ฟ้องชู้แล้วยึดทรัพย์ได้ เมื่อศาลพิพากษาให้ชู้จ่ายค่าทดแทนและชู้ไม่จ่ายตามคำบังคับ ผู้ชนะคดียื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์หรืออายัดเงินได้ ต้องทำภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา และผู้ชนะคดีต้องสืบหาทรัพย์ของชู้เอง
ชนะคดีฟ้องชู้แล้ว ยึดทรัพย์ได้ทันทีไหม
ยังไม่ทันที ต้องผ่านคำบังคับก่อน เมื่ออ่านคำพิพากษา ศาลออกคำบังคับให้ลูกหนี้ปฏิบัติตาม (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 272) ถ้าชู้มาศาลในวันนั้น ถือว่าทราบคำบังคับแล้ว
ถ้าชู้ขาดนัดและไม่ได้มาศาล ต้องส่งคำบังคับให้ตามวิธีที่ศาลสั่ง เมื่อพ้นระยะเวลาตามคำบังคับแล้วยังไม่จ่าย ผู้ชนะคดีจึงยื่นคำขอให้ศาลบังคับคดีได้ โดยระบุหนี้ที่ยังไม่ได้ชำระและวิธีการที่ต้องการ (มาตรา 275)
คำพิพากษาค่าทดแทนอาจให้จ่ายครั้งเดียวหรือแบ่งเป็นงวด ตามที่ศาลเห็นสมควร (ป.พ.พ. มาตรา 1525) ถ้าเป็นงวด แต่ละงวดบังคับได้เมื่อถึงกำหนด ดูว่าศาลกำหนดจำนวนจากอะไรได้ที่ ฟ้องชู้ได้กี่บาท ทำไมค่าทดแทนไม่มีราคาตายตัว
ขั้นตอนบังคับคดีหลังชนะคดีฟ้องชู้
ขั้นตอนหลักมี 6 ขั้น และภาระหาทรัพย์อยู่ที่ผู้ชนะคดี ไม่ใช่ศาล
- ขอคัดคำพิพากษาและตรวจว่าคำบังคับส่งถึงชู้แล้ว และพ้นกำหนดเวลาปฏิบัติตาม
- ยื่นคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ระบุยอดหนี้และวิธีบังคับที่ต้องการ
- เมื่อศาลออกหมายบังคับคดีแล้ว ติดต่อสำนักงานบังคับคดีที่รับผิดชอบ
- สืบทรัพย์ของชู้ และนำเอกสารหลักฐานทรัพย์ไปแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี
- ขอให้ยึดทรัพย์ อายัดเงินในบัญชี หรืออายัดเงินเดือน และวางค่าใช้จ่ายตามที่กำหนด
- ทรัพย์ที่ยึดจะถูกขายทอดตลาด แล้วนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
อย่ารอให้ชู้ "ยอมจ่ายเอง" นานเกินไป ยิ่งเวลาผ่านไป ทรัพย์ที่เคยรู้ว่ามีอาจถูกโอนหรือขายไปแล้ว ควรเริ่มรวบรวมข้อมูลทรัพย์ตั้งแต่ระหว่างคดี เช่น ที่ทำงาน ทะเบียนรถ ที่ดินที่เคยเห็น หรือบัญชีที่เคยโอนเงินกัน
สืบทรัพย์ชู้ทำอย่างไร ถ้าไม่รู้ว่ามีทรัพย์อะไร
เริ่มจากข้อมูลที่หาได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น ที่ทำงานของชู้ ชื่อกิจการที่เป็นเจ้าของ รถที่ใช้เป็นประจำ หรือที่ดินที่ทราบที่ตั้ง แล้วขอตรวจสอบทางทะเบียนตามช่องทางที่หน่วยงานนั้นอนุญาต
ถ้ามีเหตุอันสมควรเชื่อว่าชู้มีทรัพย์มากกว่าที่รู้ หรือรู้ว่ามีแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ผู้ชนะคดีขอให้ศาลไต่สวนได้ ศาลเรียกลูกหนี้หรือบุคคลที่น่าจะให้ข้อมูลได้มาให้ถ้อยคำ และสั่งให้ส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินได้ (มาตรา 277)
อายัดเงินเดือนชู้ได้แค่ไหน
อายัดได้เฉพาะส่วนที่เกินจากที่กฎหมายคุ้มครอง มาตรา 302 กำหนดเงินบางประเภทที่ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดจำนวนที่เหมาะสมได้โดยดูภาระครอบครัวของลูกหนี้
| ประเภทเงินหรือทรัพย์ของชู้ | สิ่งที่กฎหมายคุ้มครองไว้ |
|---|---|
| เงินเดือนหรือค่าจ้างของลูกจ้างเอกชน | รวมกันไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท หรือตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร (มาตรา 302 (3)) |
| เงินเดือน บำนาญ บำเหน็จของข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ | ไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี (มาตรา 302 (2)) |
| เงินบำเหน็จ ค่าชดเชยของลูกจ้างเอกชน | ไม่เกิน 300,000 บาท หรือตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควร (มาตรา 302 (4)) |
| เครื่องใช้ในบ้านและของใช้ส่วนตัว | ราคารวมประเภทละประมาณไม่เกิน 20,000 บาท (มาตรา 301 (1)) |
