ฟ้องได้ พ่อที่ไม่มีงานยังมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูลูกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1564 ศาลจะกำหนดจำนวนตามความสามารถของผู้จ่าย ซึ่งอาจน้อยกว่าที่หวัง แต่คำพิพากษาที่มีไว้จะเป็นฐานให้ขอเพิ่มและบังคับคดีได้เมื่อพ่อมีรายได้ในภายหลัง
พ่อไม่มีงาน ยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกไหม
ต้องจ่าย หน้าที่ตามมาตรา 1564 ผูกกับความเป็นพ่อแม่ ไม่ได้ผูกกับการมีงานทำ การตกงานจึงไม่ทำให้หน้าที่นี้หมดไป เพียงแต่กระทบต่อจำนวนเงินที่ศาลจะเห็นสมควร
เงื่อนไขสำคัญคือพ่อต้องเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น จดทะเบียนสมรสกับแม่ จดทะเบียนรับรองบุตร หรือมีคำพิพากษา ถ้ายังไม่ใช่ ต้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรไปพร้อมกับเรียกค่าเลี้ยงดู
ศาลกำหนดค่าเลี้ยงดูได้ไหม ถ้าพ่อไม่มีรายได้
ได้ และอาจไม่กำหนดก็ได้ มาตรา 1598/38 ให้ศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูโดยดู ความสามารถของผู้มีหน้าที่ต้องจ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี ศาลจะกำหนดมากน้อยเพียงใด หรือไม่กำหนดเลยก็ได้
คำว่า "ความสามารถ" ไม่ได้ดูเฉพาะสลิปเงินเดือนเดือนนี้ ในทางปฏิบัติ ศาลมักดูภาพรวม เช่น
- อายุ สุขภาพ และความสามารถในการทำงาน
- อาชีพและรายได้ในอดีต และเหตุที่ไม่ได้ทำงาน
- ทรัพย์สินที่มี เช่น ที่ดิน รถ เงินฝาก หรือส่วนแบ่งสินสมรส
- รายได้นอกระบบ งานรับจ้าง หรือการค้าขายที่ทำอยู่จริง
- วิถีการใช้จ่ายที่สะท้อนฐานะ เช่น การเดินทาง หรือการผ่อนสิ่งของ
- ภาระที่ต้องเลี้ยงดูคนอื่น และค่าใช้จ่ายจริงของลูก
| สถานการณ์ของพ่อ | สิ่งที่มักเกิดขึ้นในคดี |
|---|---|
| ตกงานชั่วคราว แต่ยังทำงานได้ | ศาลอาจกำหนดจำนวนตามความสามารถที่ควรหาได้ ไม่ใช่ศูนย์เสมอไป |
| ไม่มีงานประจำ แต่มีรายได้รับจ้างหรือค้าขาย | ฝ่ายแม่ต้องนำสืบให้เห็นรายได้ที่มีอยู่จริง |
| ไม่มีรายได้ แต่มีทรัพย์สิน | ทรัพย์สินเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถ และเป็นทรัพย์ที่อาจบังคับคดีได้ |
| ป่วยหนักหรือทุพพลภาพ ทำงานไม่ได้จริง | ศาลอาจกำหนดจำนวนต่ำ หรือไม่กำหนดในขณะนั้น |
ถ้าวันนี้ศาลกำหนดน้อย หรือไม่กำหนด แล้ววันหน้าพ่อมีงาน จะทำอย่างไร
ขอแก้ไขได้ นี่คือเหตุผลหลักที่การฟ้องไว้ก่อนมักคุ้ม มาตรา 1598/39 ให้ศาลเปลี่ยนแปลงคำสั่งเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของคู่กรณีเปลี่ยนไป
มาตรา 1598/39 วรรคสอง ยังเขียนรองรับกรณีนี้โดยตรง คือถ้าศาลไม่กำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูเพราะผู้ต้องจ่ายไม่มีความสามารถในขณะนั้น ต่อมาฐานะเปลี่ยนไป ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขคำสั่งในคดีเดิมได้
อย่ารอให้พ่อ "มีงานก่อนค่อยฟ้อง" เพราะระหว่างรอ หลักฐานความเป็นอยู่ของลูกและค่าใช้จ่ายย้อนหลังอาจกระจัดกระจาย การมีคำพิพากษาไว้แม้จำนวนน้อย ทำให้เมื่อพ่อมีรายได้ แม่ยื่นคำร้องในคดีเดิมได้เลย ไม่ต้องเริ่มคดีใหม่จากศูนย์
ฟ้องแล้วพ่อไม่จ่าย บังคับอย่างไร
เมื่อมีคำพิพากษาหรือสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลแล้ว ฝ่ายที่มีสิทธิขอบังคับคดีได้ ทั้งการยึดทรัพย์และการอายัดเงินที่ลูกหนี้มีสิทธิได้รับ เช่น เงินเดือนเมื่อกลับไปทำงาน
พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 154 ให้ศาลกำหนดจำนวนเงินของลูกหนี้ที่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีค่าอุปการะเลี้ยงดูตามที่ศาลเห็นสมควร โดยคำนึงถึงฐานะทางครอบครัวของลูกหนี้ และค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีลักษณะนี้ได้รับยกเว้น
ถ้าพ่อไม่มีทั้งรายได้และทรัพย์สินจริง การบังคับคดีก็ยังทำได้จำกัด แต่สิทธิตามคำพิพากษายังอยู่ และใช้ได้เมื่อพ่อมีรายได้หรือทรัพย์สินภายหลัง ภายในกรอบเวลาบังคับคดีตามกฎหมาย รายละเอียดการบังคับคดีอ่านได้ที่ ฟ้องค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังได้ไหม และถ้าไม่จ่ายบังคับคดีอย่างไร
ฟ้องค่าเลี้ยงดู พ่อไม่มีงาน คุ้มไหม เสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
ภาระค่าใช้จ่ายของฝ่ายแม่ต่ำกว่าคดีแพ่งทั่วไป พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 155 ยกเว้นค่าขึ้นศาลและค่าฤชาธรรมเนียมในคดีครอบครัวที่เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
- มาตรา 157 ให้ยื่นคำฟ้องเป็นหนังสือ หรือมาแถลงข้อหาด้วยวาจาต่อหน้าศาลก็ได้ ในคดีที่ผู้เยาว์มีผลประโยชน์หรือคดีเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
- มาตรา 158 ให้คู่ความที่ไม่มีทนายความขอให้ศาลแต่งตั้งทนายความให้ได้
- ค่าใช้จ่ายที่ยังมี เช่น ค่าเดินทาง เวลาที่ต้องไปศาล และค่าทนายความถ้าจ้างเอง
สิ่งที่ควรชั่งคือเป้าหมายระยะยาวของลูก ถ้าพ่อยังอายุน้อยและทำงานได้ การมีคำพิพากษาไว้มักคุ้มกว่าการไม่มีอะไรเลย แต่ถ้ารู้แน่ว่าพ่อทุพพลภาพถาวรและไม่มีทรัพย์ ควรปรึกษาก่อนว่าคดีจะช่วยอะไรได้จริง
ต้องเตรียมหลักฐานอะไรบ้าง
หลักฐานที่ดีที่สุดคือหลักฐานที่ทำให้ศาลเห็นความสามารถจริงของพ่อ และค่าใช้จ่ายจริงของลูก
