ถ้าถูกฟ้องหย่าแล้วไม่ยื่นคำให้การหรือไม่ไปศาล ศาลพิจารณาคดีต่อไปฝ่ายเดียวได้ และพิพากษาให้หย่าได้เมื่อโจทก์นำพยานมาพิสูจน์เหตุหย่า จำเลยที่แพ้คดีเพราะขาดนัดขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับคำบังคับ ถ้ายังไม่ได้อุทธรณ์
ไม่ยื่นคำให้การ กับไม่ไปศาลวันสืบพยาน ต่างกันอย่างไร
กฎหมายแยกเป็น 2 กรณี คือขาดนัดยื่นคำให้การ กับขาดนัดพิจารณา ผลและทางแก้คล้ายกัน แต่ใช้มาตราต่างกัน
| ประเด็น | ขาดนัดยื่นคำให้การ | ขาดนัดพิจารณา |
|---|---|---|
| เกิดเมื่อ | ไม่ยื่นคำให้การภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหมาย (มาตรา 177) | ไม่มาศาลในวันสืบพยานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้เลื่อน (มาตรา 200) |
| ผลต่อคดี | โจทก์ขอให้ศาลพิพากษาโดยขาดนัดภายใน 15 วัน (มาตรา 198) | ศาลพิจารณาคดีไปฝ่ายเดียว (มาตรา 206) |
| กลับเข้ามาสู้ก่อนพิพากษา | มาศาลก่อนพิพากษาและขอต่อสู้คดี (มาตรา 199) | มาศาลระหว่างสืบพยานและแจ้งโดยเร็ว (มาตรา 206 วรรคสาม) |
| หลังพิพากษา | ขอพิจารณาคดีใหม่ (มาตรา 199 ตรี ถึง 199 เบญจ) | ขอพิจารณาคดีใหม่ (มาตรา 207) |
มาตราที่อ้างในบทความนี้คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ส่วนนัดอื่นที่ไม่ใช่วันสืบพยาน การไม่มาไม่ถือว่าขาดนัด แต่ถือว่าสละสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดนั้น (มาตรา 200 วรรคสอง)
จำเลยไม่มาศาล ศาลพิพากษาให้หย่าได้อย่างไร
ได้ แต่ไม่ใช่เพราะจำเลยขาดนัดอย่างเดียว คดีหย่าเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว มาตรา 198 ทวิ จึงให้ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ไปฝ่ายเดียว
โจทก์ยังต้องเบิกความและนำพยานมาพิสูจน์เหตุหย่าตามมาตรา 1516 ถ้าพยานไม่พอ ศาลยกฟ้องได้แม้จำเลยไม่มาเลย กรณีขาดนัดพิจารณาก็ใช้หลักเดียวกัน คือศาลจะพิพากษาให้ฝ่ายที่มาศาลชนะได้เมื่อข้ออ้างของเขามีมูลและไม่ขัดกฎหมาย (มาตรา 206)
ปัญหาคือเมื่อจำเลยไม่มา ศาลได้ยินแต่ข้อเท็จจริงฝั่งเดียว ทั้งเรื่องเหตุหย่า อำนาจปกครองลูก ค่าเลี้ยงดู และการแบ่งทรัพย์ อ่านมุมของฝ่ายผู้ฟ้องได้ที่ ฟ้องหย่าฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่ไปศาล ศาลมีอำนาจตัดสินให้หย่าได้หรือไม่
ยังไม่มีคำพิพากษา จะกลับเข้าไปสู้คดีได้ไหม
ได้ ถ้ามาศาลก่อนศาลพิพากษาและแจ้งว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ศาลอาจอนุญาตให้ยื่นคำให้การได้ เมื่อเห็นว่าการขาดนัดไม่ได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร (มาตรา 199)
ถ้าศาลไม่อนุญาต จำเลยยังถามค้านพยานโจทก์ที่กำลังสืบอยู่ได้ แต่นำพยานของตนเข้าสืบไม่ได้ ยิ่งมาช้า สิทธิที่เหลือยิ่งน้อยลง
ศาลพิพากษาแล้ว ขอพิจารณาคดีใหม่ได้ภายในกี่วัน
ต้องยื่นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ส่งคำบังคับ ไม่ใช่นับจากวันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 199 จัตวา)
ถ้าพลาดเพราะพฤติการณ์นอกเหนือการบังคับ เช่น ป่วยหนักจนทำอะไรไม่ได้ ยื่นได้ภายใน 15 วันนับแต่พฤติการณ์นั้นสิ้นสุด แต่ไม่ว่ากรณีใด ห้ามยื่นเมื่อพ้น 6 เดือนนับแต่วันยึดทรัพย์หรือบังคับคดีด้วยวิธีอื่น
- ตรวจวันที่ได้รับคำบังคับ และนับ 15 วันทันที
- ขอคัดสำเนาคำพิพากษาและสำนวนเพื่อดูว่าโจทก์อ้างอะไร
- เขียนเหตุที่ขาดนัดให้ชัด พร้อมหลักฐาน เช่น ใบรับรองแพทย์ หรือหลักฐานว่าหมายไม่ถึงตัว
- เขียนข้อคัดค้านว่าถ้าพิจารณาใหม่ เราอาจชนะคดีได้อย่างไร
- ยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นที่พิพากษาคดี และขอให้งดการบังคับคดีไว้ระหว่างพิจารณาถ้าจำเป็น