| เครื่องมือประกอบอาชีพ | ราคารวมประมาณไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 301 (2)) |
เมื่อชู้เป็นข้าราชการ การอายัดเงินเดือนจึงใช้ไม่ได้ ต้องหาทรัพย์อื่น เช่น เงินฝาก ที่ดิน หรือรถ ส่วนเงินเดือนลูกจ้างเอกชน ส่วนที่เกินจากจำนวนที่คุ้มครองอายัดได้ทุกเดือนจนกว่าจะครบหนี้
บังคับคดีได้นานแค่ไหน ถ้าชู้ไม่มีทรัพย์เลย
ต้องร้องขอบังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันมีคำพิพากษา ถ้าได้ขอให้ยึดหรืออายัดทรัพย์ หรือเริ่มบังคับคดีด้วยวิธีอื่นบางส่วนแล้วภายในกำหนด ก็บังคับต่อไปได้จนเสร็จแม้พ้น 10 ปี (มาตรา 274)
ถ้าวันนี้ชู้ยังไม่มีทรัพย์ คำพิพากษายังไม่หมดค่า ควรเก็บข้อมูลไว้และติดตามเป็นระยะ เมื่อชู้ได้งานใหม่ ได้รับมรดก หรือซื้อทรัพย์ในภายหลัง ก็ขอบังคับได้ภายในกำหนดเวลา
ชู้โอนทรัพย์หนีก่อนถูกยึด ทำอะไรได้บ้าง
ผู้ชนะคดีมีทางเลือก 2 ทางที่ใช้ควบคู่กันได้ คือฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลทางแพ่ง และแจ้งความดำเนินคดีอาญาฐานโกงเจ้าหนี้
- ทางแพ่ง ขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมที่ลูกหนี้ทำโดยรู้ว่าทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้เหตุ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่ทำนิติกรรม (ป.พ.พ. มาตรา 240)
- ทางอาญา การย้าย ซ่อน หรือโอนทรัพย์ให้ผู้อื่นเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระ ขณะที่เจ้าหนี้ฟ้องหรือกำลังจะฟ้อง อาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350
ตัวอย่างแนวคิดเรื่องลูกหนี้โอนที่ดินหนีการบังคับคดี อ่านได้ที่ ลูกหนี้โอนที่ดินให้บุตรเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับคดี เจ้าหนี้ฟ้องเพิกถอนได้หรือไม่
คำถามที่พบบ่อย
ยึดทรัพย์ชู้ก่อนศาลพิพากษาได้ไหม
อาจขอได้ในรูปวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เช่น ขอยึดหรืออายัดทรัพย์ไว้ก่อน หรือขอห้ามโอน (มาตรา 254) แต่ศาลพิจารณาคำขอแบบนี้อย่างเข้มงวด ต้องมีเหตุให้เชื่อว่าจะเกิดความเสียหายหากรอถึงวันพิพากษา
ยึดทรัพย์ที่เป็นสินสมรสของชู้กับคู่สมรสเขาได้ไหม
เป็นประเด็นที่มีรายละเอียดมาก เพราะคู่สมรสของชู้ไม่ได้เป็นลูกหนี้ในคดี และมีสิทธิปกป้องส่วนของตน ควรให้ทนายตรวจก่อนนำยึด อ่านแนวคิดใกล้เคียงได้ที่ กรณีจะยึดสินส่วนตัวของคู่สมรสที่ไม่ได้ฟ้องเป็นจำเลยด้วยได้หรือไม่
ชู้ขอผ่อนจ่าย ควรยอมไหม
ยอมได้ถ้าเป็นประโยชน์ แต่ควรทำข้อตกลงเป็นหนังสือที่ระบุยอดหนี้ งวด และผลเมื่อผิดนัด และไม่ควรทำให้สิทธิตามคำพิพากษาเดิมสิ้นไปโดยไม่ตั้งใจ ควรให้ทนายดูถ้อยคำก่อนลงชื่อ
บังคับคดีมีค่าใช้จ่ายไหม ใครจ่าย
มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี ผู้ขอบังคับคดีมักต้องวางเงินล่วงหน้าตามที่สำนักงานบังคับคดีกำหนด ควรสอบถามยอดล่วงหน้าก่อนยื่นแต่ละขั้นตอน
ชู้หนีไปอยู่ต่างประเทศ ยังบังคับได้ไหม
ถ้าชู้ยังมีทรัพย์สินหรือรายได้ในไทย ยังบังคับได้ตามปกติ แต่ทรัพย์ที่อยู่ต่างประเทศ คำพิพากษาไทยไม่มีผลบังคับที่นั่นโดยอัตโนมัติ ต้องดูกฎหมายของประเทศนั้น
ควรเริ่มอย่างไร
วันที่ศาลพิพากษาคือวันเริ่มนับ 10 ปี ให้จดวันนั้นไว้ แล้วทำรายการทรัพย์ของชู้ที่รู้ทั้งหมด แยกว่าทรัพย์ไหนมีหลักฐาน ทรัพย์ไหนเป็นแค่ข้อมูลที่ได้ยินมา
การบังคับคดีที่ได้ผลขึ้นกับความเร็วและความแม่นของข้อมูลทรัพย์ การปรึกษาทนายความตั้งแต่ได้คำพิพากษาช่วยให้เลือกวิธียึดหรืออายัดที่คุ้มค่า และลดเวลาที่ทรัพย์จะหลุดมือ ดูตัวอย่างการบังคับคดีในเรื่องครอบครัวอีกแบบได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
