ฟ้องหย่าศาลยกฟ้อง ทำอะไรต่อได้ อุทธรณ์หรือฟ้องใหม่

เมื่อศาลยกฟ้องคดีหย่า ยังมีทางไปต่อ คืออุทธรณ์ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา หรือฟ้องใหม่ด้วยเหตุหย่าใหม่หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่จะยกเหตุเดิมที่ศาลวินิจฉัยแล้วมาฟ้องกันอีกไม่ได้

ทำไมศาลยกฟ้องคดีหย่า

ส่วนใหญ่เป็นเพราะ พิสูจน์เหตุหย่าไม่ได้ตามที่ฟ้อง ศาลไทยให้หย่าได้เฉพาะเมื่อมีเหตุตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 การอยากหย่าเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอ

  • หลักฐานไม่พอ หรือมีแต่คำบอกเล่าที่ไม่มีพยานอื่นสนับสนุน
  • เลือกเหตุหย่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างแยกกันอยู่ แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่การสมัครใจแยกกันอยู่ของทั้งสองฝ่าย
  • ฟ้องเกินกำหนด 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้ สำหรับเหตุที่มาตรา 1529 กำหนดอายุความไว้
  • ศาลเห็นว่าได้ให้อภัยกันแล้ว สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นจึงหมดไป
  • ผู้ฟ้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำที่อ้าง ซึ่งมาตรา 1517 ห้ามยกขึ้นฟ้อง
  • ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ที่อ้างยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่กฎหมายกำหนด

การอ่านเหตุผลในคำพิพากษาอย่างละเอียดจึงเป็นขั้นแรกที่สำคัญที่สุด เพราะเหตุที่แพ้จะบอกว่าควรอุทธรณ์หรือควรฟ้องใหม่ ดูเงื่อนไขของแต่ละเหตุได้ที่ เหตุฟ้องหย่ามีอายุความไหม ให้อภัยแล้วยังฟ้องได้ไหม

อุทธรณ์คดีหย่าได้ภายในกี่วัน

ต้องยื่น ภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โดยยื่นที่ศาลชั้นต้นที่พิพากษา แล้วคดีจะไปสู่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ซึ่งมีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว

อุทธรณ์คือการชี้ว่าศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงหรือใช้กฎหมายผิดตรงไหน โดยอาศัยพยานที่อยู่ในสำนวน ไม่ใช่โอกาสเริ่มคดีใหม่ ถ้าแพ้เพราะไม่ได้นำพยานสำคัญเข้าสืบ การอุทธรณ์อาจช่วยได้น้อย

ถ้าเตรียมอุทธรณ์ไม่ทัน อาจขอขยายระยะเวลาได้เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และต้องยื่นขอก่อนครบกำหนด ไม่ควรรอจนวันสุดท้าย

นับกำหนดอุทธรณ์ 1 เดือนจากวันที่ศาลอ่านคำพิพากษา ไม่ใช่วันที่ได้รับสำเนาคำพิพากษา ถ้าพ้นกำหนดแล้วคดีถึงที่สุด จะเหลือเพียงทางฟ้องใหม่ด้วยเหตุที่ไม่ซ้ำกับเดิม

ฟ้องหย่าใหม่ได้ไหม เป็นฟ้องซ้ำหรือเปล่า

ได้ ถ้า ไม่ใช่ประเด็นเดิมที่ศาลวินิจฉัยแล้ว มาตรา 148 ห้ามคู่ความเดิมรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ศาลวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุเดียวกัน แต่เหตุหย่าใหม่หรือข้อเท็จจริงที่เกิดหลังคดีเดิม ไม่ใช่ประเด็นที่ศาลเคยชี้ขาด

สถานการณ์ฟ้องใหม่ได้ไหมเหตุผล
ใช้เหตุเดิม ข้อเท็จจริงเดิม แค่หาพยานเพิ่มโดยหลักไม่ได้เป็นประเด็นที่ศาลวินิจฉัยแล้ว
ใช้เหตุหย่าอื่นที่มีอยู่จริง เช่น แยกกันอยู่ต่อมาจนครบกำหนดได้เหตุและข้อเท็จจริงต่างจากคดีเดิม
มีเหตุการณ์ใหม่หลังคดีเดิม เช่น ทำร้ายร่างกายครั้งใหม่ได้เป็นข้อเท็จจริงใหม่
ศาลยกฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิฟ้องใหม่ได้เป็นข้อยกเว้นตามมาตรา 148 (3) แต่ต้องไม่ขาดอายุความ
คดีเดิมยังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ในเรื่องเดียวกันไม่ควรยื่นอาจเป็นฟ้องซ้อนกับคดีที่ยังค้างอยู่