คำขอพิจารณาคดีใหม่ต้องมีทั้ง "เหตุที่ขาดนัด" และ "ข้อต่อสู้ที่อาจทำให้ชนะ" ถ้าเขียนแต่ว่าไม่รู้เรื่องคดี โดยไม่บอกว่าเหตุหย่าที่โจทก์อ้างไม่จริงอย่างไร ศาลอาจไม่อนุญาต
ศาลจะอนุญาตเมื่อเชื่อได้ว่าการขาดนัดไม่ได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร และเหตุที่อ้างอาจทำให้ชนะคดี ถ้าอนุญาต คำพิพากษาเดิมและการบังคับคดีที่ทำไปแล้วถูกเพิกถอน แล้วพิจารณาใหม่ตั้งแต่เวลาที่ขาดนัด (มาตรา 199 เบญจ)
ขอพิจารณาคดีใหม่ กับอุทธรณ์ ต้องเลือกทางไหน
ต้องเลือกทางเดียว เพราะจำเลยที่อุทธรณ์ไปแล้วขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้ และถ้าศาลเคยสั่งให้พิจารณาใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง จะขออีกไม่ได้ (มาตรา 199 ตรี)
การขอพิจารณาใหม่เหมาะเมื่อเราอยากนำพยานของตัวเองเข้าสืบ ส่วนการอุทธรณ์ต้องยื่นภายใน 1 เดือนนับแต่วันอ่านคำพิพากษา (มาตรา 229) และโดยทั่วไปศาลสูงพิจารณาจากสำนวนที่มีอยู่ ซึ่งในคดีขาดนัดมักมีแต่พยานฝ่ายโจทก์
ถ้าปัญหาอยู่ที่การส่งหมายผิดระเบียบ เช่น ส่งไปบ้านที่ไม่ได้อยู่แล้ว อาจมีช่องทางขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 ซึ่งมีกำหนด 8 วันนับแต่รู้เหตุ ควรให้ทนายดูเอกสารการส่งหมายโดยเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
ไม่ไปวันนัดไกล่เกลี่ย ถือว่าขาดนัดไหม
นัดไกล่เกลี่ยไม่ใช่วันสืบพยาน การไม่มาจึงไม่ใช่การขาดนัดพิจารณา แต่ถือว่าสละสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในนัดนั้นและรับรู้สิ่งที่ศาลทำไป ซึ่งอาจรวมถึงการกำหนดวันสืบพยานโดยที่เราไม่ได้แสดงความเห็น
อยู่ต่างประเทศ เลยไม่รู้ว่าถูกฟ้อง ทำอะไรได้บ้าง
ให้ตรวจก่อนว่าหมายส่งด้วยวิธีใดและถึงตัวเมื่อไร เพราะกำหนดเวลาหลายเรื่องนับจากการส่ง ถ้ายังอยู่ในกำหนด 15 วันหลังได้รับคำบังคับ ให้ยื่นขอพิจารณาคดีใหม่ ดูเรื่องการส่งหมายไปต่างประเทศได้ที่ ฟ้องหย่า อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศ ส่งหมายศาลอย่างไร ใช้เวลาเท่าไร
อีกฝ่ายจดทะเบียนการหย่าไปแล้ว ยังขอพิจารณาใหม่ได้ไหม
ถ้ายังอยู่ในกำหนดเวลา ยื่นได้ ถ้าศาลอนุญาต คำพิพากษาเดิมถูกเพิกถอน และเมื่อไม่อาจให้คู่ความกลับสู่ฐานะเดิมได้ ศาลมีอำนาจสั่งการอื่นตามที่เห็นสมควร (มาตรา 199 เบญจ) รายละเอียดผลต่อทะเบียนจึงควรให้ทนายประเมินเป็นรายกรณี
ศาลตัดสินเรื่องลูกและค่าเลี้ยงดูไปแล้วตอนเราไม่อยู่ แก้ได้ไหม
ถ้าได้พิจารณาคดีใหม่ ประเด็นเหล่านี้จะถูกพิจารณาใหม่ด้วย ถ้าไม่ได้ ค่าเลี้ยงดูยังขอแก้ไขภายหลังได้เมื่อรายได้หรือพฤติการณ์เปลี่ยนไป ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1598/39
ขาดนัดแล้ว ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม
อาจต้องเสีย ถ้าการขาดนัดเกิดจากความจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรจนอีกฝ่ายเสียค่าฤชาธรรมเนียมเพิ่ม ค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นถือเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น ซึ่งฝ่ายที่ขาดนัดอาจต้องรับภาระ
ควรเริ่มอย่างไร
ถ้ารู้ว่าถูกฟ้องหย่าและเคยพลาดนัดไปแล้ว อย่ารอให้เรื่องจบเอง ให้หาเอกสารทุกฉบับที่ได้รับจากศาล ทั้งหมายเรียก คำบังคับ และหนังสือแจ้งวันนัด แล้วจดวันที่ได้รับแต่ละฉบับ
กำหนด 15 วันหลังได้รับคำบังคับเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก การปรึกษาทนายความทันทีช่วยให้รู้ว่าคดีของเรายังกลับเข้าไปสู้ได้ทางใด และควรยื่นเอกสารอะไร ดูภาพรวมระยะเวลาคดีหย่าในแต่ละกรณีได้ที่ ฟ้องหย่าใช้เวลานานไหม ระยะเวลาโดยประมาณแยกตามแต่ละกรณี
มีคำถามเกี่ยวกับกรณีของคุณ?
ปรึกษาทีมทนายความได้โดยตรง เราช่วยประเมินข้อเท็จจริงและแนวทางที่เหมาะกับคุณ
