ตัวอย่างคำฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร เขียนอย่างไรให้ครบ

คำฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรต้องบอกให้ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น จำเลยมีหน้าที่อะไร และขอให้ศาลสั่งอะไร ส่วนที่คนเขียนพลาดบ่อยที่สุดคือคำขอท้ายฟ้อง ซึ่งต้องระบุจำนวน ระยะเวลา และวิธีจ่ายให้บังคับได้จริง บทความนี้เป็นแนวทางให้เห็นโครง ไม่ใช่แบบฟอร์มสำเร็จรูป

คำฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีอย่างน้อยสามส่วนตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 คือสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา โดยต้องเขียนให้แจ้งชัด

ถ้าคำฟ้องคลุมเครือ เช่น ไม่บอกว่าขอเดือนละเท่าไร หรือไม่บอกว่าจำเลยเป็นบิดาตามกฎหมายอย่างไร ศาลอาจสั่งให้แก้ คืนคำฟ้อง หรือไม่รับคำฟ้องได้

เมื่อแตกเป็นหัวข้อที่ใช้จริง คำฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรมักมีโครงดังนี้

  1. ส่วนหัว ระบุศาล ชื่อโจทก์ จำเลย และฐานะของโจทก์ เช่น ฟ้องในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตร
  2. ความสัมพันธ์ของคู่ความกับบุตร เช่น จดทะเบียนสมรส หย่าแล้ว หรือบิดาจดทะเบียนรับรองบุตร
  3. หน้าที่ตามกฎหมาย คือบิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรระหว่างเป็นผู้เยาว์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564
  4. ข้อเท็จจริงที่จำเลยไม่ส่งเสีย หรือส่งเสียไม่พอ พร้อมค่าใช้จ่ายจริงของบุตรและรายได้ของจำเลยเท่าที่ทราบ
  5. คำขอท้ายฟ้อง ระบุสิ่งที่ขอให้ศาลพิพากษาเป็นข้อ ๆ

ใครเป็นโจทก์ ฟ้องใคร และยื่นที่ศาลไหน

โดยทั่วไป พ่อหรือแม่ที่เลี้ยงดูบุตรอยู่ เป็นผู้ยื่นฟ้องแทนบุตร และฟ้องอีกฝ่ายที่ไม่ได้ส่งเสีย ฐานะที่เขียนในคำฟ้องควรตรงกับข้อเท็จจริง เพราะส่งผลต่อว่าศาลจะสั่งจ่ายให้ใคร

ถ้าพ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และพ่อยังไม่ได้เป็นบิดาตามกฎหมาย ต้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรด้วย มิฉะนั้นฐานในการเรียกค่าเลี้ยงดูจากพ่อจะไม่ครบ

คดียื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัว หรือแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ซึ่งมีเขตเหนือที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือที่มูลคดีเกิด ตามหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4

เรื่องค่าใช้จ่าย พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียม สำหรับการยื่นคำฟ้องและดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีครอบครัวเพื่อเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู

ตัวอย่างโครงเนื้อหาในคำฟ้องเป็นอย่างไร

ด้านล่างเป็น ตัวอย่างลำดับเนื้อความ เพื่อให้เห็นภาพ ข้อความในวงเล็บต้องแทนด้วยข้อเท็จจริงของคุณ และควรให้ทนายหรือเจ้าหน้าที่ศาลตรวจก่อนยื่น

  1. ข้อ 1 โจทก์และจำเลยจดทะเบียนสมรสกันเมื่อ (วันที่) มีบุตรด้วยกัน 1 คน คือ (ชื่อบุตร) เกิดเมื่อ (วันที่) ปัจจุบันอายุ (ปี) ต่อมาจดทะเบียนหย่าเมื่อ (วันที่) โดยโจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร
  2. ข้อ 2 บุตรอาศัยอยู่กับโจทก์ที่ (ที่อยู่) กำลังเรียนชั้น (ระดับชั้น) มีค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละประมาณ (จำนวน) บาท ตามรายการที่แนบ
  3. ข้อ 3 จำเลยประกอบอาชีพ (อาชีพ) มีรายได้ประมาณเดือนละ (จำนวน) บาท แต่ตั้งแต่ (เดือนปี) จำเลยไม่เคยส่งเสียค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร แม้โจทก์ทวงถามแล้วตามหลักฐานที่แนบ
  4. ข้อ 4 จำเลยในฐานะบิดามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 โจทก์จึงขอให้ศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูตามคำขอท้ายฟ้อง

