได้แค่ไหนขึ้นกับว่าทรัพย์ยังอยู่หรือโอนให้คนอื่นไปแล้ว ควรขอให้ทนายประเมินทรัพย์ทุกรายการ

ควรเริ่มอย่างไร

อย่าเพิ่งเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายก่อนมีเอกสารในมือ เริ่มจากขอคัดสำเนาทะเบียนการหย่า เก็บหลักฐานว่าในวันนั้นเราอยู่ที่ไหน หรือถูกข่มขู่อย่างไร แล้วนำไปปรึกษาทนาย การแยกให้ได้ตั้งแต่ต้นว่าเรื่องเป็นโมฆะหรือโมฆียะ คือสิ่งที่กำหนดว่าเหลือเวลาเท่าไรและต้องฟ้องอย่างไร

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