เหตุที่ใช้ฟ้องเองไม่ได้แล้ว เช่น เพราะพ้น 1 ปี มาตรา 1529 วรรคสองยังให้ยกขึ้นอ้างประกอบเหตุอื่นได้ ดูตัวอย่างเรื่องฟ้องซ้ำในคดีครอบครัวได้ที่ ศาลยกฟ้องหย่า ต่อมาฟ้องแบ่งสินสมรสเป็นฟ้องซ้ำหรือไม่

อุทธรณ์หรือฟ้องใหม่ เลือกอย่างไร

ให้เลือกจาก สาเหตุที่แพ้ ถ้าศาลชั้นต้นตีความกฎหมายหรือชั่งพยานในสำนวนผิด อุทธรณ์คือทางหลัก ถ้าแพ้เพราะเหตุที่เลือกไม่ตรงกับความจริง หรือเพิ่งมีเหตุใหม่ การเตรียมฟ้องใหม่อาจได้ผลกว่า

  • อุทธรณ์ เหมาะเมื่อพยานในสำนวนแน่นพอ แต่ศาลรับฟังไม่ตรงกับเรา
  • ฟ้องใหม่ เหมาะเมื่อมีเหตุหย่าอื่นที่พิสูจน์ได้ชัดกว่า หรือเกิดข้อเท็จจริงใหม่
  • เจรจาจดทะเบียนหย่า เหมาะเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเปิดใจหลังคดีจบ

กรณีอ้างการแยกกันอยู่แล้วแพ้ มักเป็นเพราะข้อเท็จจริงไม่ใช่การสมัครใจแยกกันอยู่ของทั้งสองฝ่าย อ่านจุดที่พลาดบ่อยได้ที่ ฟ้องหย่า แยกกันอยู่เกิน 3 ปี ต้องพิสูจน์อะไร

เตรียมคดีรอบใหม่อย่างไรให้รัดกุมขึ้น

  1. ขอคัดคำพิพากษาฉบับเต็ม แล้วจดเหตุผลที่ศาลไม่เชื่อทีละข้อ
  2. ตรวจว่าเหตุหย่าข้อใดยังอยู่ในอายุความ และข้อใดเกิดใหม่หลังคดีเดิม
  3. เลือกเหตุหย่าที่ตรงกับข้อเท็จจริงที่สุด แทนการใส่หลายเหตุโดยไม่มีหลักฐานรองรับ
  4. เก็บหลักฐานต่อเนื่องเป็นลำดับเวลา เช่น ที่อยู่ที่แยกกัน ข้อความ และพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์จริง
  5. คิดเรื่องลูกและทรัพย์สินไว้ด้วย ว่าจะขอในคดีหย่ารอบใหม่หรือแยกดำเนินการ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลยกฟ้องหย่าแล้ว ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ไหม

ยังเป็น การยกฟ้องหมายความว่าศาลไม่ให้หย่าในคดีนั้น ความเป็นคู่สมรสจึงยังอยู่ครบ ทั้งเรื่องสินสมรสและหน้าที่ต่อกัน จนกว่าจะจดทะเบียนหย่าหรือมีคำพิพากษาให้หย่าในคดีใหม่

แพ้คดีหย่า ต้องจ่ายค่าทนายของอีกฝ่ายไหม

ศาลอาจสั่งให้ฝ่ายแพ้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมแทนอีกฝ่าย ซึ่งรวมค่าทนายความตามจำนวนที่ศาลกำหนด ไม่ใช่ตามที่อีกฝ่ายจ่ายทนายจริง ควรดูท้ายคำพิพากษาว่าศาลสั่งไว้อย่างไร

แพ้คดีหย่า แต่ยังขอค่าเลี้ยงดูลูกได้ไหม

ได้ หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นของพ่อแม่ไม่ว่าจะหย่ากันหรือไม่ จึงฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้โดยไม่ต้องหย่า

ถ้าอีกฝ่ายยอมจดทะเบียนหย่าหลังคดีจบ ทำได้ไหม

ทำได้ การจดทะเบียนหย่าโดยความยินยอมไม่ขึ้นกับผลคดีเดิม ทั้งสองฝ่ายไปจดทะเบียนที่สำนักทะเบียนพร้อมพยานสองคนได้ และควรทำข้อตกลงเรื่องลูกและทรัพย์สินให้ครบไปพร้อมกัน

ควรเริ่มอย่างไร

นับวันจากวันอ่านคำพิพากษาทันที และขอคัดคำพิพากษาให้เร็วที่สุด เพราะเวลาอุทธรณ์ 1 เดือนผ่านไปเร็วกว่าที่คิด

จากนั้นให้ทนายความด้านครอบครัวอ่านคำพิพากษาและสำนวนเดิม เพื่อบอกว่าโอกาสในการอุทธรณ์มีมากน้อยเพียงใด หรือควรเก็บแรงไว้เตรียมฟ้องใหม่ด้วยเหตุที่ชัดกว่า การตัดสินใจจากเหตุผลในคำพิพากษาช่วยไม่ให้เสียเวลาซ้ำสอง

มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?

ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