สังเกตว่าทุกข้อเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ความรู้สึก การเล่าความขัดแย้งยาว ๆ ไม่ได้ช่วยให้ศาลกำหนดเงินได้ดีขึ้น

คำขอท้ายฟ้องควรเขียนอย่างไร จำนวน ขั้นบันได ถึงอายุเท่าไร

คำขอท้ายฟ้องคือ กรอบหลักที่ศาลใช้พิจารณาว่าจะพิพากษาอะไร เรื่องที่ไม่ได้ขอไว้อาจต้องไปยื่นคำขอหรือฟ้องใหม่ภายหลัง จึงควรคิดให้ครบตั้งแต่ต้น

รายการที่ขอตัวอย่างวิธีเขียนข้อควรรู้
จำนวนต่อเดือนเดือนละ (จำนวน) บาท นับแต่วันฟ้องศาลมีดุลพินิจให้เท่าที่ขอ น้อยกว่า หรือไม่ให้ก็ได้ ตามมาตรา 1598/38 โดยดูความสามารถของผู้จ่ายและฐานะของผู้รับ
ขั้นบันไดตามวัยเพิ่มเป็นเดือนละ (จำนวน) บาท เมื่อบุตรเข้าเรียนระดับ (ชั้น)ช่วยลดการกลับมาฟ้องใหม่ แต่ต้องมีเหตุผลรองรับว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มจริง
สิ้นสุดเมื่อใดจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุ 20 ปี หรือเมื่อสมรสตามกฎหมาย ถ้าบุตรทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองไม่ได้ หน้าที่ยังมีต่อตามมาตรา 1564 วรรคสอง
ค่าเลี้ยงดูย้อนหลังขอค่าที่ค้างตั้งแต่ (เดือนปี) ถึงวันฟ้อง รวม (จำนวน) บาทต้องมีหลักฐานว่าค้างจริง และควรแยกให้เห็นวิธีคำนวณ
วิธีและวันชำระโอนเข้าบัญชี (ธนาคาร เลขบัญชี) ภายในวันที่ (วัน) ของทุกเดือนยิ่งชัด ยิ่งบังคับคดีง่ายเมื่อจำเลยไม่จ่าย
ค่าใช้จ่ายพิเศษค่าเล่าเรียนหรือค่ารักษาพยาบาล ให้จำเลยรับผิดชอบกึ่งหนึ่งควรเขียนขอบเขตให้ชัด เพื่อไม่ให้เถียงกันภายหลังว่าอะไรนับ

ถ้าในอนาคตรายได้หรือพฤติการณ์เปลี่ยน คู่ความขอให้ศาลเพิ่ม ลด หรือเพิกถอนค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ตามมาตรา 1598/39 ดูวิธีขอได้ที่ วิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู

อย่าคัดลอกคำฟ้องสำเร็จรูปจากอินเทอร์เน็ตไปยื่นทั้งฉบับ ข้อเท็จจริงของแต่ละครอบครัวต่างกัน ถ้าคำขอท้ายฟ้องไม่ชัด อาจถูกสั่งให้แก้ หรือได้คำพิพากษาที่บังคับคดียากเมื่ออีกฝ่ายไม่จ่าย

ต้องแนบเอกสารอะไรท้ายฟ้องบ้าง

เอกสารแนบควร พิสูจน์สามเรื่อง คือความเป็นบิดามารดาและบุตร ค่าใช้จ่ายของบุตร และความสามารถในการจ่ายของจำเลย

  • สูติบัตรของบุตร และทะเบียนบ้านที่บุตรอาศัยอยู่
  • ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า และบันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า ถ้ามี
  • หลักฐานการรับรองบุตร หรือคำพิพากษาว่าเป็นบุตร ในกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
  • ใบเสร็จค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล หรือสรุปรายจ่ายรายเดือน
  • หลักฐานรายได้หรือฐานะของจำเลย เช่น ตำแหน่งงาน กิจการ ทรัพย์สิน หรือภาพที่จำเลยเผยแพร่เอง
  • ข้อความหรือหนังสือทวงถาม ที่แสดงว่าจำเลยไม่จ่าย

ถ้ามีเอกสารภาษาต่างประเทศ ศาลอาจสั่งให้ส่งคำแปลภาษาไทยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 จึงควรเตรียมคำแปลไว้ก่อน

วิธีที่ศาลใช้คิดจำนวนเงินต่อเดือน อธิบายไว้ละเอียดใน ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร

คำถามที่พบบ่อย

เขียนคำฟ้องเองโดยไม่มีทนายได้ไหม

ได้ คู่ความยื่นคำฟ้องเองได้ และเจ้าหน้าที่ศาลช่วยแนะนำเรื่องแบบพิมพ์ได้ แต่ถ้ามีประเด็นรับรองบุตร จำเลยอยู่ต่างประเทศ หรือจำเลยซ่อนรายได้ การมีทนายช่วยวางพยานหลักฐานมักคุ้มกว่า

ขอให้จ่ายจนบุตรเรียนจบปริญญาตรีได้ไหม

ถ้าศาลพิพากษาเอง โดยทั่วไปจะกำหนดถึงเมื่อบุตรบรรลุนิติภาวะ เพราะหน้าที่ตามมาตรา 1564 วรรคหนึ่งผูกกับช่วงที่บุตรเป็นผู้เยาว์ ถ้าคู่ความตกลงกันได้ในชั้นไกล่เกลี่ย จะทำสัญญาประนีประนอมยอมความให้จ่ายนานกว่านั้นก็ได้

ขอจำนวนสูงไว้ก่อนดีไหม

ไม่ควรตั้งตัวเลขที่อธิบายไม่ได้ เพราะศาลดูจากค่าใช้จ่ายจริงและรายได้ของจำเลย ตัวเลขที่มีเอกสารรองรับทำให้คำขอน่าเชื่อถือกว่า และช่วยให้ไกล่เกลี่ยได้ง่ายขึ้น

จำเลยอยู่ต่างประเทศ ฟ้องได้ไหม

ฟ้องได้ ถ้าจำเลยไม่มีภูมิลำเนาในไทยและเหตุไม่ได้เกิดในไทย โจทก์ที่มีสัญชาติไทยหรือมีภูมิลำเนาในไทยยื่นที่ศาลที่ตนมีภูมิลำเนาได้ตามมาตรา 4 ตรี แต่ต้องเผื่อเวลาส่งหมายไปต่างประเทศ

ได้คำพิพากษาแล้วจำเลยไม่จ่าย ทำอย่างไร

ต้องดำเนินการบังคับคดีต่อ เงินไม่ได้เข้าบัญชีเองโดยอัตโนมัติ ขั้นตอนและทางเลือกอ่านได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร

ควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจาก ทำบัญชีค่าใช้จ่ายของลูกให้เป็นตัวเลข ก่อนเขียนคำฟ้องแม้แต่บรรทัดเดียว

  1. รวบรวมสูติบัตร ทะเบียนสมรสหรือหย่า และหลักฐานความเป็นบิดา
  2. สรุปรายจ่ายของบุตรต่อเดือน พร้อมใบเสร็จเท่าที่มี
  3. จดข้อมูลรายได้และทรัพย์สินของอีกฝ่ายเท่าที่รู้ได้โดยชอบ
  4. ร่างคำขอท้ายฟ้องเป็นข้อ ๆ ให้ครบเรื่องจำนวน ขั้นบันได ระยะเวลา และวิธีจ่าย
  5. ให้ทนายความหรือเจ้าหน้าที่ศาลตรวจร่าง ก่อนยื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัว

คำฟ้องที่ชัดตั้งแต่ต้น ช่วยให้ไกล่เกลี่ยได้เร็ว และถ้าต้องบังคับคดี ก็ไม่ต้องกลับมาตีความกันใหม่

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