- สูติบัตรลูก และหลักฐานความเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย
- รายการค่าใช้จ่ายของลูกต่อเดือน พร้อมใบเสร็จค่าเรียน ค่ารักษา และค่าดูแล
- ข้อมูลอาชีพเดิม ที่ทำงาน หรือรายได้ที่พ่อเคยมี
- ภาพหรือโพสต์ที่แสดงการทำงานรับจ้าง ค้าขาย หรือการใช้จ่ายของพ่อ ซึ่งได้มาโดยชอบ
- ข้อมูลทรัพย์สินที่รู้ เช่น ที่ดิน รถ หรือบัญชีที่เคยใช้ร่วมกัน
ศาลคิดตัวเลขจากองค์ประกอบใดบ้าง ดูเพิ่มได้ที่ ค่าเลี้ยงดูบุตรต่อเดือนเท่าไร ศาลคิดจากอะไร จ่ายถึงอายุเท่าไร
คำถามที่พบบ่อย
พ่อบอกว่าตกงาน แต่โพสต์เที่ยวตลอด ศาลจะเชื่อไหม
ศาลชั่งน้ำหนักจากพยานทั้งหมด ไม่ได้เชื่อคำบอกเล่าฝ่ายเดียว ภาพและโพสต์ที่แสดงการใช้จ่ายเป็นพยานแวดล้อมที่ช่วยได้ ถ้าได้มาโดยชอบและระบุวันเวลาได้ชัด ควรเก็บต้นฉบับพร้อมลิงก์ไว้
ตกลงกันว่าพ่อไม่ต้องจ่าย เพราะไม่มีงาน ภายหลังเปลี่ยนใจได้ไหม
มาตรา 1598/41 กำหนดว่าสิทธิที่จะได้ค่าอุปการะเลี้ยงดูจะสละหรือโอนมิได้ ข้อตกลงที่ให้ลูกไม่ได้รับค่าเลี้ยงดูเลยจึงเสี่ยงต่อการถูกโต้แย้ง และเมื่อพฤติการณ์เปลี่ยน ฝ่ายที่เลี้ยงลูกยังขอให้ศาลกำหนดได้
ปู่ย่าต้องจ่ายแทนพ่อที่ไม่มีงานไหม
หน้าที่ตามมาตรา 1564 เป็นหน้าที่ของบิดามารดา ไม่ได้ขยายไปถึงปู่ย่าตายายโดยอัตโนมัติ ถ้าปู่ย่าสมัครใจช่วยถือเป็นน้ำใจ แต่ไม่ใช่หนี้ตามคำพิพากษาของพ่อ เว้นแต่ไปทำสัญญาผูกพันเอง
พ่อติดคุก ฟ้องค่าเลี้ยงดูได้ไหม
ฟ้องได้ และศาลจะพิจารณาความสามารถของพ่อตามสภาพในขณะนั้น ซึ่งอาจกำหนดต่ำหรือยังไม่กำหนด แต่เมื่อพ้นโทษและมีรายได้ ฝ่ายที่เลี้ยงลูกยื่นคำร้องขอแก้ไขตามมาตรา 1598/39 ได้
ศาลกำหนดแล้ว แต่พ่อมีรายได้เพิ่มมาก ขอเพิ่มได้ไหม
ได้ เมื่อพฤติการณ์หรือฐานะเปลี่ยนไป ฝ่ายที่มีส่วนได้เสียขอให้ศาลเพิ่มจำนวนได้ โดยต้องแสดงหลักฐานรายได้ใหม่ วิธีการยื่นอธิบายไว้ที่ วิธีการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงค่าอุปการะเลี้ยงดู บุตรหรือคู่สมรสทำได้หรือไม่
ควรเริ่มอย่างไร
เริ่มจากจดค่าใช้จ่ายจริงของลูกเป็นรายเดือน และรวบรวมข้อมูลความสามารถของพ่อเท่าที่รู้ ไม่ต้องรอให้หลักฐานสมบูรณ์ทั้งหมดก่อน เพราะบางส่วนขอให้ศาลเรียกได้ในระหว่างคดี
ถ้าไม่แน่ใจว่าพ่อมีรายได้หรือทรัพย์สินพอที่จะคุ้มกับการฟ้อง หรือยังไม่ได้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย ควรปรึกษาทนายความด้านครอบครัวหรือหน่วยงานช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อเลือกคำขอที่เหมาะกับสถานการณ์ และวางทางให้ขอเพิ่มได้ในอนาคต
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
